
เร่งทำนิยามป่วยฉุกเฉิน ปิดทางรพ.เก็บค่ารักษา
เร่งนิยามป่วยฉุกเฉินให้รัดกุมขึ้น แก้ปัญหาโรงพยาบาลเอกชนรีดเงินผู้ป่วย
เร่งนิยามป่วยฉุกเฉินให้รัดกุมขึ้น แก้ปัญหาโรงพยาบาลเอกชนรีดเงินผู้ป่วย
นพ.ประจักษวิช เล็บนาค รองเลขา ธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ (บอร์ด) สพฉ. อยู่ระหว่างการจัดทำคำนิยามกรณีฉุกเฉินในโครงการเจ็บป่วยฉุกเฉินมาตรฐานเดียวให้ชัดเจนขึ้น เนื่องจากโรงพยาบาลเอกชนบางแห่งได้ฉวยโอกาสเรียกเก็บเงินค่ารักษาพยาบาลเพิ่มเติมจากผู้ป่วย
นอกจากนี้ ในการคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉินตามนิยาม แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ 1.เมื่อผู้ป่วยหรือญาติโทรศัพท์ไปยังสายด่วน สพฉ. 1669 เจ้าหน้าที่จะสอบถามเพื่อคัดกรองเบื้องต้นตามอาการนิยามว่าเข้าเกณฑ์หรือไม่ 2.หากเจ้าหน้าที่ไม่แน่ใจจะส่งทีมเวชกรรมฉุกเฉินลงพื้นที่เพื่อคัดแยกผู้ป่วยในสถานที่เกิดเหตุ 3.เมื่อนำผู้ป่วยกลับมารักษายังโรงพยาบาลแล้วจะคัดกรองในห้องฉุกเฉินอีกครั้ง
ทั้งนี้ ขั้นตอนที่ 1-2 วางระบบเสร็จสิ้นแล้ว แต่ปัญหาเกิดขึ้นในขั้นตอนที่ 3 เนื่องจากแพทย์หรือโรงพยาบาลมีความเห็นว่าอาการผู้ป่วยไม่เข้าเกณฑ์เจ็บป่วยฉุกเฉินจึงเก็บเงินค่ารักษาเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังมีผู้ป่วยที่เข้าใจคลาดเคลื่อน เช่น เมื่อทราบข้อมูลว่าโรคหัวใจเข้าข่ายกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินได้ก็เข้ารับรักษายังโรงพยาบาลเอกชนเดิมที่เคยรักษาเป็นประจำ แต่กลับไม่ยอมจ่ายค่ารักษาพยาบาลและอ้างว่าใช้สิทธิป่วยฉุกเฉิน ซึ่งจำเป็นต้องสื่อสารให้มากขึ้น
น.ส.สารี อ๋องสมหวัง โฆษกชมรมพิทักษ์สิทธิผู้ประกันตน กล่าวว่า ผู้ป่วยไม่มีทางรู้ว่าตัวเองกำลังป่วยฉุกเฉินระดับสีแดงหรือสีเหลือง โรงพยาบาลและกอง ทุนต้องบริหารจัดการ แต่หากขึ้นชื่อว่าป่วยฉุกเฉินและเสี่ยงต่อชีวิตแล้ว โรงพยาบาลเอกชนก็ไม่ควรเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาล
“ตั้งแต่เริ่มโครงการนี้ มูลนิธิเริ่มได้รับเรื่องร้องเรียนบ้างแล้ว ส่วนใหญ่คือไม่เข้าใจขอบเขตการให้สิทธิว่าป่วยฉุกเฉินคืออะไร เมื่อไปรักษาก็ถูกเก็บค่ารักษาพยาบาล ตรงนี้ต้องเร่งแก้ไข” น.ส.สารี กล่าว







