
รวบแก๊ง8เซียนตระเวนทุบกระจกรถย่านปทุมฯ
ตำรวจ รวบ2โจ๋แก๊ง 8เซียนตระเวนทุบกระจกรถย่านปทุมฯฉกทรัพย์ทำมากว่า 10 ครั้ง
ตำรวจ รวบ2โจ๋แก๊ง 8เซียนตระเวนทุบกระจกรถย่านปทุมฯฉกทรัพย์ทำมากว่า 10 ครั้ง
พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รรท.ผบช.ภ.1 ,พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รอง ผบช.ภ.1,พล.ต.ต.สมิทธิ มุกดาสนิท ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี,พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.ปทุมธานี ร่วมแถลงข่าวจับกุมคนร้ายก่อเหตุทุบกระจกรถ ผู้ต้องหา 2 ราย ทราบชื่อคือ 1.นายภูธเนศ หรือ โจ เยี่ยมหาญ อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ 1 ต.หนองเยือง อ.บ้านใหม่ไชยพจน์ จ.บุรีรัมย์ และ 2.นายทศพล หรือโย่ง ทวานนท์ อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 61 หมู่ 1 แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กทม. พร้อมด้วยของกลางเป็นทรัพย์สินของผู้เสียหาย มีคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค 4 เครื่อง ไฟฉาย และไขควงปลายแบน ซึ่งเป็นอุปกรณ์ในการใช้งัดแงะ
นายภูวเนศ หรือโจฯ ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า ร่วมกันก่อเหตุกับนายโย่งฯ ตระเวนก่อเหตุโดยใช้ไฟฉายส่องดูภายในรถที่จอดในที่มืด เปลี่ยว เมื่อเห็นว่ามีกระเป๋าภายในรถก็จะใช้ไขควงกระแทกขอบกระจก จากนั้นกระจกจะลั่นแตกทั้งบาน แล้วใช้ไขควงปากแบนกรีดกระแทกไล่ตามขอบอีกรอบ จนทำให้หลุดออกทั้งบาน แล้วปีนเข้าไปหยิบของและทรัพย์สินภายในรถ โดยนายโย่งจะคอยจอดรถดูลานเลาให้ เมื่อได้ทรัพย์สินแล้วก็จะพากันขับรถออกไป นำของไปเก็บไว้ที่ห้องพักก่อน แล้วจึงนำไปขายทีละชิ้น ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ย่านเมืองเอก เนื่องจากตนเองมีแฟนสาวที่พักอยู่บริเวณหอพักใกล้ม.รังสิต เวลามาหาแฟนสาวก็จะก่อเหตุ
พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รอง ผบช.ภ.1 กล่าวเปิดเผยว่า นายภูวเนศ หรือโจ เป็นเครือข่ายเดียวกันกับแก๊งค์ 8 เซียนที่เคยก่อเหตุในท้องที่นครบาล โดยแต่ก่อนนี้นายภูวเนศหรือโจฯ จะเคยร่วมภายในแก๊งค์ด้วยแต่ไม่ได้เป็นผู้ก่อเหตุ กระทั่งหลายคนในแก๊งค์ถูกจับกุมไปแล้ว นายภูวเนศหรือโจ จึงชักชวนนายโย่ง มาลงมือก่อเหตุเอง และตระเวนก่อเหตุในพื้นที่ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ,สภ.ปากคลองรังสิต ที่ถูกก่อเหตุอยู่เป็นประจำ กว่า 10 ราย และมีประชาชนในพื้นที่ถูกก่อเหตุจนหลายคนเริ่มผวา กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตรวจสอบจากประวัติคนร้ายที่เคยก่อเหตุในลักษณะดังกล่าว เพราะเป็นวิธีการก่อเหตุในลักษณะกรีดกระแทกกระจกออกไปทั้งบาน จึงง่ายต่อการติดตาม จึงอยากขอฝากเตือนประชาชนที่จอดรถไว้ข้างถนนแล้วลงไปทานอาหารตามร้านต่าง ๆ ควรจะจอดรถไว้ในที่ที่มีแสงสว่าง และอย่าวางกระเป๋าหรือทรัพย์สินที่มีค่าให้เป็นที่ล่อตากับกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุ ควรเก็บไว้ท้ายรถหรือนำทรัพย์สินติดตัวลงไปด้วยเพื่อความปลอดภัย







