posttoday
'ปลอด'ลั่นวอร์รูมภัยพิบัติ...เอาอยู่แน่

'ปลอด'ลั่นวอร์รูมภัยพิบัติ...เอาอยู่แน่

23 เมษายน 2555

บรรยากาศบนตึกแดง ตึกเก่าของสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ (กปร.)

บรรยากาศบนตึกแดง ตึกเก่าของสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ (กปร.)

วันนี้ถูกแปรเปลี่ยนเป็นศูนย์การทำงานเพื่อจัดการน้ำภายใต้ชื่อ คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) เต็มรูปแบบ ตามที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามไว้ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ภายใต้การกุมบังเหียนของ ปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นั่งเป็นประธาน โพสต์ทูเดย์มีโอกาสได้พูดคุยกับ ปลอดประสพ ในฐานะประธาน กบอ. เพื่อถ่ายทอดความคิดเกี่ยวกับการจัดการด้านภัยพิบัติ ในวันที่ภัยธรรมชาติหลายรูปแบบเริ่มรุกล้ำพื้นที่ความกลัวของคนไทยมากขึ้นทุกวัน

ศูนย์กลางทุกภัยพิบัติอยู่ที่ กบอ.

ประธาน กบอ. เริ่มพูดถึงปัญหาของการจัดการมหาอุทกภัยครั้งก่อนภายใต้ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ว่า เริ่มต้นช้าไป ทำให้การเผชิญเหตุไม่ทันการณ์เพียงพอ และการไม่มีแผนล่วงหน้าก็ทำให้งานล้นมือ ศปภ. มากเกินไป ทำให้หลังน้ำท่วมเกิดการแตกแขนงหน่วยงาน นำมาซึ่งการลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) เพื่อจัดระบบการใช้งบประมาณ และคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) เพื่อวางแผนยุทธศาสตร์เรื่องน้ำ

'ปลอด'ลั่นวอร์รูมภัยพิบัติ...เอาอยู่แน่

 

ส่วน กบอ.ที่เขานั่งเป็นประธานนั้น รับหน้าที่ในการดึงโครงการของ กยน.มาปฏิบัติ และนำงบประมาณที่ กยอ.เป็นผู้เสนอมาใช้ โดยมีคณะกรรมการนโยบายน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (กนอช.) ที่ ยิ่งลักษณ์ เป็นประธาน เป็นพี่เลี้ยงในการทำงานอีกทีหนึ่ง

หน้าที่โดยรวมของหน่วยงานแห่งนี้ คือ ศูนย์กลางรวบรวมความคิดเห็นของหน่วยงานเรื่องน้ำ อาทิ กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมป่าไม้ กรมทางหลวง ไปจนถึงกองทัพบก ทำเป็นแผนงานเพื่อนำเงินกู้ 3.5 แสนล้านบาทออกมาใช้ ไปจนถึงเป็นศูนย์กลางสั่งการเมื่อเกิดปัญหา รวมถึงประมวลผลการทำงานทั้งหมด เพราะฉะนั้นความคิดเห็นที่ต่างกันจะถูกทุบโต๊ะที่นี่ทั้งหมด

ปลอดประสพ ยืนยันว่า ที่ทำงานของเขาจะอยู่ที่ กบอ. 90% และอยู่ที่กระทรวงวิทย์ฯ 10% เท่านั้น โดยการทำงานจะเริ่มต้นจากหน่วยงานเรื่องน้ำ ส่งข้อมูลไปยังคลังข้อมูลกลาง (ดาตาแวร์เฮาส์) ที่กระทรวงวิทย์ฯ เพื่อแปลงข้อมูลให้อยู่ในระบบเดียวกัน ก่อนจะส่งมายังวอร์รูม กบอ.แห่งนี้ เพื่อตัดสินใจ ซึ่งที่นี่จะเชื่อมกับห้องทำงานนายกฯ บนตึกไทยคู่ฟ้าโดยตรง

“ผมเพิ่งลงนามในคำสั่ง เพื่อให้ทุกกรมที่เกี่ยวข้องส่งข้าราชการเข้ามาปฏิบัติงานประจำ และดึงเอาระดับรองอธิบดีมาทำหน้าที่ประสานงาน เพราะเราต้องการข้าราชการที่มีข้อมูล และสามารถตัดสินใจเข้ามาทำงานร่วมกัน และยังต้องการระบบสั่งการที่กระชับ ซึ่งทุกคนเห็นว่านี่คือรูปแบบที่ลงตัว สามารถสั่งการได้รวดเร็วที่สุด

“เรื่องที่เราเริ่มพิจารณาไปแล้วก็เช่น การเคาะงบประมาณกระทรวงคมนาคมที่ทำถนนให้เป็นเขื่อน ในวงเงิน 2 หมื่นล้านบาท ส่วนที่กำลังจะเคาะก็เช่น โครงการปลูกป่าของกรมป่าไม้ โครงการใช้ป่าซับน้ำของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมถึงการตั้งคณะกรรมการถาวรในการบริหารจัดการน้ำในเขื่อน ซึ่งเราเคาะเส้นตายไว้ว่าทั้งหมดต้องเสร็จภายในเดือน ส.ค. ถ้าทำไม่เสร็จมีคนเดือดร้อนแน่นอน” ปลอดประสพ กล่าว

