posttoday
"เยียวยาอย่างดีที่สุด"

"เยียวยาอย่างดีที่สุด"

26 เมษายน 2555

โดย...อนุศาสน์ สุวรรณมงคล

โดย...อนุศาสน์ สุวรรณมงคล

หลักการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งแต่แรกเริ่มเมื่อปี 2547 จนถึงปัจจุบัน เป้าหมายเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำของผู้ก่อความไม่สงบเพื่อลดเงื่อนไขความเคียดแค้นชิงชัง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความสมานฉันท์และความปรองดอง

หลังจากรัฐบาลมีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10 ม.ค. 2555 โดยอ้างข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) มากำหนดเป็นหลักเกณฑ์เยียวยาเหยื่อจากการชุมนุมทางการเมืองได้ก่อให้เกิดอะไรบ้างกับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในแง่ของความรู้สึกของบุคคลที่เป็นผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนใหญ่มีความรู้สึกว่ามีการเลือกปฏิบัติสองมาตรฐานจากการช่วยเหลือเยียวยาจากรัฐที่แตกต่างกันมากมาย เพราะผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบเป็นผู้บริสุทธิ์ที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งใดๆ เลย ประชาชนทั่วไปผู้เสียชีวิตได้เงินช่วยเหลือเยียวยา 1 แสนบาท ตามหลักเกณฑ์กำหนดโดยมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 31 พ.ค. 2548 โดยผู้ได้รับผลกระทบก่อนที่จะได้รับการเยียวยาจากรัฐ จะต้องให้คณะกรรมการ 3 ฝ่าย (ปกครอง ตำรวจ ทหาร) สืบสวนสอบสวนก่อนแล้วประชุมพิจารณาว่าได้รับผลกระทบจากการก่อความไม่สงบหรือไม่

เหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค. 2547-31 ธ.ค. 2554 มีผู้เสียชีวิต 3,620 คน และบาดเจ็บ 6,808 คน เหตุการณ์ล่าสุดเมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2555 ที่ จ.ยะลา และ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในเวลาไล่เลี่ยกันเกิดเหตุการณ์ระเบิดที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา มีผู้เสียชีวิตทันทีรวม 13 คน เสียชีวิตในเวลาต่อมาอีก 2 คน และมีผู้บาดเจ็บสาหัสและบาดเจ็บเล็กน้อยอีกเป็นจำนวนมาก

เริ่มจาก อ.เมือง จ.ยะลา ที่ ถนนรวมมิตรคนร้ายได้จุดระเบิดอานุภาพสูงที่ซ่อนอยู่ในรถยนต์ 2 คัน ส่งผลให้อาคารบ้านเรือนทั้งสองข้างทาง รถยนต์ รถจักรยานยนต์ในบริเวณนั้นเสียหายอย่างหนัก เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตทันที 10 ราย และเสียชีวิตในเวลาต่อมาอีก 2 ราย รวมทั้งบาดเจ็บจากระเบิดและไฟคลอกสาหัส 7 ราย นอกจากนั้นยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก

ในเวลาต่อมาวันเดียวกัน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่ โรงแรมลีการ์เด้นส์พลาซ่า คนร้ายได้นำระเบิดที่ซ่อนไว้ในรถยนต์และนำไปจอดไว้ที่ชั้นใต้ดินโรงแรมลีการ์เดนพลาซ่า มีผู้เสียชีวิตทันที 3 ราย ผู้บาดเจ็บจากระเบิดและไฟคลอกสาหัส และไม่สาหัสทั้งสิ้นกว่า 400 ราย

วันที่ 2 เม.ย. 2555 หลังจากเหตุการณ์ที่โรงแรมลี การ์เดนส์ พลาซ่า ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อให้กำลังใจประชาชนในพื้นที่ และเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ลอบวางระเบิดครั้งนี้ โดยยืนยันว่าจะให้การเยียวยาอย่างดีที่สุด

นายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่า จะเยียวยาทั้งสองเหตุการณ์ที่ จ.ยะลา และที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา อย่างเต็มที่และดีที่สุด คำพูดดังกล่าวทำให้เกิดความคาดหวังและสร้างคำถามในใจผู้ได้รับผลกระทบทันทีว่า ดีที่สุดที่นายกรัฐมนตรีได้ให้สัญญาไว้ จะเท่าเทียมกับการเยียวยาให้กับผู้ชุมนุมทางการเมือง ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10 ม.ค. 2555 ที่ชดเชยกรณีเสียชีวิตรายละ 4.5 ล้านบาท โดยคำนวณบนพื้นฐานที่ว่า ผู้เสียชีวิตมีรายได้ปีละ 1.5 แสนบาท เป็นเวลานาน 30 ปี ครอบครัวจะได้ค่าปลงศพรายละ 2.5 แสนบาท ผู้ทุพพลภาพ 4,500 บาทเท่ากัน กรณีสูญเสียอวัยวะ อวัยวะสำคัญ 3.6 ล้านบาท อวัยวะไม่สำคัญ 1.8 ล้านบาท ไม่ได้สูญเสียอวัยวะแต่ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1.125 ล้านบาท บาดเจ็บไม่สาหัส 6.75 แสนบาท บาดเจ็บเล็กน้อย 2.25 แสนบาท ค่ารักษาพยาบาลกรณีเสียชีวิตเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 2 แสนบาท หากไม่เสียชีวิต แต่จำเป็นต้องรับการรักษาพยาบาลทั้งเฉพาะหน้าและระยะยาว รัฐบาลจะชดเชยให้ตามจริงสูงสุดไม่เกิน 4 แสนบาท ชดเชยเยียวยาความสูญเสียทางจิตใจ กรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพรายละ 3 ล้านบาท โดยได้มีการยืนยันว่า หลักเกณฑ์ที่จ่ายให้กับผู้ชุมนุมทางการเมืองสอดคล้องกับการชดเชยเยียวยาตามมาตรฐานสากล และข้อเสนอของ คอป. เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2554

ขณะนี้ จ.สงขลา ได้เยียวยาให้กับผู้เสียชีวิต 3 คน คนละ 1 แสนบาท และหน่วยงานอื่นๆ เช่น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อีกรายละ 6,000 บาท กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย รายละ 2.5 หมื่นบาท (กรณีหัวหน้าครอบครัวเสียชีวิตได้รับรายละ 5 หมื่นบาท) ส่วนความเสียหายด้านร่างกาย ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวขณะนี้ จ่ายค่าเยียวยาเบื้องต้นรายละ 1.4 หมื่นบาท หากยังต้องรักษาตัวต่อในโรงพยาบาลถึง 5 วัน จะจ่ายเพิ่ม 2 หมื่นบาท และหากพักรักษาตัวเกินกว่า 20 วัน จะช่วยเหลืออีก 2 หมื่นบาท เป็นเงินรวมไม่เกินรายละ 5.4 หมื่นบาท

จ.ยะลา เยียวยาตามหลักเกณฑ์ปกติ ประชาชนทั่วไปเสียชีวิตรายละ 1 แสนบาท และเจ้าหน้าที่รัฐรายละ 5 แสนบาท บาดเจ็บสาหัส 35 หมื่นบาท บาดเจ็บเล็กน้อย 1 หมื่นบาท และหน่วยงานอื่นในพื้นที่มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาเพิ่มเติมตามระเบียบที่กำหนด (กรณีร้านข้าวมันไก่รุ่งเรือง บนถนนรวมมิตร ซึ่งมีผู้เสียชีวิตภายในร้าน 4 คน ได้รับเงินเยียวยารายละ 1 แสนบาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้นเพียง 4 แสนบาท ร้านเลดี้แฟชั่น 2 บนถนนเดียวกันมีผู้เสียชีวิตภายในร้าน 3 คน ซึ่งเป็นบุคคลในครอบครัวเดียวกันได้รับเงินเยียวยาเป็นเงินทั้งสิ้น 3 แสนบาท)

จะเห็นว่ารัฐบาลยังไม่มีความชัดเจนในการ “เยียวยาอย่างดีที่สุด” หมายถึงจะจ่ายให้มากที่สุด หรือเป็นธรรมหรือเท่าเทียมที่สุด ยังไม่มีอะไรปรากฏเป็นรูปธรรม หรือว่าการเยียวยาในพื้นที่ภาคใต้ไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับการชดเชยเยียวยาตามมาตรฐานสากล ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกไม่เป็นธรรม ไม่เท่าเทียม

หรือว่าการอนุมัติเพิ่มความช่วยเหลือเยียวยาให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ โดยใช้อัตราเดียวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ จัดรายการจากทำเนียบรัฐบาล รายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน วันที่ 7 เม.ย. 2555 เป็นคำตอบที่บอกว่า “จะเยียวยาอย่างดีที่สุด”

