
ไล่3ผู้คุมคุกเมืองคอนออกจากราชการ
อธิบดีกรมคุกไล่ผู้คุมเรือนจำนครศรีฯออกจากราชการ พบนักโทษคดียาเสพติดใช้กิ๊กดูแลธุรกรรมการเงิน
อธิบดีกรมคุกไล่ผู้คุมเรือนจำนครศรีฯออกจากราชการ พบนักโทษคดียาเสพติดใช้กิ๊กดูแลธุรกรรมการเงิน
วันนี้ (24เม.ย.) นายโสภณ ธิติธรรมพฤกษ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า ได้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเจ้าหน้าที่ผู้คุมในเรือนจำนครศรีธรรมราช ในแต่ละแดนที่พบสิ่งของต้องห้าม เพื่อหาตัวเจ้าของ และหาผู้ที่ลักลอบนำเข้าไปภายใน หากพบเจ้าหน้าที่รายใดมีส่วนรู้เห็นก็จะถูกดำเนินการทางวินัยร้ายแรงทันที
"เบื้องต้นที่พบเจ้าหน้าที่เรือนจำ 3 รายมีหลักฐานชัดเจนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับของกลาง ได้สั่งให้ออกจากราชการไว้ทั้งหมดแล้ว พร้อมทั้งประสานให้สำนักงานป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) เข้าไปตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สินอื่นๆด้วย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังมีเรือนจำอีกว่า 15 แห่ง ที่อยู่ในข่ายต้องจับตาความเคลื่อนไหว" นายโสภณ กล่าว
แหล่งข่าวกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมายอมรับว่าการยึดทรัพย์ผู้ต้องขังที่เป็นนักค้ายาเสพติดยังมีจุดอ่อน เพราะโดยปกติ หลังศาลชั้นต้นพิพากษาแล้ว 1 ปี สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) จะไม่สามารถเข้าไปยึดทรัพย์เพิ่มเติมได้อีก ดังนั้น เมื่อผู้ค้ายาเสพติดที่เข้าไปอยู่ในเรือนจำแล้วยังมีพฤติกรรมสั่งการค้ายาจนมีเงินเพิ่มขึ้นจึงตรวจสอบได้ยาก ยกเว้นหากตรวจสอบพบความผิดปกติแล้วให้ปปง.เข้าไปดำเนินการยึดทรัพย์ได้
“ปัจจุบันผู้ค้ายาเสพติดมักไม่เก็บทรัพย์สินไว้ในชื่อตัวเอง เพราะเกรงถูกยึดทรัพย์ แต่เลือกที่จะเก็บทรัพย์สินไว้กับบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ญาติ โดยมีการจ้างวานให้เปิดบัญชีจากนั้นจะเก็บสมุดบัญชี และเอทีเอ็มไว้เพื่อใช้ทำธุรกรรมเบิกถอนเอง หรือบางรายที่ถูกจับกุมต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำจะใช้วิธีให้กิ๊กหรือหญิงสาวที่ถูกแนะนำให้มาเยี่ยม หากมีความสนิทสนมคุ้นเคยกันแล้วจะถูกไหว้วานให้เปิดบัญชีและเป็นผู้จัดการเรื่องเงินให้ทั้งหมดตั้งแต่การเปิดบัญชี โอนเงิน ฝากเงิน แทนผู้ต้องขังนักค้าที่อยู่ในเรือนจำ โดยคนกลุ่มนี้จะจัดการเฉพาะเรื่องเงินแต่ไม่เกี่ยวข้องยาเสพติด ทั้งนี้ การฝากทรัพย์สินไว้กับบัญชีของผู้อื่นทำให้การตรวจสอบเพื่อยึดทรัพย์ทั้งหมดจึงเป็นเรื่องยาก เพราะบางรายไม่สามารถตรวจสอบความเชื่อมโยงได้”แหล่งข่าวกล่าว







