
ไหม้หอสมุด‘พนัญเชิง’
ลุ้นระทึกห่างวิหารหลวงพ่อโต300ม. คาดไฟฟ้าลัดวงจรเสียหาย40ล้าน
ลุ้นระทึกห่างวิหารหลวงพ่อโต300ม. คาดไฟฟ้าลัดวงจรเสียหาย40ล้าน
เพลิงไหม้หอสมุดหลังใหญ่วัดพนัญเชิงวรวิหาร เสียหายกว่า 40 ล้านบาท
อาคารทรงปราสาทจัตุรมุขไม้สัก ซึ่งเป็นอาคารหอสวดมนต์ หอสมุดเก็บตำราพระพุทธศาสนาและพระไตรปิฎก สำนักเรียนพระปริยัติธรรมของวัด ถูกไฟไหม้เสียหายเกือบทั้งหลัง แต่ลมที่พัดแรงทำให้การดับเพลิงเป็นไปอย่างยากลำบาก ซึ่งเป็นที่วิตกว่าเพลิงอาจลุกลามไปติดกลุ่มกุฏิเรือนไทยไม้สักหลังใหญ่ 2 หลังริมน้ำ และกลุ่มกุฏิเรือนไทยอีกจำนวนมาก รวมถึงวิหารหลวงพ่อโตและพระอุโบสถของวัด
ต้นเพลิงลุกไหม้จากจัตุรมุขทางด้านทิศใต้ และลุกลามไปทั่วอาคารทั้งสองชั้น ซึ่งอยู่ระหว่างการบูรณะ มีอุปกรณ์ก่อสร้าง รวมทั้งสีและทินเนอร์อยู่ภายในจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ได้ระดมรถดับเพลิงกว่า 20 คันใช้น้ำดับเพลิง แต่กระแสลมที่พัดแรงทำให้ต้องใช้เวลากว่า 30 นาที จึงควบคุมเพลิงไว้ได้
เจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าสาเหตุเพลิงไหม้น่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรขณะการปรับปรุงบูรณะ ซึ่งจะต้องรอผลตรวจพิสูจน์ที่แน่ชัดจากเจ้าหน้าที่วิทยาการ
พระเทพรัตนากร หรือเจ้าคุณแวว เจ้าอาวาสวัดพนัญเชิงวรวิหาร เจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า อาคารนี้เป็นอาคารหลังเก่าและมีการปรับปรุงใกล้จะแล้วเสร็จสมบูรณ์แล้ว สาเหตุยังไม่ทราบว่ามาจากสาเหตุใด แต่ความเสียหายเลบื้องต้นประมาณ 40 ล้านบาท
ทั้งนี้ วัดพนัญเชิงวรวิหารเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธไตรรัตนนายก หรือหลวงพ่อโต เป็นวัดเก่าแก่ที่สุดของจังหวัด สร้างมาก่อนสมัยกรุงศรีอยุธยา และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลก
อาคารดังกล่าวเป็นอาคารทรงหลังคาโบราณหลังใหญ่ กว้างประมาณ 40 x 40 เมตร สูง 2 ชั้น ชั้นบนเป็นไม้สัก ชั้นล่างเป็นปูน ตกแต่งสวยงาม หลังคาเป็นทรงปราสาท ติดกระจกจกรอบอาคาร ตกแต่งอย่างวิจิตร มีมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท กำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุง ซึ่งเสร็จแล้วกว่า 95% อยู่ระหว่างการตกแต่งเพียงเล็กน้อย
นายชัยนันท์ บุษยรัตน์ ผู้อำนวยการอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า จากการตรวจสอบความเสียหาย พบไฟไหม้กุฏิสงฆ์ภายในวัด 2 หลัง หลังแรกไฟไหม้หลังคาและตัวกุฏิเสียหายเกือบทั้งหมด และพังลงมาเนื่องจากเป็นโครงสร้างไม้ ส่วนอีกหลังได้รับความเสียหายบางส่วน แต่ใช้งานไม่ได้แล้ว
“ที่เกิดเหตุห่างจากวิหารหลวงพ่อโตประมาณ 300 เมตร การตรวจสอบเบื้องต้น ไม่มีผลกระทบต่อโบราณสถาน โดยนางโสมสุดา ลียะวณิช อธิบดีกรมศิลปากร จะตรวจสอบเพื่อดำเนินการช่วยเหลืออีกครั้ง” นายชัยนันท์ กล่าว







