
ใครทำน้ำโขงแห้ง? เสียงชาวบ้าน-รัฐบาลไทยไปคนละทาง
8...ทีมข่าวภูมิภาค
วิกฤตน้ำโขงแห้งขอดหนักสุดในรอบ 50 ปี ภาคประชาชนซึ่งมีชีวิตอยู่กับแม่น้ำโขงต่างกล่าวโทษจีนว่าเป็นต้นเหตุสร้างเขื่อนยักษ์กั้นแม่น้ำโขง สร้างความเดือดร้อนให้กับประเทศที่อยู่ปลายน้ำ แต่ท่าทีของหน่วยงานภาครัฐกลับสวนทางกับภาคประชาชน และที่สำคัญจีนในฐานะผู้ถูกกล่าวหา ก็นิ่งเงียบต่อปัญหาที่เกิดขึ้น
การพบปะกับนายหูเจิ้งเยว่ ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศจีน ที่เดินทางเข้าเยี่ยมคารวะวันที่ 9 มี.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ยกสถานการณ์ภัยแล้งและการลดลงของระดับน้ำในลุ่มน้ำโขงขึ้นมาพูดคุย แต่ก็ไม่ได้ย้ำข้อเสนอที่หนักแน่น เพียงแค่ขอให้จีนจัดประชุมเพื่อสร้างความเข้าใจต่อสถานการณ์น้ำโขง
ขณะที่ท่าทีของจีนที่สะท้อนผ่านนายหูก็ยังปฏิเสธว่าปัญหามิได้เกิดจากเขื่อนจีน
“
การสร้างเขื่อนในประเทศจีนเป็นไปตามหลักการที่จะไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประเทศปลายน้ำ และปริมาณน้ำในแม่น้ำลานช้าง (โขง) มีสัดส่วนเพียง 13% ของปริมาณน้ำในน้ำโขง อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่คณะกรรมการลุ่มน้ำโขงก็ได้มีการประสานกันอย่างต่อเนื่อง”ท่ามกลางข้อกล่าวหาและคำอธิบายจากจีน ดูเหมือนกระบวนการค้นหาความจริงจะยังไม่ปรากฏ และอาจจะเกิดขึ้นได้ยาก นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ข้อสงสัยว่าเขื่อนจีนกักเก็บน้ำไม่ยอมปล่อยนั้นเป็นเรื่องที่พูดยาก เพราะจีนมีส่วนในแม่น้ำโขงเพียง 16% ขณะที่ไทยกับลาวสองประเทศนั้นเกินครึ่งแล้ว
ในขณะที่นายเกษมสันต์ จิณณวาโส อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กล่าวว่า แม้ประเทศจีนเป็นประเทศต้นน้ำ แต่มีน้ำไหลเติมลงสู่แม่น้ำโขงในสัดส่วนที่น้อยกว่าลาวและไทย ยังไม่มีใครสามารถยืนยันเรื่องนี้ได้ เขื่อน 3 แห่งในจีนสามารถเก็บกักน้ำไว้ได้เพียง 4% จากปริมาณน้ำต้นทุนทั้งหมด จึงยังไม่เชื่อว่าเขื่อนในจีนจะมีผลโดยตรง
แม้จะยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนว่าน้ำในแม่น้ำโขงที่แห้งขอดครั้งนี้เป็นผลมาจากเขื่อนในจีนหรือไม่ แต่ความจริงที่คนในพื้นที่ริมโขงได้ประสบก็คือ ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 8 มี.ค. น้ำในแม่น้ำโขงด้าน อ.เชียงของ จ.เชียงราย เพิ่มสูงขึ้นเล็กน้อย ทำให้เรือโดยสารและท่องเที่ยว เชียงของ
–หลวงพระบาง ที่จอดเกยตื้นอยู่ที่เมืองห้วยทรายแขวงบ่อแก้ว ประเทศลาว มานานกว่า 10 วัน หลายลำต่างนำเรือออกเดินทางล่องแม่น้ำโขงไปยังเมืองปากแบ่ง เนื่องจากปริมาณน้ำมีเพียงพอเดินเรือได้นายนิวัติ ร้อยแก้ว หรือครูตี๋ ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ กล่าวว่า ไม่มีรายงานฝนตกทั้งในประเทศไทย พม่า ลาว และจีนในช่วงนี้เลย แล้วระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นนี้มาจากไหน สิ่งนี้ทำให้เข้าใจไปเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลยนอกจากเป็นผลจากการที่จีนปล่อยน้ำออกจากเขื่อน หลังจากที่ปัญหาได้รับการตีแผ่ออกไป
“
เมื่อไหร่ที่นักวิชาการของเรา รัฐมนตรี และข้าราชการของเราจะฟังเสียงชาวบ้านที่อยู่กับแม่น้ำโขงบ้าง ไปฟังแต่ข้อมูลของจีน ปกป้องจีน แต่ไม่ฟังเสียงชาวบ้านที่มีชีวิต มีความเป็นความตายอยู่กับแม่น้ำโขง”ข้อสังเกตและคำถามของครูตี๋ เป็นคำถามใหญ่ ที่ควรต้องหาคำตอบให้ได้ คำตอบของสาเหตุที่ชัดเจนเท่านั้นที่จะทำให้เห็นแนวทางในการบริหารจัดการแม่น้ำโขงร่วมกันในอนาคต







