
หวาดหวั่นขวัญผวาภาวะอาฟเตอร์ช็อกทางความรู้สึก
แผ่นดินไหวเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ตามมาด้วยแผ่นดินไหวซึ่งศูนย์กลางอยู่ที่ จ.ภูเก็ต ทำให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องรับมือกับภัยพิบัติซึ่งไม่คาดคิดนี้กันมากขึ้น หน่วยงานต่างๆ ออกมาเดินเครื่องวางมาตรการป้องกัน จัดประชุมหารือกันอย่างจริงจัง โดยเมื่อวันที่ 19 เม.ย. จำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา รอง ผวจ.ภูเก็ต เป็นประธานเปิดศูนย์เฝ้าระวังเหตุการณ์แผ่นดินไหว ขึ้นที่ ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง พื้นที่ศูนย์กลางของการเกิดแผ่นดินไหว
แผ่นดินไหวเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ตามมาด้วยแผ่นดินไหวซึ่งศูนย์กลางอยู่ที่ จ.ภูเก็ต ทำให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องรับมือกับภัยพิบัติซึ่งไม่คาดคิดนี้กันมากขึ้น หน่วยงานต่างๆ ออกมาเดินเครื่องวางมาตรการป้องกัน จัดประชุมหารือกันอย่างจริงจัง โดยเมื่อวันที่ 19 เม.ย. จำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา รอง ผวจ.ภูเก็ต เป็นประธานเปิดศูนย์เฝ้าระวังเหตุการณ์แผ่นดินไหว ขึ้นที่ ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง พื้นที่ศูนย์กลางของการเกิดแผ่นดินไหว
รอง ผวจ.ภูเก็ต ให้เหตุผลว่า การเปิดศูนย์ครั้งนี้เพื่อสร้างความอุ่นใจให้ประชาชนในพื้นที่ ซึ่งจะเป็นการเฝ้าระวังเหตุการณ์แผ่นดินไหว ร่วมกันระหว่างจังหวัด อำเภอ และเทศบาลตำบลศรีสุนทร รวมถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน เป็นเครือข่ายรับแจ้งข้อมูลข่าวสารการเกิดแผ่นดินไหว
ทั้งนี้ ระหว่างที่มีการทำพิธีเปิดศูนย์ดังกล่าวอยู่นั้น ก็เกิดอาฟเตอร์ช็อกขึ้นอีกครั้งขนาด 2.7 ริกเตอร์ แม้ไม่สร้างความเสียหายใดๆ แต่การสำรวจบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวก็พบว่า นับตั้งแต่เหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 16 เม.ย. เป็นต้นมา และเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาอีกกว่า 50 ครั้ง ทำให้บ้านเรือนเสียหายไปแล้วกว่า 200 หลัง แต่เป็นการเสียหายเพียงเล็กน้อย
ความหวาดหวั่นของประชาชนนับเป็นเรื่องสำคัญ จากความไม่คุ้นเคยกับปรากฏการณ์ภัยธรรมชาติดังกล่าว จึงขาดความรู้ความเข้าใจ
ที่ จ.จันทบุรี ประชาชนตามแนวชายฝั่งทะเล หมู่ 7 บ้านคลองขุด ต.คลองขุด อ.ท่าใหม่ พากันแตกตื่นกับภาวะน้ำทะเลลดลงจากชายหาดมากกว่า 12 กิโลเมตร เรือประมงขนาดเล็กติดโขดสันดอนทราย จากปกติในช่วงน้ำลง ซึ่งจะลดลงไม่เกิน 800 เมตรจากชายฝั่ง
ด้านป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดจันทบุรี และอุตุนิยมวิทยาจันทบุรี กล่าวว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดจากสภาพอากาศร้อนอบอ้าว การเปลี่ยนแปลงหรือการลงของน้ำทะเลในทะเลอ่าวไทยจึงมีการปรับตัวและเป็นเรื่องปกติ และให้เจ้าหน้าที่เข้าไปประชาสัมพันธ์ให้กับชาวบ้าน และชาวประมงได้รับทราบ เพื่อมิให้วิตกกังวลหรือตื่นตระหนกตกใจแล้ว
ความตื่นตกใจ ทำให้ผู้คนขาดสติ แต่ขณะเดียวกันหากขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกความแตกตื่นก็ยิ่งขยายวงกว้าง ยิ่งในภาวะการสื่อสารแบบออนไลน์กว้างขวาง ข่าวสารที่แพร่ออกไป ย่อมมีทั้งจริงลวงปะปน
ตรี อัครเดชา ผวจ.ภูเก็ต ได้ขอร้องให้ยุติการเผยแพร่ข่าวลือและใบปลิวต่างๆ ที่ส่งผลเสียต่อจังหวัดภูเก็ต เพราะเป็นการทำลายรายได้ให้กับประเทศปีละแสนล้านบาท ส่วนมาตรการต่อไปในอนาคตจะเน้นการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้เข้าใจในเรื่องของแผ่นดินไหว
“ตื่นตัวได้แต่อย่าตื่นตระหนก ทุกคนต้องฟังข่าวสารของราชการ และทางราชการไม่ทอดทิ้งประชาชน พร้อมให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนทุกประการ ภูเก็ตไม่เคยเกิดแบบนี้ เมื่อมีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นถึงแม้จะอยู่ในระดับ 3 ริกเตอร์ ควรระวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ความรู้แก่พี่น้องประชาชน การอนุมัติก่อสร้าง ต้องดูแลเป็นพิเศษ” พ่อเมืองภูเก็ต กล่าว







