posttoday
บุรุษเบื่องหลัง"กองทุนสตรี"

บุรุษเบื่องหลัง"กองทุนสตรี"

28 เมษายน 2555

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ก่อตัวตั้งแต่ “กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี” ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง ไม่ว่าจะเป็นข้อครหาเรื่องเน้นสร้างฐานเสียงผ่านเม็ดเงินที่กระจายลงในพื้นที่ แถมมีกลไกคัดกรองด้วยระบบสมาชิก ยังไม่รวมกับการกระตุ้นการสร้างหนี้ของรากหญ้า

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ก่อตัวตั้งแต่ “กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี” ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง ไม่ว่าจะเป็นข้อครหาเรื่องเน้นสร้างฐานเสียงผ่านเม็ดเงินที่กระจายลงในพื้นที่ แถมมีกลไกคัดกรองด้วยระบบสมาชิก ยังไม่รวมกับการกระตุ้นการสร้างหนี้ของรากหญ้า

“ภูมิธรรม” ชายผู้ที่มีส่วนร่วมอยู่เบื้องหลังการตั้งไข่ของกองทุนนี้ ยืนยันว่า วัตถุประสงค์การจัดตั้งกองทุนฯ เป็นเรื่องดี ในการจัดสรรเงินไปให้สตรีในระดับหมู่บ้าน ระดับจังหวัด เพราะสตรีเป็นประชากรที่มีมากกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศหรือของโลก และเป็นคนที่ถูกเรียกว่าคนหลังบ้าน ซึ่งมีส่วนช่วยแก้ปัญหาและกำหนดชะตาชีวิตของครอบครัว

ส่วนที่มีข้อโต้แย้งบ้าง คนที่โต้แย้งอาจมี ความเข้าใจน้อย ยกตัวอย่างกรณีที่ระบุว่า อยากให้เงินส่วนใหญ่ไปอยู่ที่การพัฒนาศักยภาพนั้น บางคนอาจมองแบบยึดติดในรูปแบบเกินไป ถ้าไปดูกลไกการจัดสรรเงิน แบ่งเป็นเงินทุนหมุนเวียน 80% เงินพัฒนาศักยภาพ 20% แต่ที่จริงเป็นเงินพัฒนาศักยภาพสตรีทั้งหมด

ทั้งนี้ อย่ามองแค่การพัฒนาศักยภาพคือการฝึกอบรม ถ้ามองเห็นการพัฒนาศักยภาพเป็นเรื่องของวีถีชีวิต ทุกอย่างเป็นการพัฒนาศักยภาพเป็นการเรียนรู้ปัญหาของเขาเอง การ สร้างรายได้อาชีพให้คนกลุ่มหนึ่งเข้ามาเรียนรู้บริหารกองทุนฯ ร่วมกัน ดูทรัพยากรร่วมกัน จัดสรรเอาไปใช้กับปัญหาชีวิตประจำวัน ถ้ามองอย่างนี้ก็เป็นการพัฒนาศักยภาพทั้งหมด

“ถ้าคุณมองประชาชนเป็นฐานการเมือง ผมคิดว่ามองแคบเกินไป ระบบต้องทำให้คุณรองรับประชาชนทั้งประเทศอยู่แล้ว ส่วนประชาชนส่วนใหญ่จะพึงพอใจและมาเป็นฐานการเมืองให้คุณ ก็เป็นผลพลอยได้ อย่าไปคิดมาก”

ภูมิธรรม ชี้แจงว่า เม็ดเงินในโครงการนี้ เฉลี่ยจังหวัดละ 100 ล้านบาท รวม 7,700 ล้านบาททั่วประเทศไม่ได้มาก ถ้าดูโครงการไทยเข้มแข็งใช้เงินหมื่นล้านก็ไปทั่วประเทศเหมือนกัน เรื่องนี้ไม่ใช่นายกฯ คิดอยากจะทำก็ทำ แต่ผ่านกระบวนการเสนอเป็นนโยบายต่อสาธารณะ หาเสียงมาทุกจังหวัดทั่วประเทศ และได้รับการตอบรับจากประชาชน รวมทั้งยังได้บรรจุวาระเร่งด่วน มันก็เป็นไปตามกระบวนการในระบอบประชาธิปไตย ตามที่เขาได้หาเสียง

บุรุษเบื่องหลัง"กองทุนสตรี"

 

นอกจากนี้ เท่าที่รับฟัง รับทราบ ไม่ใช่คิดแล้วไปทำ แต่ผ่านการการรับฟังความคิดเห็น ก่อนจะออกเป็นนโยบายได้ คุยกับองค์กร เอกชน นักวิชาการหลายส่วน ทั้งกลุ่มที่ทำงานด้านสตรี กลุ่มของปวีณา หงสกุล จะเด็ด เชาว์วิไลผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ฯลฯ มีการพูดคุยรับฟังความคิดเห็น

