
รายงานพิเศษ:5ประกาศิตมาร์ค เซ็ตความพร้อมคุมแดงป่วน
การป้องกันและระงับการชุมนุมประท้วง ต้องปฏิบัติโดยละมุนละม่อมใช้การเจรจาทำความเข้าใจ และประชาสัมพันธ์ทุกรูปแบบ
การป้องกันและระงับการชุมนุมประท้วง ต้องปฏิบัติโดยละมุนละม่อมใช้การเจรจาทำความเข้าใจ และประชาสัมพันธ์ทุกรูปแบบ
โดย...ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว
การประชุมเตรียมการรับสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาลวันที่8 มี.ค. โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้เชิญผู้บริหาร กทม.มหานคร มาร่วมประชุม ซึ่งในที่ประชุมนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯได้รายงานสถานการณ์ความเคลื่อนไหวกลุ่มผู้ชุมนุม ที่อาจนำไปสู่ความรุนแรง ก่อวินาศกรรมในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล
จากนั้น นายกฯได้เปิดฉาก ซักซ้อมทำความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บริหาร กทม. ในการรับมือการชุมนุม ซึ่งข้าราชการ กทม. ไล่เลียงจากผู้ว่า ผอ.เขต ฯลฯ จะมีบทบาทสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่ให้สถานการณ์ผ่านพ้นช่วงความวุ่นวายไปได้ โดยอาศัยอำนาจตามพ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 2550 ซึ่งมีการจัดวางโครงสร้างไว้ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องสายการบังคับบัญชา
โอกาสนี้ นายกได้ให้แนวทางการปฏิบัติหน้าที่ซึ่งเหมือนเป็นประกาศิต ต่อการปฏิบัติการกับกลุ่มผู้ชุมนุม และยังเป็นหลักประกันให้เห็นว่ารัฐบาลจะปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญในการให้สิทธิเสรีภาพการชุมนุมแต่ต้องไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น เพื่อป้องกันฝ่ายไม่ประสงค์ดีต่อบ้านเมือง นำไปบิดเบือน กล่าวหารัฐใช้ความรุนแรง
นายกฯได้ให้แนวปฏิบัติไว้ดังนี้
1. การชุมนุมประท้วงเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน ที่จะชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธภายในขอบเขตของกฎหมาย การป้องกันและระงับการชุมนุมประท้วง ต้องปฏิบัติโดยละมุนละม่อมใช้การเจรจาทำความเข้าใจ และประชาสัมพันธ์ทุกรูปแบบ
2. ให้ยึดแนวทางของแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ.2553 – 2557 เป็นกรอบการปฏิบัติ การชุมนุมประท้วงและการก่อการจลาจล เป็นหนึ่งในประเภทภัยด้านความมั่นคง ที่กำหนดไว้ในแผน ดังกล่าวข้างต้น (ครม.เห็นชอบแผนนี้ เมื่อ 17 พ.ย.2552)
หลักปฏิบัติที่สำคัญ คือ เมื่อเกิดเหตุชุมนุมประท้วงและการก่อการจลาจลในเขตกรุงเทพมหานคร ผู้รับผิดชอบหลัก คือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ต้องควบคุมป้องกันและระงับเหตุกรุงเทพมหานคร คือ ผู้สนับสนุน ทั้งด้านสาธารณสุข การอนามัย การอำนวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ รวมทั้งผู้ชุมนุมด้วย
3. ผู้อำนวยการเขต (ในฐานะผู้ช่วยผู้อำนวยการกรุงเทพมหานคร ) เป็นผู้มีบทบาทสำคัญเป็นผู้รับผิดชอบด่านแรกของกรุงเทพมหานคร ในแต่ละพื้นที่ของตน มีหน้าที่ช่วยเหลือผุ้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ( ผอ.กทม.) มีอำนาจสั่งการส่วนราชการแบะหน่วยงานในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ตามแผนของกรุงเทพมหานคร รวมทั้งการสั่งการควบคุม กำกับ ดูแล เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัคร
ฉะนั้นเมื่อเกิดหรือคาดว่าจะเกิดการชุมนุมประท้วงและการก่อการจลาจล ผู้อำนวยการเขต (ผู้ช่วยผู้อำนวยการกรุงเทพมหานคร) ต้องเข้าไปดำเนินการและสนับสนุนการป้องกันและบรรเทาเหตุนั้น โดยเร็ว รวมทั้งแจ้งให้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้อำนวยการกรุงเทพมหานคร) และรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (รองผู้อำนวยการกรุงเทพมหานคร) ทราบทันที
4. กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร ซึ่งจัดตั้งไว้ในขั้นเตรียมการและปรับเปลี่ยนภารกิจ เป็นศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจ เมื่อเกิดการชุมนุมประท้วงและการก่อการจลาจล ต้องดำเนินการดังนี้
- จัดการอำนวยความสะดวกดด้านจราจตร สถานที่สาธารณะ เครื่องมือ อุปกรณ์ การแพทย์และสาธารณสุข
- จัดเจ้าหน้าที่ร่วมประสานงานเพื่อแก้ไขปัญหากับกองบัญชาการการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ
- ให้การสนับสนุนส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ที่ปฏิบัติหน้าที่ในการการป้องกันและระงับการชุมนุมประท้วง และก่อการจลาจล
- ในกรณีที่มีความจำเป็นที่จะต้องได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใด หรือหน่วยงานของรัฐใดในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่เกิดขึ้นในเขตกรุงเทพฯ ให้ผู้อำนวยการกรุงเทพมหานครแจ้งให้เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นหรือหน่วยงานของรัฐนั้นทราบ เพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือโดยเร็ว
5. ในกรณีที่รัฐบาล ประกาศใช้อำนาจตามกฎหมายพิเศษอื่นเพื่อควบคุมสถานการณ์ความไม่สงบให้กรุงเทพมหานครสนับสนุนการปฏิบัติในส่วนที่เกี่ยวข้องด้วย







