
พท.ปัดความนิยมลดแพ้เลือกตั้ง 2สนาม
โฆษกเพื่อไทย ปัดความนิยมรัฐลดหลังแพ้เลือกตั้ง ปทุมธานี 2 สนามซ้อน ยันผู้ใหญ่ในพรรคห้าม สุเมธ แล้วไม่ให้ลาออก
โฆษกเพื่อไทย ปัดความนิยมรัฐลดหลังแพ้เลือกตั้ง ปทุมธานี 2 สนามซ้อนยันผู้ใหญ่ในพรรคห้าม สุเมธ แล้วไม่ให้ลาออก
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงว่า ผลการเลือกตั้งที่ จ.ปทุมธานีทั้งการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ปทุมธานี เขต 5 กับการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ซึ่งการพ่ายแพ้ของพรรคเพื่อไทยในสนามเลือกตั้งดังกล่าว เป็นคนละเรื่องและไม่ได้เกี่ยวข้องกัน เหมือนที่หลายฝ่ายพยายามบอกว่าเป็นขาลงของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยในส่วนของการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.นั้นผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย พ่ายแพ้ให้กับผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ สาเหตุมีหลายปัจจัย โดยเฉพาะการที่ประชาชนมาใช้สิทธิ์ไม่ถึงร้อยละ 30 โดยเฉพาะผู้ที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยนั้นไม่ได้มาเลือกตั้ง
นอกจากนี้ยังมีเรื่องความไม่พอใจที่อดีต ส.ส.ปทุมธานีของพรรคตัดสินใจลาออกไปลงสมัคร นายก อบจ.จนทำให้ประชาชนต้องไปเลือกตั้ง แต่สาเหตุสำคัญคือประชาชนยังมีอารมณ์จากกรณีที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นจังหวัดที่น้ำท่วมยาวนานที่สุดกว่า 2 เดือน ทำให้ประชาชนแสดงออกซึ่งความคับข้องใจ ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะต้องนำมาปรับการทำงานเพื่อทำความเข้าใจกับประชาชน เพราะพื้นที่น้ำท่วมนั้นมีหลายจังหวัดและประชาชนในหลายจังหวัดก็รู้สึกเช่นนี้
ส่วนการเลือกตั้งนายก อบจ.ปทุมธานี ซึ่งว่าที่ ร.ต.สุเมธ ฤทธาคนี อดีต ส.ส.ปทุมธานีของพรรค ที่ลาออกจาก ส.ส.ไปลงสมัครนายก อบจ.แต่กลับต้องพ่ายแพ้ให้กับนายชาญ พวงเพชร อดีตนายก อบจ.ปทุมธานีนั้นเป็นคนละเหตุผลกับการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ปทุมธานี เพราะการเมืองระดับชาติกับการเมืองระดับท้องถิ่นนั้นเป็นคนละเรื่อง ประชาชนบางส่วนสนับสนุนการเมืองระดับชาติ ซึ่งหมายถึงทิศทางของประเทศกับเรื่องการเมืองท้องถิ่นที่ประชาชนมักจะสนับสนุนคนที่ทำประโยชน์ให้กับพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งหลายพื้นที่ก็เป็นเช่นนี้ เพราะแม้ประชาชนในจังหวัดนั้นๆ จะเป็นคนเสื้อแดงที่การเมืองระดับชาติสนับสนุนพรรคเพื่อไทย แต่ในการเมืองท้องถิ่นก็จะไปสนับสนุนคนที่ตัวเองสนับสนุนอยู่ซึ่งคนๆ นั้นอาจจะไม่ใช่เสื้อแดงก็ได้ นอกจากนี้ยังมีเหตุผลของการเลือกตั้งท้องถิ่นที่เป็นเรื่องความสัมพันธ์ตัวบุคคล ความสัมพันธ์กับท้องถิ่น และเหตุผลเรื่องการเลือกเพื่อคานอำนาจ
“การที่ว่าที่ ร.ต.สุเมธพ่ายแพ้เลือกตั้งนายก อบจ.นั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับกระแสของพรรคเพื่อไทยเลย เพราะในพื้นที่ภาคใต้หลายจังหวัดผู้สมัคร นายก อบจ.ที่ระบุว่าตัวเองเป็นผู้สมัครจากประชาธิปัตย์ ก็แพ้เลือกตั้งเหมือนกัน อย่างเช่นใน จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.ภูเก็ต ซึ่งผลการเลือกตั้งที่ออกมานั้นสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจน ว่าการที่บางฝ่ายพยายามบอกว่าพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคเถ้าแก่ จะสั่ง ส.ส.ให้ดำเนินการอย่างไรก็ได้นั้นไม่จริง เพราะกรณีว่าที่ ร.ต.สุเมธนั้นตอนจะลาออกจาก ส.ส.ปทุมธานี คณะกรรมการบริหารพรรคและแกนนำพรรคได้ห้ามปรามแล้ว แต่เรื่องนี้เป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญ” นายพร้อมพงศ์ กล่าว
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ปฏิเสธที่จะดำเนินการกับนายณัฎฐ์ บรรทัดฐาน ส.ส.กรุงเทพ ที่เปิดดูภาพอนาจารระหว่างการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติมนั้น ตนเตรียมการจะส่งกาวตราช้างจำนวน 2 หลอดไปให้นายอภิสิทธิ์ 1 หลอด และนายณัฏฐ์ 1 หลอด เพราะเรื่องนี้ผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชนของโพลล์ต่างๆ ต้องการให้นายณัฏฐ์ออกมาขอโทษและแสดงความรับผิดชอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากได้ทำให้รัฐสภาไทยเกิดความเสื่อมเสีย
จากการตรวจสอบทางเทคโนโลยี พบว่าโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนนั้นสามารถส่งภาพขึ้นจอมอนิเตอร์ชนิดเดียวกับที่ใช้ในห้องประชุมสภาฯ ได้ โดยตรง โดยได้นำอุปกรณ์ทั้งหมดมาทดลองส่งภาพแล้ว ดังนั้นจึงน่าสงสัยว่าการที่นายณัฏฐ์ เปิดภาพวาบหวิวดูในระหว่างการร่วมประชุมรัฐสภานั้น น่าจะเป็นการส่งภาพขึ้นขอมอนิเตอร์ของสภาหรือไม่ แม้ภาพที่ปรากฏบนจอมอนิเตอร์กับภาพที่ช่างภาพถ่ายได้จากมือถือนายณัฎฐ์นั้นเป็นคนละภาพ แต่ก็เป็นไปได้ว่ามีการส่งภาพนั้นไปแล้วหรือไม่ เพราะที่ผ่านมานายณัฏฐ์อ้างว่ามีคนส่งภาพมาให้ แต่ไม่เคยยืนยันเลยว่าคนที่ส่งภาพนั้นเป็นใคร จึงทำให้ต้องสงสัยว่ามีวาระซ่อนเร้น







