
ระวังดินไหวทำเนียบฯถล่ม
นักวิชาการจี้รัฐรับมือแผ่นดินไหว หวั่นทำเนียบรัฐบาลศูนย์ราชการบีทีเอส ถล่ม
นักวิชาการจี้รัฐรับมือแผ่นดินไหว หวั่นทำเนียบรัฐบาลศูนย์ราชการบีทีเอส ถล่ม
นายปณิธาน ลักคุณะประสิทธิ์ หัวหน้าผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านทางวิศวกรรมแผ่นดินไหวและการสะเทือน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า หน่วยงานราชการควรเตรียมแผนการรับมือแผ่นดินไหว เพื่อเป็นตัวอย่างให้เอกชนทำตาม โดยเร่งเสริมความแข็งแรงของอาคารที่อ่อนแอ
ทั้งนี้ เพราะหากอาคารออกแบบไม่ได้มาตรฐานต้องเร่งแก้ไขจุดอ่อน โดยเฉพาะอาคารที่เป็นศูนย์บัญชาการสำคัญ เช่น ทำเนียบรัฐบาล กองบัญชาการกองทัพ ศูนย์ราชการ ศาลากลางจังหวัด ต้องมีการประเมินความแข็งแรงด้วย เพราะเหตุแผ่นดินไหวที่ประเทศเฮติ ทำเนียบประธานาธิบดีเคยพังจนไม่สามารถใช้เป็นศูนย์บัญชาการสั่งการช่วยเหลือประชาชนได้
“โรงไฟฟ้า ประปา ระบบสาธารณูปโภคของเมือง มีความสำคัญต่อการอยู่รอดของประเทศ จึงต้องออกแบบให้รองรับแผ่นดินไหว อาคารเก่าต้องประเมินความแข็งแรงด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะรถไฟฟ้าบีทีเอส ทางด่วน ต้องดูให้ดี เพราะถ้าโครงสร้างพื้นฐานเสียหาย หมายถึงความวินาศมหาศาลจะตามมา” นายปณิธาน กล่าว
นายปณิธาน กล่าวอีกว่า ไม่สามารถตอบได้ว่าอาคารใหม่จะมีแรงต้านแผ่นดินไหวได้กี่ริกเตอร์ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของแผ่นดินไหว ระยะทาง จุดศูนย์กลาง และความลึกของแผ่นดินไหวด้วย แต่เหตุแผ่นดินไหวขนาด 4 ริกเตอร์ที่ จ.ภูเก็ต ไม่สามารถทำให้อาคารคอนกรีตเสริมเหล็กพังได้ จึงไม่ควรตระหนก
นายสุทัศน์ ลีลาทวีวัฒน์ ผู้อำนวยการโครงการเทคโนโลยีวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวว่า เหตุแผ่นดินไหวที่ จ.ภูเก็ต เนื่องจากอยู่ใกล้บริเวณรอยเลื่อนแผ่นเปลือกโลก แต่นอกจาก จ.ภูเก็ต แล้ว ยังมีพื้นที่อื่นที่มีความเสี่ยงแผ่นดินไหวสูงกว่า จึงไม่ควรมองข้าม
ด้านนายพินิต เลิศอุดมธนา ผู้อำนวยการกองควบคุมอาคาร กทม. กล่าวว่า ผลการตรวจอาคารเสี่ยงแผ่นดินไหวในพื้นที่ กทม. ที่ผ่านมายังไม่พบปัญหาความเสี่ยง และ กทม.มีรายชื่ออาคารดังกล่าวอยู่หมดแล้ว







