
ล่ามือปูดข่าวลือภูเก็ตจม
ผวจ.ภูเก็ต แจ้งจับคนปล่อยข่าวลือเกาะจม เดิมพันเก้าอี้พ่อเมือง วอนชาวบ้านเชื่อมั่น
ผวจ.ภูเก็ต แจ้งจับคนปล่อยข่าวลือเกาะจม เดิมพันเก้าอี้พ่อเมือง วอนชาวบ้านเชื่อมั่น
นายตรี อัครเดชา ผวจ.ภูเก็ต เปิดเผยว่า ได้มอบอำนาจให้นายวิโรจน์ สุวรรณวงค์ ป้องกันจังหวัดภูเก็ต เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ สภ.เมืองภูเก็ต เพื่อเอาผิดกับผู้ที่แจกใบปลิวปล่อยข่าวลือว่า วันที่ 28 เม.ย.นี้ จ.ภูเก็ต จะจมทั้งเกาะ ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่ายคดีอาญา เนื่องจากสร้างความเสียหายที่เกิดขึ้นให้กับจังหวัด ซึ่งจะต้องมีการติดตามหาตัวผู้ปล่อยข่าวเพื่อดำเนินคดีต่อไป
“ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า ภูเก็ตมีศักยภาพในการทำงานและขอเอาตำแหน่งเป็นประกันว่าถ้ามีจริงตามข่าวลือ จะลาออกจากการเป็น ผวจ.ภูเก็ต” นายตรี กล่าว
นายตรี กล่าวว่า จ.ภูเก็ต มีประสิทธิภาพในการเตือนภัย โดยมีการติดตั้งระบบเตือนแผ่นดินไหว จำนวน 3 จุดแล้ว ในเขต ต.สาคู ป่าคลอก และอ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำ ต.ศรีสุนทร สามารถเตือนภัยได้ครอบคลุม อ.ถลาง ทั้งหมด
นอกจากนี้ ยังมีการเฝ้าระวังอาคารสูงต่างๆ ซึ่งตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ไม่มีผลกระทบ แต่ที่เกิดปัญหาส่วนใหญ่เป็นบ้านชั้นเดียวของประชาชนในพื้นที่ อ.ถลาง จึงได้ให้การช่วยเหลือแล้ว
ขณะเดียวกัน ได้หารือกับภาคธุรกิจโรงแรม นำผู้เชี่ยวชาญแผ่นดินไหวจากญี่ปุ่นมาให้ความรู้ และขยายผลไปถึงผู้นำท้องถิ่น โดยเฉพาะการอนุญาตก่อสร้างบ้านต้องเข้มงวดเรื่องมาตรฐานการก่อสร้างอาคารที่ต้องรับแรงสั่นสะเทือนได้ถึง 7 ริกเตอร์ขึ้นไป โดยนักธรณีวิทยาได้ออกมาระบุว่า จ.ภูเก็ต จะเกิดแผ่นดินไหวไม่เกิน 5-6 ริกเตอร์ เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา เกิดเหตุอาฟเตอร์ช็อกอย่างต่อเนื่อง 4 ครั้ง วัดแรงสั่นสะเทือนอยู่ที่ระหว่าง 1.9-3.3 ริกเตอร์ ศูนย์กลางที่ อ.ถลาง แต่ไม่มีรายงานความเสียหาย
พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ศูนย์ปฏิบัติการของกระทรวงกลาโหม (ศปก.กห.) เป็นวอร์รูมที่สามารถทำงานได้ 100% เพื่อช่วยเหลืองานรัฐบาลได้เต็มรูปแบบ เช่น การสนับสนุนการช่วยเหลือกรณีเกิดภัยพิบัติ รวมถึงเหตุจลาจล
พ.อ.ธนาธิป กล่าวว่า การปฏิบัติของ ศปก.กห. มี 3 ระดับ คือ ขั้นที่ 1 ระดับปกติ มี พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนกลาโหมเป็นผู้ดูแล ขั้นที่ 2 เมื่อเกิดผลกระทบกับประชาชน จะมีปลัด กห.เป็นผู้ดูแล และขั้นที่ 3 เมื่อเกิดเหตุจลาจล การปะทะต้องใช้กำลัง หรือเหตุการณ์ปะทะตามแนวชายแดน จะมี รมว.กห.เป็นผู้ดูแลควบคุม
“ศปก.กห.สามารถเชื่อมข้อมูลได้กับกระทรวงมหาดไทย หน่วยทหารทุกพื้นที่ของทั้ง 3 เหล่าทัพ ฉะนั้น หากเกิดแผ่นดินไหว ผบ.เหล่าทัพก็สามารถสั่งการและติดตามสถานการณ์ทางมอนิเตอร์ได้ทันที ซึ่งถือเป็นศูนย์ปฏิบัติการที่ทันสมัยที่สุดของกองทัพ” โฆษก กห. กล่าว







