
กฟผ.ทบทวนแผนกู้แบกค่าไฟหลังแอ่น
กฟผ.เล็งทบทวนแผนกู้เงินเพิ่ม หลังรับภาระอุ้มค่าไฟพุ่งกว่าหมื่นล้าน
กฟผ.เล็งทบทวนแผนกู้เงินเพิ่ม หลังรับภาระอุ้มค่าไฟพุ่งกว่าหมื่นล้าน
นายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ.เตรียมทบทวนแผนระดมเงินกู้ปีนี้ หลังมีภาระชดเชยค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) เพิ่มเป็น 1.02 หมื่นล้านบาท จากเดิม 8,000 ล้านบาท ตามแผนเดิมกำหนดวงเงินกู้ไว้ 12 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้ในการลงทุนระบบสายส่งไฟฟ้าและโครงการโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ 2 แห่ง คือ โรงไฟฟ้าจะนะ 2 และวังน้อย 4
กฟผ.อาจต้องปรับเพิ่มวงเงินกู้บ้างแต่คงไม่มากนัก เพื่อให้สภาพคล่องมีเพียงพอกับการดำเนินงาน สำหรับสถานการณ์การใช้ไฟฟ้าในปีนี้ ขยายตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยที่ระดับ 8.4% จากปีก่อนที่ขยายตัว 34% โดยฤดูร้อน ตั้งแต่เดือนมี.ค.เป็นต้นมา ปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีค) ทำลายสถิติรายวัน โดยเมื่อวันที่ 25 เม.ย. อยู่ที่ 25,557 เมกะวัตต์ ปรับเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1,700 เมกะวัตต์ หรือมากกว่าการผลิตไฟฟ้าจาก เขื่อนภูมิพล 2 แห่ง ดังนั้นหากอัตราการใช้ไฟฟ้าขยายตัวในระดับนี้ต่อเนื่อง จำเป็นต้องมีโรงไฟฟ้าใหม่มารองรับในอนาคตให้ทัน
เมื่อพิจารณาจากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ พ.ศ.25532573 (พีดีพี2010 ) จะยังไม่มีโรงไฟฟ้าแห่งใหม่จนกว่าจะถึงปี 2557 โดยขณะนี้ปริมาณสำรองไฟฟ้าอยู่ที่ระดับ 20% และจะเริ่มลดสัดส่วนลง ซึ่งทางกฟผ.จะต้องวางแผนการบริหารกำลังการผลิตไฟฟ้าให้เพียงพอ รวมทั้งการหาแหล่งไฟฟ้าอื่นๆมาเสริมไว้ด้วย โดยยืนยันจะดูแลความมั่นคงด้านไฟฟ้าให้ดีที่สุด
ด้านนายดิเรก ลาวัณย์ศิริ ประ ธานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) กล่าวว่า ขณะนี้ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นเรื่องอัตราค่าบริการจากมาตรการค่าไฟฟ้าฟรีสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประ เภทบ้านอยู่อาศัยไม่เกิน 50 หน่วย/เดือน ตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย.4 พ.ค. เป็นการปรับลดการใช้ไฟฟรีของครัวเรือนจากเดิมที่ไม่เกิน 90 หน่วย/เดือน หลังจากนั้นจะเริ่มประกาศใช้ในเดือน มิ.ย. ทำให้ครัวเรือนได้รับประโยชน์เหลือ 4.37 ล้านครัวเรือน จาก 8 ล้านครัวเรือน
ด้านผู้ใช้ไฟฟ้าฟรีประเภทบ้าน อยู่อาศัย จะต้องใช้มิเตอร์ไฟฟ้าไม่เกินขนาด 5 แอมแปร์ และใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 50 หน่วย/เดือน ภาระการใช้ไฟฟรีที่เกิดขึ้น ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทกิจการขนาดกลาง กิจการขนาดใหญ่ กิจการเฉพาะอย่าง องค์กรที่ไม่แสวงหากำไร และไฟฟ้าชั่วคราวจะรับภาระโดยบวกค่าไฟฟ้า คิดเป็นเงิน 256 ล้านบาท/เดือน หรืออุดหนุนต่อหน่วย 0.0265 บาท จากเดิม 0.12 บาท







