
ชงครม.เคลียร์ทีโอทีเจ๊งแสนล.
โพสต์ทูเดย์
— ทีโอที ประเมินความเสียหายจากการแก้ไขสัญญาฯ เบื้องต้นกว่า 1 แสนล้านบาทนายมนต์ชัย หนูสง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารการลงทุน ในฐานะประธานคณะทำงานประเมินความเสียหายจากคดียึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านบาท บริษัท ทีโอที เปิดเผยว่า มูลค่าความเสียหายของทีโอทีเบื้องต้นอยู่ที่ประมาณ 1 แสนล้านบาท แบ่งเป็นรายได้ที่สูญเสียจากการจ่ายภาษีสรรพสามิตกิจการโทรคมนาคมของเอกชนจำนวน 3.4 หมื่นล้านบาท และการแก้ไขสัญญาปรับลดส่วนแบ่งโทรศัพท์ระบบเติมเงิน (พรีเพด) ของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส อีกเกือบ 7หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ ความเสียหายดังกล่าว เป็นการประเมินจากในส่วนของทีโอที ซี่งไม่ตรงกับความเสียหายที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาพิพากษา โดยเฉพาะในส่วนของพรีเพดที่ศาลประเมินความเสียหายจากปี25442549 รวม 1.4 หมื่นล้านบาทและตั้งแต่ปี 2549 จนถึงหมดอายุสัญญาอีก 5.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นการประเมินบนพื้นฐานพรีเพดที่เติบโตในอัตรา 2 หลัก แต่ปัจจุบันตลาดพรีเพดเติบโตน้อยลงมาก ดังนั้นความเสียหายจึงไม่ตรงกัน
นายมนต์ชัย กล่าวว่า ข้อมูลทั้งหมดของทีโอที ทาง ร.ต.หญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เสนอให้ ครม.รับทราบในวันที่ 9 มี.ค. รวมกับความเสียหายในส่วนอื่นๆ ของไอซีที ซึ่งครม.จะเป็นผู้ตัดสินใจว่า ควรจะให้เอไอเอสกลับมาจ่ายส่วนแบ่ง 25% เท่าเดิมหรือไม่ เพราะการแก้สัญญาแนบท้ายที่เกิดขึ้นนั้นไม่ถูกต้องตั้งแต่แรก เนื่องจากจากไม่ได้ผ่านคณะกรรรมการมาตรา 22 ตาม พ.ร.บ.ร่วมทุน ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมหรือดำเนินงานในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 หรือ พ.ร.บ.ร่วมทุน
นายกฤษดา กวีญาณ ประธานคณะกรรมการบริหาร และกรรมการ กสทฯ กล่าวว่า มูลค่าความเสียหายของกสทฯ อยู่ที่ประมาณ 600 ล้านบาท กรณีลดค่าโรมมิงให้กับบริษัท ดิจิตอลโฟน บริษัทลูกของเอไอเอส ซึ่งได้ส่งเรื่องให้ทางไอซีทีและสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ ทางกสทฯ จะตั้งอนุญาโตตุลาการเพื่อหาอัตราโรมมิงที่เหมาะสมกับทางเอกชน หลังจากที่ได้ปรับลดจาก 2.10 บาท เหลือ 1.10 บาท ซึ่งกสทฯ เห็นว่าเอกชนควรกลับมาจ่ายในอัตราเท่าเดิม