ดึงศูนย์เตือนภัยฯ กลับสำนักนายกฯ

แผ่นดินไหวกลายเป็นหนึ่งภัยพิบัติที่คนไทยกลับมาหวาดกลัวอีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะภายหลังแผ่นดินไหวที่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา ด้วยโครงสร้างของ กบอ.ที่รวบรวมการสั่งการจุดเดียวไว้อยู่แล้ว ก็ต้องบรรจุเรื่องการเตือนภัยแผ่นดินไหวเข้าไปด้วย ฉะนั้นตั้งแต่สึนามิ ภัยแล้ง หรือน้ำท่วมหนักเบา อำนาจสั่งการก็อยู่ที่นี่ทั้งหมด

เขาเริ่มต้นอธิบายว่า เปลือกโลกขณะนี้บอบบางและไม่น่าไว้วางใจ ซึ่งทำให้เกิดแผ่นดินไหวได้ทุกขนาดและได้ทุกเวลา ซึ่งการ “ซ้อมใหญ่” เมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา ปลอดประสพ ยอมรับว่าในภาพรวมถือว่าดี แต่ยังมีหลายเรื่องที่ต้องปรับปรุง ตั้งแต่การที่โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยถ่ายทอดพระราชพิธี เนื่องจากไม่มีข้อตกลงชัดเจนว่าหากเกิดเหตุฉุกเฉินต้องทำอย่างไร และการมีคนให้สัมภาษณ์มากเกินไป ทั้งนักวิชาการหรือผู้เชี่ยวชาญ จนประชาชนไม่รู้ว่าจะฟังใคร ซึ่งหลังจากนี้ต้องมีคนสั่งคนเดียว และอาจเป็นตัวเขาเอง

ปลอดประสพ ยังแย้มให้ฟังอีกว่า ภายในปีนี้จะดึงศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ซึ่งเขาเคยเป็นผู้อำนวยการคนแรกร่วมกับ สมิทธ ธรรมสโรช เมื่อปี 2548 ซึ่งขณะนี้กระจายอยู่ 2 ขา คือ ที่กรมอุตุนิยมวิทยา และที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา โดยอยู่ภายใต้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จะนำกลับมาขึ้นกับสำนักนายกรัฐมนตรีทั้งหมดภายในปีนี้

ยืนยันคำเดิม ยังไงก็เอาอยู่

เหลืออีกไม่ถึง 3 เดือนก็จะเข้าสู่ฤดูน้ำหลาก ปลอดประสพ บอกว่า ขณะนี้ไม่มีสัญญาณอะไรน่าเป็นห่วง เพราะฝนยังไม่ตก และน้ำในเขื่อนก็อยู่ในระดับ 50% ตามปกติ แม้ในฤดูฝนก็จะยืนไว้ที่ระดับ 50% เขื่อนจะเก็บได้มากกว่า 5,000 ล้านลูกบาศก์เมตรแน่นอน เพียงพอแม้กระทั่งการแก้ปัญหาภัยแล้ง

“พื้นที่ราบลุ่มภาคกลางที่ถูกน้ำท่วมอยู่แล้วอย่าง จ.พระนครศรีอยุธยา ชัยนาท หรืออ่างทองนั้น ก็จะยังถูกน้ำท่วมอยู่ แต่มีค่าชดเชยชัดเจน และสามารถระบุวันได้ล่วงหน้าว่าจะท่วมและเลิกท่วมวันไหน แต่หากจะให้ไม่มีน้ำท่วมเลยนั้นคงยาก เพราะไทยยังต้องการโครงการขนาดใหญ่เพื่อแก้ปัญหาอยู่” ปลอดประสพ ชี้ให้เห็น

ประธาน กบอ. ระบุว่า อาจต้องมีโครงการขนาดใหญ่อย่างการผันน้ำข้ามลำน้ำ และขุดทางน้ำสายใหม่ รวมถึงการก่อสร้างเขื่อนอีก 23 เขื่อนในพื้นที่กลางน้ำและต้นน้ำ ซึ่งการเดินทางไปเยือนประเทศจีนที่ผ่านมา ก็หวังจะนำความรู้มาพัฒนาโครงการเขื่อนที่จะเกิดขึ้น เพื่อให้สามารถรับกับปริมาณน้ำและสภาพอากาศสุดขั้ว ซึ่งเขาจะไม่สนอีกต่อไปหากใครจะคัดค้าน

“ใครจะค้านเขื่อนก็ค้านไป แต่ถามหน่อยว่าเวลาน้ำท่วมไปช่วยอะไรเขาบ้างไหม บ้านตัวเองน้ำท่วมแค่ไหน พอน้ำท่วมก็ด่า พอจะแก้ก็ออกมาวิจารณ์ ถามใครก็รู้ว่าเราต้องการโครงการขนาดใหญ่ เพราะน้ำเยอะไปก็ต้องตัดน้ำ ก็ต้องทำเขื่อนและเอาลงทะเล แล้วมาค้านกันทำไม” ปลอดประสพ ทิ้งท้าย m

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท