
จรัญปลุกไล่สิ่งอัปมงคลอย่าเหลิงอำนาจล้มศาล
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เปรียบการเมืองเป็นเหมืองทองของอำนาจ ที่นักการเมืองจ้องกอบโกย
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เปรียบการเมืองเป็นเหมืองทองของอำนาจ ที่นักการเมืองจ้องกอบโกย
นายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้บรรยายพิเศษในหัวข้อ “มาตรฐานจริยธรรมทางการเมืองกับการสร้างจิตสำนึกสาธารณะ : หลักการกับข้อเท็จจริง” ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตอนหนึ่งว่า คนบางคนเข้ามาในแวดวงการเมืองเพื่อต้องการแสวงหาและกอบโกยผลประโยชน์ เพราะเห็นว่าการเมืองเป็นเหมืองทองของอำนาจ ทำให้ประชาชนเห็นแล้วเกิดความรู้สึกทุเรศและดูหมิ่นการเมืองไปทั้งหมด ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อการเมืองและการปกครองของประเทศ กกต.และผู้ใหญ่ในแวดวงการเมืองต้องช่วยดูแล อย่าให้นักตื่นทองมาวิ่งแย่งชิงพื้นที่ที่สำคัญจนเป็นที่เอือมระอาสำหรับประชาชน
นายจรัญ กล่าวว่า ขอให้ สส.ที่เป็นตัวแทนของประชาชนมีอุดมการณ์แน่วแน่ มุ่งมั่นเพื่อประเทศชาติ ไม่ใช่มาทำงานเพื่อตนเอง เพื่อพรรค เพื่อญาติพี่น้อง หรือเพื่อลัทธิการปกครองลัทธิใดลัทธิหนึ่ง แต่สิ่งเหล่านี้ยังไม่ปรากฏในนักการเมืองและข้าราชการไทย
นายจรัญ กล่าวว่า อยากขอให้เราช่วยกันไล่ 5 อัปมงคลในการเมืองออกไปทั้ง 1.การฉ้อฉลทุจริต 2.การเอาเปรียบมิตรไร้สัจจะ 3.การกักขฬะหยาบช้า 4.ความโง่เขลาเบาปัญญา และ 5.กิเลสหนา ตัณหาหนัก เพื่อความเจริญรุ่งเรืองทางการเมืองต่อไป ทั้งนี้สถานะนักการเมืองไม่ใช่คนเล็กๆ ธรรมดา แต่เปรียบเหมือนเป็นเทพที่คอยปกปักรักษาดินแดน ต้องเป็นผู้นำในทุกๆ ด้าน ไม่ใช่ทาสของมติใดมติหนึ่ง
นายจรัญ ยังกล่าวถึงแนวคิดที่เสนอให้มีการยุบศาลรัฐธรรมนูญว่า สถาบันต่างๆ ในประเทศนี้เป็นของประชาชน ถ้าเสียงประชาชนเห็นว่าไม่มีประโยชน์เพียงพอก็ควรยุบ แต่ก่อนจะทำอะไรควรตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจนก่อน ศาลรัฐธรรมนูญถ้าอยู่แล้วไม่มีประโยชน์ก็ต้องยุบ และไม่ได้รู้สึกตื่นเต้น หรือหากจะให้ไปเป็นแผนกหนึ่งในศาลยุติธรรม ก็ยังมั่นใจว่าศาลฎีกาเป็นของคู่บ้านคู่เมือง เพียงแต่ขอให้ใคร่ครวญให้ดี อย่าทำไปด้วยอารมณ์ หรือการเหลิงอำนาจ
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา กล่าวว่า เตรียมขยายเวลาการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 2 ไปจนถึงวันที่ 21 เม.ย. ก่อนนัดประชุมเพื่อลงมติให้ความเห็นชอบในวาระ 3 วันที่ 8 พ.ค. ซึ่งทั้งหมดขึ้นอยู่กับตัวแทนประสานงานทั้งสามฝ่าย คือ ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และวุฒิสภา จะมีข้อตกลงร่วมกัน อย่างไรก็ตามอยากขอความร่วมมือไม่ให้อภิปรายวนเวียน ซ้ำประเด็นเหมือนที่ผ่านมา เพราะจะทำให้การประชุมต้องล่าช้าออกไป







