
ปส.แถลงรวบแก๊งค้ายาเสพติด
ตำรวจปราบปรามยาเสพติดรวบยาบ้า 3 แสน-จับสองสาวอิหร่านค้ายาไอซ์ เกือบ 5 กก. พล.ต.ท.อติเทพ ปัญจมานนท์ ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ปปส. และเจ้าหน้าที่ศุลกากร จับกุม นายเวชยันต์ หวังพัฒนากุล อายุ 43 ปี นางกังหยั่ว หวังพัฒนากุล อายุ 39 ปี สองพี่น้อง และนายศตายุทธ ยุทธศาสตร์ธาดา อายุ 28 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 300,000 เม็ด ยาไอซ์ น้ำหนักประมาณ 929 กรัม รถยนต์กระบะ 2 คัน และโทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง โดยจับกุมนายเวชยันต์ กับนางกังหยั่ว ได้ที่จุดตรวจป่าฮิ้น ต.บ้านโป่ง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ และจับกุมนายศตายุทธ ได้ระหว่างขับรถ ที่บริเวณตู้ยามบ้านโป่ง หมู่ 4 ต.บ้านโป่ง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย
ตำรวจปราบปรามยาเสพติดรวบยาบ้า 3 แสน-จับสองสาวอิหร่านค้ายาไอซ์ เกือบ 5 กก.
พล.ต.ท.อติเทพ ปัญจมานนท์ ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ปปส. และเจ้าหน้าที่ศุลกากร จับกุม นายเวชยันต์ หวังพัฒนากุล อายุ 43 ปี นางกังหยั่ว หวังพัฒนากุล อายุ 39 ปี สองพี่น้อง และนายศตายุทธ ยุทธศาสตร์ธาดา อายุ 28 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 300,000 เม็ด ยาไอซ์ น้ำหนักประมาณ 929 กรัม รถยนต์กระบะ 2 คัน และโทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง โดยจับกุมนายเวชยันต์ กับนางกังหยั่ว ได้ที่จุดตรวจป่าฮิ้น ต.บ้านโป่ง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ และจับกุมนายศตายุทธ ได้ระหว่างขับรถ ที่บริเวณตู้ยามบ้านโป่ง หมู่ 4 ต.บ้านโป่ง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย
พล.ต.ท.อติเทพ กล่าวว่า ชุดสืบสวนได้ประสานข้อมูลร่วมกับตำรวจในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนพบว่ามีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดลักลอบลำเลียงยาเสพติดจำนวนมากจากนายทุนชาวจีนฮ่อในพื้นที่ ก่อนกระจายส่งให้ลูกค้าใน กทม.และปริมณฑล จึงเร่งสืบสวนสอบสวนกระทั่งพบว่ากลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมดได้ร่วมกันลักลอบขนยาบ้าและยาไอซ์ของกลางจากพื้นที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เตรียมไปส่งให้ลูกค้าใน จ.ปทุมธานี จึงวางแผนเข้าจับกุมไว้ได้พร้อมของกลาง เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า,ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย
สอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 3 ให้การรับสารภาพว่า ได้รับว่าจ้างยาบ้าและยาไอซ์ของกลางจาก นายเจ (ไม่ทราบชื่อสกุล) ชาวม้ง ซึ่งอาศัยอยู่ใน อ.แม่สอด จ.ตาก ซึ่งติดต่อผ่านนายทุนชาวจีนฮ่อ ให้นำไปส่งให้ลูกค้าในพื้นที่คลอง 13 อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี โดยได้รับเงินค่าจ้างเป็นจำนวน 3 แสนบาท ส่วนของกลางทั้งหมดจะมีผู้มารับอีกทอดหนึ่ง
อีกรายจับกุม น.ส.รีซัคคานี่ เรฮาเน่ (MISS REZAKHANI REYHANEH) อายุ 20 ปี และ น.ส.โมกาดามินิค ซาร่า (MISS MOGHADAMINIK SARA) อายุ 30 ปี ทั้งสองสัญชาติอิหร่าน พร้อมของกลางยาไอซ์ จำนวน 4.48 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ในช่องลับกระเป๋าเดินทางโดยใช้แผ่นพลาสติกปิดบังไว้ด้านในกระเป๋า โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง ตั๋วเครื่องบิน 4 ใบ และหนังสือเดินทาง 2 เล่ม โดยจับกุมได้ที่ด่านตรวจค้นศุลกากร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
ก่อนหน้านี้ตำรวจได้รับการประสานจากประเทศอิหร่านว่ามีหญิงต้องสงสัยชาวอิหร่าน เดินทางเข้าประเทศไทย โดยแวะเปลี่ยนเครื่องที่เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ ก่อนเดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรณณภูมิ เมื่อวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา เมื่อเจ้าหน้าที่พบผู้ต้องสงสัยตามที่ได้รับแจ้งจึงขอเข้าตรวจค้น และสามารถจับกุมทั้งสองไว้ได้ เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต
พล.ต.ท.อติเทพ กล่าวว่า สำหรับการจับกุมผู้ต้องหาชาวอิหร่านทั้งสองรายนี้ ทางชุดสืบสวนได้รับการประสานข้อมูลว่าจะมีผู้ลักลอบขนยาไอซ์มาจำหน่ายในพื้นที่ กทม.ซึ่งยาไอซ์ เป็นยาเสพติดที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากเป็นสารเสพติดบริสุทธิ์มีความเข้มข้น ยาไอซ์ปริมาณ 1 กิโลกรัม สามารถนำมาเป็นส่วนผสมในการผลิตยาเสพติดชนิดใหม่ได้เป็นจำนวนมากและมีราคาสูงกว่ายาบ้า อีกทั้งการซุกซ่อนเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจค้นก็เจ้าหน้าที่ก็ทำได้ง่ายกว่ายาบ้าจำนวนนับแสนเม็ด นอกจากนี้ทางประเทศอิหร่าน ได้ถูกหน่วยงานด้านปราบปรามยาเสพติดในหลายประเทศ โดยเฉพาะหน่วย ดีอีเอ สหรัฐอเมริกา จับตามองและเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นแหล่งกระจายยาเสพติดสำคัญจากแหล่งผลิตในทวีปแอฟริกา







