
ดึงรพ.เอกชนรับส่งต่อ
ให้ขนาดเล็กสำรองช่วยฉุกเฉินเชิญสังกัดกทม.ร่วมโครงการ
ให้ขนาดเล็กสำรองช่วยฉุกเฉินเชิญสังกัดกทม.ร่วมโครงการ
เตรียมดึงโรงพยา บาลเอกชนขนาดเล็ก 78 แห่ง รองรับส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินก่อนกลับต้นสังกัด
ที่ประชุมร่วมระหว่างผู้แทนโรงพยาบาลเอกชน กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และ 3 กองทุนสุขภาพ ได้แก่ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สำนักงานประกันสังคม (สปส.) กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 26 เม.ย. ได้หารือถึงแนวทางการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินภายหลังได้รับการรักษาจนพ้นภาวะวิกฤตชีวิตภายใน 24 ชั่วโมง
นพ.พีรพล สุทธิวิเศษศักดิ์ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้หารือกันเพื่อเจรจาให้โรง พยาบาลเอกชนระดับกลาง ขนาด 100 เตียงขึ้นไป ซึ่งตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร (กทม.) จำนวน 78 แห่ง เข้ามารองรับการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินในกรณีที่โรงพยาบาลต้นสังกัดผู้ป่วยจาก 3 กองทุนไม่พร้อมรับ
นพ.พีรพล กล่าวว่า เบื้องต้นโรงพยาบาลทั้ง 78 แห่ง สามารถรับได้กับอัตราการจ่ายค่ารักษาตามกลุ่มโรคร้ายแรง ซึ่งเริ่มที่ 1.05 หมื่นบาท แต่ขอเจรจาในรายละเอียดว่าจะให้เป็นโรงพยาบาลเสริมหรือเป็นโรงพยาบาลหลักในการรักษา
นพ.พีรพล กล่าวอีกว่า ข้อเสนอของ นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระ ทรวงสาธารณสุข ที่จะยอมให้โรง พยาบาลเอกชนสามารถเบิกค่ารักษาจากกองทุนสุขภาพได้ตามราคาจริงหากไม่สามารถส่งต่อผู้ป่วยได้ใน 24 ชั่วโมง เป็นเพียงข้อเสนอหนึ่งในการแก้ปัญหา แต่ตามข้อเท็จจริงแล้วโรงพยาบาลเอกชนไม่เคยแจ้งต้นทุนที่แท้จริง และข้อเสนอนี้กองทุนสุขภาพก็คงจ่ายไม่ไหว
ทั้งนี้ ที่ประชุมยังได้หารือแนวทางการดึงโรงพยาบาลสังกัด กทม. อาทิ โรงพยาบาลสิรินธร โรงพยา บาลเจริญกรุงประชารักษ์ เข้ามาเป็นเครือข่ายรองรับผู้ป่วยจากการส่งต่อด้วย แต่ผู้แทนจากโรงพยา บาลสังกัด กทม. แจ้งว่าบุคลากรไม่เพียงพอในการให้บริการที่เพิ่มขึ้น สธ.ต้องสนับสนุนงบประมาณและกำลังคน







