
เบื้องหลังออก พรบ.มั่นคง
หลากหลายเหตุผลที่คณะกรรมการติดตามสถานการณ์ความมั่นคง (คตม.) มีมติให้เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประกาศ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร วันที่ 1123 มี.ค. เพื่อคุมม็อบเสื้อแดง ล้วนมีที่ไปที่มาทั้งสิ้น
สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง แถลงยอมรับว่า เหตุที่ต้องออก พ.ร.บ.ความมั่นคง เพราะคาดว่าจะมีผู้ชุมนุมเป็นแสนคน และมีการนำรถบรรทุกขนาดเล็ก รถอีแต๋น ซึ่งอาจทำให้มีปัญหาจราจรในกรุงเทพมหานคร (กทม.)
นอกจากนี้ ที่ประชุม คตม. พบความจริงว่า ในการเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) มีความแตกแยกกันเป็นหลายกลุ่ม หลายฝ่าย และไม่แน่ว่าจะควบคุมกันได้หรือไม่ และจากการข่าวพบว่ามีหลายกลุ่มที่ส่อพฤติการณ์และมีแนวคิดที่จะใช้ความรุนแรง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของชาว กทม. เช่น การวางระเบิด การใช้ระเบิดขว้างปาไปในที่ทำการของรัฐและเอกชน อย่างที่เคยเกิดเหตุปาระเบิดธนาคารกรุงเทพเมื่อวันที่ 27 ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้กระทำความผิด แล้วยอมรับว่ากลุ่มคนเสื้อแดงที่เป็นผู้จ้างวาน
ขณะเดียวกันยังพบว่าบางกลุ่มไม่ได้คิดจะมาชุมนุมที่สนามหลวง หรือตามจุดนัดพบต่างๆ แต่จะไปปิดล้อมสถานที่ราชการและบ้านบุคคลสำคัญต่างๆ เช่น บ้าน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ
เท่านั้นยังไม่พอ
“สุเทพ” ยังได้ประกาศชัดเจนว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นจะไม่มีการปฏิวัติ“
ขอตอบต่อหน้าทุกคนที่นั่งอยู่ ไม่ว่าจะเป็น ผบ.ทบ. ผบ.ทร. ผบ.ทอ. และรักษาการ ผบ.ตร. ที่อยู่กันพร้อมหน้า ไม่มีปฏิวัติแน่นอน ขอให้พี่น้องประชาชนสบายใจได้”อย่างไรก็ตาม ก่อนการประชุม คตม. ในช่วงเช้าวันที่ 8 มี.ค. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. เรียกหน่วยคุมกำลังปฏิวัติในกองทัพภาค 1 อาทิ ผู้บัญชาการกองพลในสังกัดกองทัพ ภาค 1 เช่น กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ (นปอ.) กองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน (พล.ปตอ.) เข้าประชุม เพื่อเตรียมความพร้อมเรื่องแผนการใช้กำลังรองรับการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงในวันที่ 12 มี.ค. นี้ เป็นต้นไป โดยทั้งหมดถือเป็นหน่วยคุมกำลังปฏิวัติ
ทั้งนี้ ได้มีการซักซ้อมเรื่องแผนรักษาความสงบเรียบร้อย ที่เรียกว่า
“แผนอาร์มทอง” โดยมีแผนการใช้กำลัง โดยขั้นแรกจะใช้กำลังทหารจากพื้นที่ กทม. ชั้นในแค่ 39 กองร้อย แต่หากมีสถานการณ์รุนแรงตามลำดับ ก็จะนำกำลังทหารในหน่วยชานเมืองและต่างจังหวัด ตามลำดับ ทั้งสิ้นรวม 102 กองร้อย (กองร้อยละ 150 นาย) โดยในขั้นต้นใช้กำลังทหารรวม 3.3 หมื่นนายด้านกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) จะเสนอพื้นที่ประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงต่อ ครม. ได้แก่ กทม. จ.นนทบุรี จ.ปทุมธานี บางอำเภอ ประกอบด้วย อ.เมือง ธัญบุรี ลำลูกกา สามโคก คลองหลวง ลาดหลุมแก้ว จ.นครปฐม บางอำเภอ ประกอบด้วย พุทธมณฑล สามพราน นครชัยศรี
จ.สมุทรสาคร บางอำเภอ ประกอบด้วย อ.เมือง และกระทุ่มแบน จ.สมุทรปราการ บางอำเภอ ประกอบด้วย อ.เมือง บางพลี บางเสาธง บางบ่อ จ.ฉะเชิงเทรา บางอำเภอ ประกอบด้วย อ.เมือง บางปะกง จ.พระนครศรีอยุธยา บางอำเภอ ประกอบด้วย บางปะอิน บางไทร วังน้อย ลาดบัวหลวง
อย่างไรก็ตาม ความจริง พล.อ.อนุพงษ์ สุเทพ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รอง ผบ.ทบ. ได้หารือกันตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วว่า จะประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง แต่เพิ่งจะนำมาเสนอที่ประชุม คตม. ในครั้งนี้
ทั้งหมดคือแผนรับมือเสื้อแดง ส่วนจะสัมฤทธิผลแค่ไหนต้องไม่กะพริบตา