ภูมิธรรม ชี้แจงอีกว่า ปัญหาความเข้าใจผิดอีกประการ คือเรื่องสมาชิกถึงจะมีส่วนการเข้าถึงเงินนั้น ถือเป็นการเข้าใจผิดในสาระสำคัญอย่างยิ่ง กองทุนสตรีไม่ใช่จะให้บริการเฉพาะสมาชิก แต่ให้บริการสตรีไทยทั้งหมดทั่วประเทศ แต่กระบวนการสมัครสมาชิกเป็นการกำหนดคุณสมบัติเพื่อนำมาซึ่งการคัดเลือกกรรมการที่จะเข้ามาบริหารและในกระบวนการตรวจสอบการดำเนินการ เมื่อสมัครเข้ามาก็เป็นกระบวนการเก็บรวบรวมข้อมูล แต่ทุกคนมีสิทธิได้ประโยชน์ทั้งหมด

“สำหรับสมาชิก เดิมตอนแรกเข้าใจผิด เพราะผู้ปฏิบัติมีคนเสนอว่าต้องการให้จัดการให้ทันวันที่ 8 มี.ค. ซึ่งเป็นวันสตรีสากล แต่เมื่อไม่ทันเขาก็ขยายไปไม่มีปัญหา ตอนนี้มีสมาชิก 5.9 ล้านคน เทียบกับกองทุนหมู่บ้านเริ่มต้นมี 2 ล้านคน วันนี้ขยายไปเรื่อย”

ส่วนที่มีการโจมตีกันว่าจะเป็นการซ้ำรอย “กองทุนหมู่บ้าน” ที่ล้มเหลว นั้น “ภูมิธรรม” อธิบายว่า เป็นเรื่องเข้าใจผิดมาก คุณต้องไปดูงานวิจัยทีดีอาร์ไอ เวิลด์แบงก์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พบว่ากองทุนหมู่บ้านประสบความสำเร็จ 90% มีปัญหาไม่ถึง 10% เงินกองทุนหมู่บ้าน 8 หมื่นล้านบาท ตอนนี้มีเงินอยู่ 1.6 แสนล้านบาท เป็นผลพอกพูนจากการลงไปดำเนินการของประชาชน

“ก่อนหน้านี้ มีโครงการธนาคารประชาชนให้ประชาชนรับประกันกันเอง คนจนไม่มีหลัก ทรัพย์ เขาไปค้ำกันเอง ไม่มีหนี้เสีย สำเร็จไป 90% เขาไม่ทิ้งโอกาส เพราะเขาจ่ายดอกเบี้ยแขก 4050% วันนี้มาเสียดอกเบี้ยต่ำและดูแลกันเอง อันนี้ประสบความสำเร็จ คนจนไม่มีปัญหาเรื่องโกง เสียหายมีบ้างไหม มนุษย์ธรรมดาเราเองเรายังใช้เงินนอกงบประมาณก็มี เพราะฉะนั้นที่มากล่าวหา ผมคิดว่าอาจจะเข้าใจข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อน”

“คุณต้องไปคิดถึงคนที่เขายากลำบากและเขาไม่มีปัญญาจะไปมีหนี้แบบที่คุณจะไปทำ เพราะเขาไม่มีหนทางทำมาหากิน อย่าไปมองแค่ว่าเป็นกิจกรรมที่จะไปส่งเสริมหนี้ แต่คือกิจกรรมที่ทำให้คนมาดูแลกิจกรรมสินทรัพย์ร่วมกันไปสร้างโอกาส นี่คือการพัฒนาศักยภาพเวย์ออฟไลฟ์ วิถีชีวิต ประชาธิปไตยที่เป็นวิถีชีวิต”

ทั้งนี้ ในส่วนของพัฒนาศักยภาพอีก 20%ให้เอ็นจีโอ องค์กรที่อยู่ในพื้นที่ได้กู้ไปทำเรื่องปัญหาสตรี การส่งเสริมศักยภาพสตรี การพัฒนาผู้นำ ถามว่าเยอะหรือ 20 ล้านบาท 77 จังหวัด 1,540 ล้านบาททั่วประเทศ ใช้หมด ก็จัดสรรงบให้ใหม่ทุกปี ใช้ไม่หมด ใช้เท่าไหร่ก็เพิ่มเข้าไป สมเหตุสมผลที่สุด ถ้าใจท่านกว้างและมาดู ท่านจะเห็นว่าการทำอันนี้เป็นสิ่งที่จะช่วยพัฒนาสตรี และจะเห็นว่าไม่เคยมี

ภูมิธรรม มองว่า เรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์อันกว้างไกล ทำสำเร็จมากน้อยก็เป็นเรื่องของอนาคต แต่อย่างน้อยคุณกล้าริเริ่มเรื่องนี้ทำให้มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน สหรัฐ มหาวิทยาลัยอีฮวา เกาหลี เชิญไปพูดเพราะเป็นประเทศแรกๆ ที่เสนอสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้นอย่างน้อยคุณกำลังเสนอทางออก ทางเลือกให้กับสังคม กำลังเป็นต้นแบบให้สังคมทำ ต้องมองด้านดีสิ่งนี้เริ่มจากตัวนายกฯ ยิ่งลักษณ์เอง ซึ่งผลักดันออกมา

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท