
กรมบัญชีกลางยันเรียกเงินช.ค.บ.คืนตามกม.
กรมบัญชีกลางแจงเรียกเงินช.ค.บ.คืนหลังแม่บ้านตำรวจทหารร้องมูลนิธิปวีณายันดำเนินการตามกม.
กรมบัญชีกลางแจงเรียกเงินช.ค.บ.คืนหลังแม่บ้านตำรวจทหารร้องมูลนิธิปวีณายันดำเนินการตามกม.
นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยกรณีการจ่ายเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ (ช.ค.บ.) หลังกลุ่มแม่บ้านตำรวจทหารเดินทางไปร้องเรียนต่อมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เพราะถูกเรียกเก็บเงินคืนว่า เงินจำนวนนี้ เป็นไปเพื่อช่วยค่าครองชีพให้แก่ผู้รับเบี้ยหวัด หรือบำนาญ แต่หากเข้ารับราชการในสังกัดราชการซึ่งได้รับเงินเดือนค่าจ้าง การได้รับเงินจำนวนดังกล่าวอีกย่อมไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย
ส่วนกรณีที่ต้องมีการเรียกเงิน(ช.ค.บ.)คืน เพราะตั้งแต่ปี2550 กรมบัญชีกลางได้พัฒนาการเบิกจ่ายเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งขณะนั้นพบว่า มีจำนวน 960 ราย ที่ได้รับเงินโดยไม่มีสิทธิ หรือได้รับเกินสิทธิ เป็นจำนวนเงิน 28 ล้านบาทเศษ จึงได้มีหนังสือแจ้งส่วนราชการ ดำเนินการเรียกคืน ซึ่งกรณีการจ่ายเงินไม่ถูกต้องอาจเกิดขึ้นได้ เช่น ผู้รับบำนาญได้รับบำนาญพิเศษในฐานะทายาทของข้าราชการที่เสียชีวิต เพราะเหตุปฏิบัติหน้าที่จากหน่วยงานหนึ่ง และเมื่อทายาทผู้นั้นเข้าทำงานในหน่วยงานราชการอีกแห่งหนึ่ง แล้วไม่ได้แจ้งให้หน่วยงานที่จ่ายเงินบำนาญทราบ จึงทำมีการจ่ายเงิน ช.ค.บ.จนเมื่อมีการตรวจสอบพบจึงต้องเรียกคืนตามกฏหมาย
"เมื่อมีการปรับเงิน ช.ค.บ. ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2554 พบว่ามีการเบิกจ่ายเงินเกินสิทธิ จำนวน 1,007 ราย เป็นจำนวนเงิน 151.05 ล้านบาท ได้มีการสั่งระงับการจ่ายเงินช.ค.บ. ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2554 และดำเนินการแจ้งหน่วยงานและผู้รับเบี้ยหวัดหรือบำนาญดำเนินการคืนเงินต่อไป" นายรังสรรค์ กล่าว







