
ลุยสอบเภสัชอุดรหาหลักฐานยาซูโดหาย
ดีเอสไอเดินหน้าสอบปากคำเภสัชกรรพ.อุดรธานีหากหลักฐานคดียาซูโดอีเฟรดีนหายกว่า 7 ล้านเม็ด
ดีเอสไอเดินหน้าสอบปากคำเภสัชกรรพ.อุดรธานีหากหลักฐานคดียาซูโดอีเฟรดีนหายกว่า 7 ล้านเม็ด
เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และอัยการสูงสุด ได้สอบปากคำนายดำรงเกียรติ ตั้งเจริญ หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี คดียาแก้หวัดสูตรผสม “ซูโดอีเฟรดีน” หายจากโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานีจำนวน 7.2 ล้านเม็ด มูลค่า 11.3 ล้านบาท หลังจากดีเอสไอ รับคดีเป็นคดีพิเศษ ดำเนินคดีกับนายสมชาย แซ่โค้ว อายุ 41 ปี อดีตเภสัชกรชำนาญการ โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ที่ถูกไล่ออกจากราชการไปแล้ว และอยู่ระหว่างการหลบหนีหมายจับ คดีเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ , ยักยอดยาแก้หวัดสูตรผสม “ซูโดอีเฟรดีน” และมีไว้เพื่อจำหน่ายออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท(ยาเสพติด) และทำให้นายพิชาติ เฉลิมยุทธนา ผอ.รพ.ศูนย์อุดรธานี ถูกย้ายไปช่วยราชการกระทรวงสาธารณะสุข ขณะมีการสอบสวนหาผู้รับผิดชอบทางแพ่ง
พ.ต.ท.ปฐม นาคะเสงี่ยม พนักงานสอบสวน สำนักคดีความมั่นคง ดีเอสไอ กล่าวว่า วันนี้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ จะทำการสอบสวน นายดำรงค์เกียรติ เพื่อต้องการทราบขั้นตอนในกระบวนการจัดซื้อยาสูตรผสมซูโดอีเฟดรีน ที่มีนายสมชาย แซ่โค้ว เป็นผู้ปลอมเอกสารการจัดซื้อยาดังกล่าว ซึ่งอยู่ในกระบวนการยักยอกยาสูตรซูโดอีเฟดรีน ออกไปจากคลังยาของโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ที่มีจำนวนมากถึง 7.2 ล้านเม็ด
“นอกจากนี้การสอบสวนครั้งนี้ จะเป็นการรวบรวมข้อมูลและหลักฐานต่าง ๆ เพื่อจะนำไปเสนอต่อคณะกรรมการสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อพิจารณาว่า ส่วนใดของสำนวนเป็นอย่างไร และมีใครที่อยู่ในข่ายร่วมกระทำความผิด เพื่อที่คณะกรรมการฯจะได้นำไปพิจารณาต่อ โดยการลงพื้นที่ของ ดีเอสไอ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบพร้อมกันทุกจังหวัดที่มีปัญหา เพื่อจะเก็บข้อมูลต่าง ๆ หาจุดเชื่อมโยงในการสั่งซื้อยาสูตรซูโดอีเฟดรีน ของแต่ละโรงพยาบาล”พ.ต.ท.ปฐม กล่าว
ทั้งนี้สำหรับวันที่ 25 เม.ย.นี้ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ จะเชิญหัวหน้าโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล(รพ.สต) จำนวน 30 แห่งของ จ.อุดรธานี มาสอบสวนเพิ่มเติม เพื่อหาจุดเกี่ยวข้องในการเบิกจ่ายยาสูตรซูโดอีเฟดรีน และสำหรับนพ.พิชาติ ดลเฉลิมยุทธนา ผอ.โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ที่ถูกย้ายไปช่วยราชการที่กระทรวงสาธารณสุข หากว่ายังมีประเด็นที่ยังต้องสอบปากคำเพิ่มเติม ทาง ดีเอสไอ ก็จะเข้าทำการสอบสวนเพิ่มเติมอีกครั้ง







