
ดีเอสไอเค้น4ผอ.รพ.คดีซูโดฯ
ดีเอสไอสอบเครียด 5 ชั่วโมง ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ปล่อยยาซูโดอีเฟดรีนหายจากระบบ
ดีเอสไอสอบเครียด 5 ชั่วโมง ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ปล่อยยาซูโดอีเฟดรีนหายจากระบบ
ผู้อำนวยการ 4 โรงพยาบาล ประกอบด้วย โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี จ.อุดรธานี โรงพยาบาลทองแสนขัน จ.อุตรดิตถ์ โรงพยาบาลดอยหล่อ และโรงพยาบาลฮอด จ.เชียงใหม่ เข้าสอบปากคำกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เมื่อวันที่ 19 เม.ย. ในคดีการลักลอบนำยาแก้หวัดที่มีส่วนผสมของสารซูโดอีเฟดรีนออกจากระบบ โดยได้แยกห้องสอบปากคำเป็นรายบุคคลอย่างเคร่งเครียดนานกว่า 5 ชั่วโมง
พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ อินทรขาว ผู้บัญชาการสำนักคดีความมั่นคง ดีเอสไอ กล่าวว่า ประเด็นที่สอบปากคำคือการบริหารจัดการ การอนุมัติจัดซื้อยาแก้หวัดว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์ทางวิชาชีพหรือไม่ ซึ่งข้อมูลที่ได้รับชี้แจงถือว่ามีประโยชน์ต่อการสอบสวน หลังจากนี้จะนำข้อมูลที่ได้ไปตรวจสอบกับข้อมูลที่ได้รับจากผู้แทนของสำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุขและกองสนับสนุนบริการสุขภาพ
“สำหรับการแจ้งข้อกล่าวหาจะต้องหารือร่วมกับพนักงานอัยการ รวมถึงต้องพิจารณาตามพยานหลักฐานเป็นรายบุคคล หากมีหลักฐานเพียงพอว่ากระทำความผิด ก็สามารถแจ้งข้อกล่าวหาได้โดยไม่ต้องรอให้สอบเสร็จในทุกสำนวน” พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ กล่าว
ทั้งนี้ วันที่ 20 เม.ย. พนักงานจะเรียกสอบผู้อำนวยการโรงพยาบาลอีก 8 แห่ง ประกอบด้วย 1.โรงพยาบาลกมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ 2.โรงพยาบาลภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ 3.โรงพยาบาลนวมินทร์ 1 กรุงเทพฯ 4.โรงพยาบาลสยามราษฎร์ จ.เชียงใหม่ 5.โรงพยาบาลหนองกี่ จ.บุรีรัมย์ 6.คลินิกสุพรชัย จ.ลพบุรี และ 7.คลินิกหมอสัมพันธ์เวชกรรม จ.เชียงใหม่ และ 8.โรงพยาบาลเซ็นทรัล เมโมเรียล จ.เชียงใหม่ ซึ่งดีเอสไอได้รับสำนวนมาเพิ่มเติม
นพ.พิชาติ เฉลิมดลยุทธนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี กล่าวว่า ยาที่สูญหายไปของโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี เภสัชกรที่เป็นผู้ควบคุมคลังยาทำหนังสือยอมรับว่าเป็นผู้ทำผิดเพียงคนเดียว โดยใช้วิธีการทำเอกสารเท็จทุกขั้นตอน ใช้อำนาจในฐานะหัวหน้าคลังยาและเป็นผู้ถือกุญแจห้องยา จึงสามารถหยิบกล่องยาออกไปได้ ที่ผ่านมาไม่สังเกตถึงความผิดปกติ เพราะมีการทำเอกสารเท็จว่ามียาจำนวนน้อยเพราะต้องจ่ายยาให้ผู้ป่วย
“ผมลงนามการจัดซื้อตามขั้นตอนปกติเท่านั้น ไม่ได้มีอำนาจเข้าไปตรวจสอบหรือดูแลคลังยา ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวกับเภสัชกรคนดังกล่าวด้วย” นพ.พิชาติ กล่าว







