
ภัยแล้งคุกคามชาติ
ในขณะที่สถานการณ์การเมืองกำลังเข้มข้น และรัฐบาลทุ่มเทกำลังและความสนใจทั้งหมดไปที่การรับมือม็อบเสื้อแดงที่กำลังจะบุก กทม. ในสุดสัปดาห์นี้
แต่ในชนบทปัญหาภัยแล้งกำลังกลายเป็นภัยรุกรานชาวบ้านในท้องที่ห่างไกล โดยเฉพาะผู้ที่ทำอาชีพเกษตรกรอย่างรุนแรง ที่จะทำให้การปลูกพืชซึ่งเป็นรายได้หลักของครอบครัวหายไป
ถามว่าวันนี้รัฐบาลได้เตรียมการจัดการปัญหาภัยแล้งไว้อย่างไรบ้าง นอกจากจะสั่งการให้กระทรวงมหาดไทย และกองทัพก็สั่งให้ทหารออกช่วยเหลือประชาชนตามชนบทซึ่งเป็นงานประจำที่ทำกันอยู่ทุกปีๆ
เท่าที่ได้ฟังนโยบายของรัฐบาลมา มีการพูดถึงการแก้ไขปัญหาน้ำหรือแก้ภัยแล้งน้อยมาก ทั้งที่เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลจะต้องเข้ามาบริหารจัดการให้ได้ เนื่องจากประชากรส่วนใหญ่โดยเฉพาะกลุ่มรากหญ้าของไทยนั้นประกอบอาชีพเกษตรกรรม
ทุกลำน้ำในช่วงหน้าร้อนนี้แห้งเหือดไปมาก โดยเฉพาะลุ่มน้ำโขงที่เคยมีน้ำอุดมสมบูรณ์ น้ำกลับแห้งเหือดจนผู้คนสามารถเดินข้ามฝั่งไปมาได้เลยโดยไม่ต้องใช้เรือ ซึ่งสะท้อนปัญหาว่าแม่น้ำนานาชาติแห่งนี้ระดับน้ำลดต่ำลงจนเริ่มเข้าสู่ภาวะวิกฤต ซึ่งจะทำให้ประเทศที่แม่น้ำโขงไหลผ่านและอาศัยน้ำจากแม่น้ำแห่งนี้กินใช้จะลำบากทั่วไปหมด
ฉะนั้น ปัญหาแม่น้ำโขงลดระดับอย่างรุนแรงจึงไม่ได้เป็นปัญหาของประเทศไทยเพียงประเทศเดียว แม้แต่ประเทศลาวและกัมพูชาเองซึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง ก็ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำโขงลดลงเช่นเดียวกัน
วันนี้แม่น้ำโขงซึ่งเป็นแม่น้ำนานาชาติของประเทศในภูมิภาคนี้กลายเป็นปัญหานานาชาติ เพราะการที่แม่น้ำโขงลดระดับลงอย่างมากนั้น เห็นตรงกันว่าเป็นเพราะประเทศจีนซึ่งเป็นประเทศต้นน้ำของแม่น้ำโขงได้สร้างเขื่อนเก็บน้ำไว้ใช้เอง
ประเทศไทยเป็นประเทศที่เริ่มออกโรงเจรจากับจีนเพื่อขอแก้ไขปัญหานี้ก่อน แต่ดูไปแล้วความพยายามไม่เป็นผล เพราะทางรัฐบาลจีนสนใจปัญหาภัยแล้งในประเทศของตัวเองมากกว่าจะสนใจปัญหาของคนอื่น
ดังนั้น หากจะให้การเจรจากับจีนมีน้ำหนักมากขึ้น ประเทศในลุ่มน้ำโขงควรจะรวมตัวกันขอเปิดการเจรจากับรัฐบาลจีนเพื่อขอความช่วยเหลือในเรื่องการผันน้ำจากเขื่อนลงมาช่วยประเทศเพื่อนบ้านบ้าง เรื่องนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เสนอให้จีนเป็นเจ้าภาพจัดประชุมทางวิชาการเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง หลังเกิดปัญหาระดับน้ำในแม่น้ำโขงลดลงอย่างมาก
สำหรับรัฐบาลเองทำแค่ไปขอเจรจากับจีนยังไม่เพียงพอ แต่ควรจะต้องมีแผนการแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างถาวร ซึ่งควรจะต้องทำเป็นวาระแห่งชาติ ไม่ใช่ให้หน่วยงานมีหน้าที่รับผิดชอบไปแก้ไขปัญหาเป็นคราวๆ ไป และฝากชีวิตไว้กับธรรมชาติที่นับวันจะแปรปรวนและประหลาดขึ้นทุกวัน