นอกจากนี้ มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10 ม.ค. 2555 ดังกล่าวยังส่งผลกระทบในการปรับตัวเลขการเยียวยาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าชีวิตของประชาชนคนไทยทุกคนมีคุณค่าในสายตารัฐบาลอย่างเท่าเทียมกัน ไม่มีการเลือกปฏิบัติ ที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาเรื่องการปรับหลักเกณฑ์เยียวยาจำนวนเงินช่วยเหลือกรณีเสียชีวิตของประชาชนให้เท่าเทียมกับเจ้าหน้าที่รัฐ จากเดิมรายละ 1 แสนบาท เป็นรายละ 5 แสนบาท ต้องสะดุดหยุดลงเพราะไม่มั่นใจว่าตัวเลขที่เหมาะสมที่จะสร้างความปรองดองและความรู้สึกถึงคุณค่าของชีวิตที่เท่าเทียมกัน ไม่มีการเลือกปฏิบัติ ควรจะเป็นเท่าไร และหากพิจารณาตามตัวเลขเดิมจะสร้างเงื่อนไขใหม่ให้กับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่

การเยียวยาอย่างมีเหตุผลต้องไม่ควรสร้างความรู้สึกว่าถูกเลือกปฏิบัติ จะต้องสร้างความรู้สึกที่ดี ความปรองดอง จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อทุกฝ่ายรู้สึกได้ว่า ตัวเองได้รับความเป็นธรรมจากรัฐ และได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมกัน แต่ความเป็นธรรมแบบประชานิยม การเงินนำการเมืองนำการทหาร เพื่อเอาใจคนบางกลุ่ม มีแต่จะสร้างความแตกแยกมากขึ้น

ณ ขณะนี้หน่วยงานที่ดูแลเรื่องการเยียวยาต้องหมกมุ่นอยู่กับตัวเลขจำนวนเงิน ทำให้เสียโอกาสในการปรับปรุงระบบการเยียวยาให้สอดคล้องกับความต้องการในปัจจุบัน ที่ผู้ได้รับผลกระทบต้องการ ได้แก่ การเยียวยาที่ต่อเนื่องยั่งยืนและมั่นคงในเรื่องการรักษาพยาบาลของผู้ทุพพลภาพ การสร้างอาชีพที่มั่นคงสอดคล้องกับความต้องการของผู้ได้รับผลกระทบ การดูแลด้านการศึกษาสำหรับทายาทของผู้เสียชีวิตตลอดจนการเยียวยาทางด้านจิตใจ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ส่งผลให้ครอบครัวของผู้ได้รับผลกระทบที่ประสบความเดือดร้อนสามารถปรับตัวได้ในเบื้องต้น สามารถดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุขและมั่นคง

ดังนั้น การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบต้องสอดคล้องเหมาะสม เป็นธรรม เท่าเทียม หรือใกล้เคียงกันทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย สามารถอธิบายและตอบคำถามให้กับสังคมได้ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการแก้ปัญหาการเยียวยาอย่างแท้จริง

การเยียวยาที่ดีต้องให้ความเป็นธรรม รอบคอบ ระมัดระวัง และคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น และไม่สร้างเงื่อนไขใหม่ การใช้หลักเกณฑ์ที่มีความแตกต่างควรมีเหตุผลที่ชัดเจน และสามารถชี้แจงต่อสังคมได้ ตัวเลขจำนวนเงินอาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดและยังมีเหตุการณ์อีกมากมายที่รอรับการเยียวยาที่ถูกต้อง ถูกวิธี ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลข นี่คือสิ่งที่รัฐบาลต้องใคร่ครวญเป็นอย่างมาก กรอบการพิจารณาการเยียวยาต้องชัดเจนและมีผลผูกพันต่อเนื่องตลอดไป การเยียวยาที่ถูกต้องและเป็นธรรมจะทำให้การแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ภาพแห่งความเจ็บปวด พร้อมที่จะหวนกลับมาเป็นคำถามมากมายให้กับรัฐบาล ตราบใดที่รัฐบาลยังไม่สามารถชี้แจงอย่างชัดเจนเรื่องหลักเกณฑ์และมาตรฐานการเยียวยาและข้อแตกต่างระหว่างการเยียวยาของผู้ชุมนุมทางการเมืองตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10 ม.ค. 2555 และผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

คำพูดที่นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ บอกว่า “จะเยียวยาอย่างดีที่สุด” คืออะไร ยังคงค้างคาใจผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท