posttoday
เปิดแฟ้มล่า ‘ตุ๋ยต่อเนื่อง’  ลักตัวเด็กชายไปอนาจาร

เปิดแฟ้มล่า ‘ตุ๋ยต่อเนื่อง’ ลักตัวเด็กชายไปอนาจาร

30 เมษายน 2555

มีเด็กชายอย่างน้อย 3 คนที่ตกเป็นเหยื่อทารุณกรรมทางเพศด้วยจิตใจที่วิปริตผิดมนุษย์ของ มานัส แก้วใจ

โดย...วัสยศ งามขำ

มีเด็กชายอย่างน้อย 3 คนที่ตกเป็นเหยื่อทารุณกรรมทางเพศด้วยจิตใจที่วิปริตผิดมนุษย์ของ มานัส แก้วใจ หนุ่มก่อสร้างวัย 46 ปี ที่คอยหลอกล่อ ล่าเด็กชายไปกระทำอนาจารทางเพศ คดีนี้เป็นอีกเคสหนึ่งที่ตำรวจเชื่อว่า เป็นการกระทำความผิดต่อเนื่องแบบไม่กลัวความผิด นั่นเป็นเพราะผู้ต้องหาเองก็เคยถูก “ตุ๋ย” ประตูหลังมาก่อนเมื่อเขามีอายุเพียง 12 ขวบเท่านั้น พอเติบใหญ่กลับใช้ปมลึกในใจกระทำซ้ำกับเด็กคนอื่นแบบไม่ต่างจากที่เขาเคยโดน

คดีนี้ฝ่ายผู้เสียหายร้องขอความช่วยเหลือผ่าน Social Network หลากหลายช่องทาง เพื่อให้ช่วยติดตามตัวลูกชายวัย 10 ขวบ ที่ถูกคนร้ายล่อลวงไปจากบ้านพักใน อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่ต้นเดือน เม.ย. พร้อมแจ้งความ สภ.สันทราย โดยเชื่อว่า มานัส คนงานก่อสร้างในบริเวณใกล้เคียงน่าจะเป็นคนร้าย มานัส อ้างว่าจะพาไปซื้อเสื้อผ้ากีฬาในตัวเมืองเชียงใหม่ แต่กลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ท่ามกลางความหวาดวิตกของพ่อแม่ที่กลัวว่าลูกจะถูกหลอกไปเป็นขอทาน

ผ่านไปราว 2 สัปดาห์ ข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวกับคนร้ายยังอยู่ในมุมมืด แม้ว่าศาลจังหวัดเชียงใหม่จะออกหมายจับ มานัส ในที่สุดครอบครัวจึงเดินทางเข้า กทม. พบกับ พ.ต.อ.วิวัฒน์ คำชำนาญ ผู้กำกับการ กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ผกก.ดส.บช.น.) ตามคำแนะนำขององค์กรเอกชนแห่งหนึ่ง

ผู้กำกับฯ วิวัฒน์ เรียก พ.ต.ท.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรศิริ สารวัตร กก.ดส. นักสืบคนสนิทเข้ามาพร้อมกับวางแผนสืบสวน พร้อมกับประสานกับตำรวจท้องที่ ตรวจสอบประวัติของคนร้าย กระทั่งพบว่า มานัส มีข้อหาพรากผู้เยาว์ติดตัว ล่อลวงเด็กชายวัย 14 ปี ไปเมื่อปี 2550 และพบด้วยว่าเมื่อปี 2547 เขาเคยถูกตำรวจ สภ.ช้างเผือก จับกุมในข้อหาพรากผู้เยาว์ด้วยการอนาจาร หรือตุ๋ยเด็ก จนศาลพิพากษาให้ติดคุกเป็นเวลา 1 ปีครึ่ง ก่อนที่จะรอดซังเตออกมาก่อเหตุซ้ำอีก 2 ครั้ง

เปิดแฟ้มล่า ‘ตุ๋ยต่อเนื่อง’  ลักตัวเด็กชายไปอนาจาร

เมื่อข้อมูลหลั่งไหลออกมาเช่นนี้ การลักพาตัวเด็กชายไป คนร้ายมีเป้าประสงค์เพื่อการอนาจาร ไม่ได้หวังถึงขั้นเด็ดชีวิต การไล่ล่าคนร้ายจึงเริ่มขึ้น ตำรวจก็ทำงานยากยิ่งเนื่องจากคนร้ายไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ที่สำคัญไม่ใช้โทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์ใดที่จะแกะรอยทางอิเล็กทรอนิกส์ได้

แต่ก็เหมือนโชคเข้าข้าง เพื่อนคนงานก่อสร้างให้เบาะแสว่า ก่อนที่ มานัส จะหายตัวไปนั้น ได้หลอกเอาบัตรเอทีเอ็มของเพื่อนหายไปด้วย ชุดสืบสวนเริ่มแกะรอยทางการเงินทันที ไม่นานนักก็รู้ว่าบัตรเอทีเอ็มถูกนำไปกดครั้งแรกในตัวเมือง จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 6 เม.ย. 5 หมื่นบาท ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 9 เม.ย.ที่ย่านซอยรามคำแหง 62 แต่ไม่ได้เงินออกมา เนื่องจากบัตรถูกอายัดไว้แล้ว ชุดสืบสวนจึงกลับเมืองกรุงทันที

“ผมนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ มองว่าทำไมคนร้ายถึงมาปรากฏตัวแถวรามคำแหง นั่น อาจเป็นเพราะว่าคนร้ายมีความผูกพันกับย่านนั้น เป็นหลักปกติของคนร้ายเวลาหลบหนี” ผู้กำกับฯ วิวัฒน์บอก พร้อมให้สารวัตรฯ กีรติศักดิ์ ตรวจสอบประวัติพบว่าเคยทำงานก่อสร้างหมู่บ้านในย่านดังกล่าวนานประมาณ 2 ปี

ข้อมูลที่ได้มา พยานทุกคนให้การสอดคล้องกันว่า มานัส มักจะชอบไปเที่ยวพักผ่อนแถวชายหาด อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ตำรวจไม่รอช้าลงพื้นที่ทำงานแข่งกับเวลา เพื่อไม่ให้เหยื่อเปลี่ยนสถานที่อีกครั้ง

ในที่สุดชุดสืบสวนก็เหมือนกับถูกหวย เมื่อขอเข้าตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง บริเวณหาดเจ้าสำราญ อ.เมือง จ.เพชรบุรี ก็พบว่ามีอยู่ภาพหนึ่งเห็นความเคลื่อนไหวของชายที่มีบุคลิกเหมือนกับคนร้าย แม้ว่าจะใส่แว่นตาดำอำพรางใบหน้าก็ตาม ตำรวจออกตามหาทันทีโดยใช้ภาพถ่ายให้เป็นประโยชน์ และในที่สุดก็ทราบจากแม่ค้าร้านขายของชำแห่งหนึ่งว่า ข้าวไข่เจียวสองกล่องเพิ่งถูกซื้อจากชายคนนี้ที่มาพร้อมกับเด็กที่อ้างว่าเป็นลูกชาย

แม่ค้าบอกพลางชี้มือไปยังซอยเล็กๆ มีห้องพักที่ถูกเช่าไว้ ไม่กี่ชั่วอึดใจ คนร้ายก็จูงมือเหยื่อเด็กชายลงจากรถสองแถว ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่คนร้ายสิ้นอิสรภาพด้วยกุญแจมือของชุดสืบสวน เมื่อเย็นวันที่ 21 เม.ย.

“เด็กส่วนใหญ่ที่คนร้ายลักพาตัวไปจะมีอายุราว 10-14 ขวบ เด็กพวกนี้จะง่ายต่อการล่อลวง และตัวคนร้ายเองก็มีวิธีการพูดจาที่น่าเชื่อถือ ส่วนใหญ่จะหลอกเด็กว่าพาไปเป็นนักฟุตบอลบ้าง โดยจะอ้างตัวว่าเป็นอดีตโค้ช หรือไม่ก็พาไปเล่นเกม เพื่อนให้เด็กตายใจก่อนที่จะพาไปอนาจารทำมิดีมิร้าย” ผู้กำกับฯ วิวัฒน์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม คนร้ายมีพฤติกรรมทางจิตที่กระทำความผิดต่อเนื่อง ตรวจสอบประวัติพบว่าตัวเขาเองเคยถูกทางรุณทางเพศ หรือตุ๋ย เมื่ออายุ 12 ขวบเหตุ

เกิดที่น้ำตกห้วยแก้ว ใน จ.เชียงใหม่ เป็นไปได้ที่ฝังใจมาอย่างยาวนาน จึงกระทำกับเด็กในรุ่นราวคราวเดียวกับสมัยที่เขาเคยถูกกระทำมาก่อน และก็เป็นไปได้ว่าเหยื่ออาจจะมีมากกว่า 3 คน

ตำรวจจะต้องติดตามพฤติกรรมของคนร้ายรายนี้ต่อไปเมื่อพ้นโทษ เพราะเกรงว่าจะกลับมาก่อเหตุอีกครั้ง ซึ่งในคดีลักษณะนี้หากเกิดในต่างประเทศจะถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก แต่ในไทยกฎหมายยังถือว่าทำความผิดแค่เป็นการพรากผู้เยาว์เท่านั้น จึงต้องแก้กฎหมาย เพิ่มโทษให้คนร้ายได้ได้รับโทษอย่างสาสม

 


 

 

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69