
ไม่ช่วยคนจน
สำนักพยากรณ์เศรษฐกิจต่างๆ ปรับขึ้นตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 45% เนื่องจากปีนี้จะเป็นปีแห่งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ เพราะปีที่แล้วเศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำมากเนื่องจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งประวัติศาสตร์ในไตรมาสสุดท้ายของปี
สำนักพยากรณ์เศรษฐกิจต่างๆ ปรับขึ้นตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 45% เนื่องจากปีนี้จะเป็นปีแห่งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ เพราะปีที่แล้วเศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำมากเนื่องจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งประวัติศาสตร์ในไตรมาสสุดท้ายของปี
สิ่งที่ตามมากับเศรษฐกิจโตก็คือ เงินเฟ้อที่สูงทำลายสถิติเช่นกัน เนื่องจากราคาน้ำมันเป็นต้นทุน ดันการขึ้นเงินเดือนข้าราชการ การขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ
เงินเฟ้อเป็นศัตรูตัวฉกาจของเศรษฐกิจ ซึ่งนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เตือนรัฐบาลว่า ขณะนี้เห็นสัญญาณฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างชัดเจน ไม่อยากให้รัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจให้ร้อนแรง เพราะจะทำให้เงินเฟ้อยิ่งสูงขึ้น
แต่รัฐบาลยังคงมุ่งมั่นเร่งรัดผลักดันนโยบาย ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ซึ่งก็คือโครงการประชานิยมออกมาเพิ่ม หลังจากโครงการที่ออกมาก่อนหน้านี้ ไม่สามารถผลักดันเศรษฐกิจได้เร็วทันใจ ทั้งโครงการรถคันแรก และโครงการบ้านหลังแรก มีประชาชนมาใช้โครงการน้อย
ดังนั้น รัฐบาลจึงออกโครงการพักหนี้ออกมาจากปกติ รัฐบาลจะออกโครงการพักหนี้เกษตรกรทุกปีอยู่แล้ว แต่ก็ยังไม่พอ จึงออกโครงการพักชำระหนี้ดีให้กับลูกค้าที่เป็นลูกหนี้ของธนาคารรัฐ ซึ่งเป็นลูกหนี้ที่มีบัญชีปกติ มีหนี้ไม่เกิน 5 แสนบาท ลดดอกเบี้ยให้เหลือ 3% หรือพักชำระเงินต้น 3 ปี ซึ่งคาดว่าจะใช้เงิน 4.5 หมื่นล้านบาท
รัฐบาลหวังว่าเงินจำนวนนี้จะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อของประชาชนได้ ทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนและประชาชนมีกำลังต้านทานกับเงินเฟ้อได้มากขึ้น
วิธีคิดของรัฐบาลเป็นอันตรายอย่างยิ่ง เพราะเป็นการส่งสัญญาณผิดในการใช้ธนาคารของรัฐเข้าไปเป็นมือไม้ในการดำเนินนโยบาย โดยข้อเท็จจริงธนาคารของรัฐเป็นธนาคารเฉพาะกิจ ตั้งขึ้นโดยมีกฎหมายเฉพาะดูแล ซึ่งรัฐบาลจะใช้ธนาคารรัฐแทรกแซงตลาด หรือเข้าไปเสริมในส่วนที่ธนาคารพาณิชย์ไม่ทำ และประชาชนต้องการ
การดำเนินการดังกล่าว หากพักหนี้กับหนี้เสียเพื่อให้ลูกหนี้เสียมีโอกาสฟื้นตัว หรือให้ผู้ที่มีหนี้นอกระบบรีไฟแนนซ์มาเป็นหนี้ในระบบ เป็นการช่วยประชาชนที่ดีกว่า จะส่งสัญญาณว่า หากมากู้ยืมเงินกับธนาคารของรัฐแล้ว ก็จะพักหนี้ให้ไม่ต้องจ่าย แม้จะมีกำลังจ่ายก็เป็นการสอนให้คนไม่มีวินัยทางการเงินและใช้จ่ายเกินตัว แม้ไม่จ่ายหนี้ในขณะนี้ แต่ในอนาคตก็ต้องจ่ายหนี้คืนอยู่ดี แต่หากไม่จ่ายรัฐบาลก็จะต้องตั้งงบประมาณไปชดเชยให้
ในระยะต่อไป ประชาชนก็จะเริ่มแห่ไปใช้บริการธนาคารของรัฐมากขึ้น โดยมีความหวังว่าหากชำระหนี้ไม่ได้รัฐบาลก็จะเข้ามาช่วยเอง อย่าลืมว่ายิ่งหนี้เสียของธนาคารรัฐมีมากเท่าไหร่ คนที่จะต้องเดือดร้อนที่สุดคือผู้ถือหุ้นซึ่งก็คือกระทรวงการคลังนั่นเอง จะต้องเอาเงินภาษีของคนทั้งประเทศมาอุดหนุนโครง การที่ไม่ได้ช่วยเหลือคนจน คนที่เดือดร้อนจริง และมีคนเพียงหยิบมือเดียวที่ได้ประโยชน์ สนองคะแนนนิยมของรัฐบาล







