posttoday
อันความคิดวิทยาเหมือนอาวุธ

อันความคิดวิทยาเหมือนอาวุธ

27 เมษายน 2555

โดย...ศุภมิตร ปิติพัฒน์

โดย...ศุภมิตร ปิติพัฒน์

อาจารย์สมบัติ จันทรวงศ์ แห่งคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เสนอไว้ในโครงการวิจัยชุดธรรมวิทยาแห่งพลเมือง ที่อาจารย์ทำให้แก่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ว่า เราอาจพิจารณาบุคคลผู้มีอิทธิพลทางความคิดต่อพลเมืองว่าเปรียบเสมือนเป็นประกาศกสมัยใหม่ โดยเฉพาะผู้ถ่ายทอดเผยแพร่ความคิดในเวทีและสื่อกระแสต่างๆ เพื่อมุ่งช่วงชิงการนำทางความคิดและจิตสำนึกของประชาชน

ความหมายของประกาศก ได้แก่ ผู้พูดความจริงถามท้าอำนาจ ผู้นำเสนออุดมคติ ผู้วิพากษ์วาทกรรมแห่งอำนาจ ที่ครองครอบการสร้างความรู้ และการเข้าใจความจริง ผู้มาเผยให้เห็นทั้งสิ่งที่เป็นข้อจำกัดและการสุดโต่งเกินเลยที่แฝงอยู่ในโลกทัศน์ของคนในสังคม รวมทั้งความขัดแย้งที่โลกทัศน์นั้นก่อให้เกิดขึ้น เพื่อช่วยให้มนุษย์และพลเมืองพิจารณารับหรือปฏิเสธคุณค่าต่างๆ ที่ยอมรับกันอยู่ในสังคมได้อย่างแยบคาย สามารถทลายขีดจำกัดของวิธีคิดและวิถีปฏิบัติอันเกิดจากคุณค่าเหล่านั้น แล้วผสานส่วนที่ดีของมันขึ้นไปหาอุดมคติที่อยู่พ้นไปจากคุณค่าเหล่านั้นได้

การเปรียบเทียบของอาจารย์สมบัติข้างต้น ชวนให้นึกถึงข้อสังเกตของมาคิอาเวลลีในหนังสือเจ้าผู้ปกครอง ที่อาจารย์สมบัติแปลออกเป็นพากย์ไทย ในบทที่ 6 ของหนังสือเล่มนั้น มาคิอาเวลลีเสนอว่าประกาศกที่ติดอาวุธเท่านั้น จึงจะมีโอกาสและสามารถเปลี่ยนแปลงระเบียบของสังคมอันยากแก่การรื้อถอนให้สำเร็จโดยตลอดรอดฝั่ง ส่วนประกาศกที่ไร้อาวุธ เมื่อใดที่ประชาชนไม่เชื่อถือเขาอีกต่อไป ย่อมถูกทำลายลงอย่างราบคาบพร้อมกับระเบียบใหม่ที่เขาเสนอ

แต่ข้อสังเกตของมาคิอาเวลลีอาจไม่จริงเสมอไป เพราะมีนักคิดนักเคลื่อนไหวทางการเมืองร่วมสมัยและในประวัติศาสตร์ไม่น้อยที่ทรงอิทธิพลอย่างสูง แม้ในยามที่เขาและเธอหาได้มีอาวุธใดๆ ในมือ นอกจากการใช้สติต่างโล่และปัญญาต่างอาวุธ ในการยุทธ์ชิงความเชื่อของมวลมหาชน

อาวุธเสมือนอย่างหนึ่งในคลังแสงของพวกเขาย่อมได้แก่อาวุธแห่งการวิพากษ์ ดังเช่นประกาศกผู้ยิ่งยงของโลกสมัยใหม่คนหนึ่ง กล่าวไว้อย่างจับใจว่า แม้ “อาวุธของการวิพากษ์ไม่อาจทดแทนการวิพากษ์อาวุธได้ [เพราะ] พลังทางวัตถุถูกขจัดล้มล้างได้ ก็ด้วยพลังทางวัตถุ แต่ความคิดและทฤษฎีก็สามารถกลายเป็นพลังทางวัตถุได้เช่นกัน เมื่อมันเข้ายึดกุมความเชื่อของคนไว้ได้”

ในการยุทธ์เพื่อช่วงชิงฐานที่มั่นในความคิดจิตใจของประชาชนนี้เอง ที่ในไม่ช้าก็เร็ว จะชักนำประกาศกให้มาประจัญหน้ากับผู้ครองหรือมุ่งครองอำนาจและรักษาระเบียบของรัฐ เพราะการครองอำนาจรัฐและการรักษาระเบียบของรัฐโดยปริยายย่อมครอบคลุมถึงการโน้มน้าวใจประชาชนเพื่อการยอมรับและเสียงสนับสนุน รวมทั้งการอบรมกล่อมเกลาพลเมืองให้มีวิธีคิดและวิถีปฏิบัติสอดคล้องกับการรักษาอำนาจการปกครองของรัฐในยามบ้านเมืองเป็นปกติ

แต่ในยามบ้านเมืองมีปัญหา ทำให้สังคมต้องเผชิญกับสถานการณ์ของการต่อสู้ ซึ่งหวังผลถึงขั้นการเปลี่ยนแปลงรากฐานทางการเมือง การก่อตัวของการวิพากษ์ระเบียบทางการเมือง โดยประกาศกฝ่ายที่ต้องการการเปลี่ยนแปลง ก็คือสนามประลองสำคัญด้านหนึ่ง ที่สามารถส่งผลอย่างลึกซึ้งต่อผลลัพธ์ของการรักษาระเบียบทางการเมือง

ในการศึกษาการรักษาระเบียบของฝ่ายอนุรักษนิยมในยุโรปศตวรรษที่ 19 เฮ็นรี คิสซิงเจอร์ เปรียบเทียบความแตกต่างที่ไม่อาจประสานได้ระหว่างประกาศกกับรัฐบุรุษผู้มุ่งครองอำนาจและรักษาระเบียบของรัฐ ที่ทำให้การประจันหน้าระหว่างฝ่ายทั้งสองมักจบลงด้วยโศกนาฏกรรมเสมอ เพราะรัฐบุรุษของรัฐย่อมเห็นว่า “การไกล่เกลี่ยรอมชอม คือแกนหลักของเสถียรภาพ เพราะมันเป็นสัญลักษณ์บ่งว่า การกล่าวอ้างที่ขัดแย้งกัน มีทางที่จะปรับให้ปรองดองเข้าหากันได้ อันจะทำให้เกิดการยอมรับในความชอบธรรม” กลับคืนมา

แต่ภารกิจของประกาศกคือการมุ่งทำ “ความจริงให้เป็นที่ประจักษ์ สิ่งที่เป็นไปได้ ไม่ทำให้เขาสนใจมากเท่ากับว่า อะไรคือสิ่งที่ ‘ถูกต้อง’ สำหรับประกาศก รัฐบุรุษคือตัวแทนของการขบถต่อความเป็นจริง เพราะ ... โดยนิยามแล้ว สิ่งใดที่เป็นสัจจะ สิ่งนั้นไม่สามารถรอมชอมได้”

สถานการณ์ของการเผชิญหน้า มีแนวโน้มว่าสิทธิอำนาจจะไม่อาจเป็นหลักประกันให้แก่เสรีภาพ ในขณะที่การใช้เสรีภาพดูจะเป็นภัยคุกคามที่ไม่น่าวางใจ เพราะมันมิได้เป็นแต่เพียงการใช้สิทธิพื้นฐานในกรอบของกฎหมาย แต่ยังเป็นการมุ่งท้าทายและทำลายสิทธิอำนาจ ซึ่งรองรับการใช้และการปฏิบัติตามกฎหมาย ที่เห็นว่าไม่ถูกต้องเป็นธรรมนั้นลงไป

ในช่วงขณะที่สังคมจะเคลื่อนเข้าหา หรือเคลื่อนตัวถอยออกมา จากจุดแตกหัก การรักษาความมั่นคงของสิทธิอำนาจ กับการยืนหยัดในความหมายของเสรีภาพ จะประลองทดสอบกันและกัน ว่าจะสามารถหาจุดดุลของการรอมชอมระหว่างพลังทางการเมืองฝ่ายต่างๆ จนสามารถนำการยอมรับในความชอบธรรมกลับคืนมาให้แก่ระเบียบทางการเมืองได้อย่างลงตัวอีกครั้งหนึ่งหรือไม่

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท