
กระจายอำนาจจัดการท่องเที่ยว
โดย...วีระศักดิ์ โควสุรัตน์
โดย...วีระศักดิ์ โควสุรัตน์
กระจายอำนาจการจัดการท่องเที่ยวไทยครึ่งหนึ่ง หรือ 50% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเที่ยวประเทศไทย เป็นนักท่องเที่ยวจากเอเชียแปซิฟิก เช่น มาเลเซีย ญี่ปุ่น จีน และเกาหลี
ส่วนอีกครึ่งหนึ่งนั้นแบ่งเป็นนักท่องเที่ยวจากยุโรป 27% ซึ่งในจำนวนนี้เป็นชาวอังกฤษมากที่สุด รองลงมา คือ ชาวเยอรมัน ชาวสวีเดน และชาวรัสเซีย ส่วน 23% ที่เหลือแบ่งกันระหว่างตะวันออกกลาง แอฟริกา และอเมริกาเหนือ-ใต้ ในปีนี้นักท่องเที่ยวกลุ่มที่เติบโตเยอะที่สุดมาจากเวียดนาม มาเลเซีย รวมทั้งอินเดียด้วย
อย่างไรก็ดี เงินที่นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศใช้จ่ายในไทยนั้น กลุ่มนักท่องเที่ยวยุโรปคือผู้ที่ใช้จ่ายมากที่สุด คิดเป็น 40% ของรายได้ด้านท่องเที่ยวที่ไทยได้รับจากชาวต่างประเทศ
นี่คือสาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำไมสถานประกอบการด้านท่องเที่ยวหลายแห่งให้ความสนใจต้อนรับนักท่องเที่ยวฝรั่งมากกว่านักท่องเที่ยวชาวเอเชีย อีกส่วนหนึ่งมาจากการที่นักท่องเที่ยวยุโรปแต่ละรายมีแนวโน้มที่จะเข้าพักในโรงแรมไทยมากคืนกว่านักท่องเที่ยวเอเชีย แปลว่า เช็กอินที่หนึ่งแล้วอยู่ไปเกือบ 2 สัปดาห์ และมีแนวโน้มที่จะซื้อบริการด้านอาหาร เครื่องดื่ม และของที่ระลึกในโรงแรมที่ตัวเองพักมากกว่านักท่องเที่ยวชาวเอเชีย ซึ่งชาวเอเชียมักจะเข้าพักยาวไม่เกิน 7 วัน รวมทั้งยังมีพฤติกรรมในการเที่ยวไปรับประทานอาหารและเครื่องดื่มนอกโรงแรมที่ตัวเองพักมากกว่า
เราคนไทยที่ไปเป็นนักท่องเที่ยวยิ่งแล้วใหญ่ เพราะจะเป็นนกรู้ ไม่เพียงซื้อน้ำดื่มใส่ขวดจากร้านสะดวกซื้อนอกโรงแรมเข้าไปดื่มแล้ว ยังชอบหิ้วอาหารอย่างผัดซีอิ๊ว และสาคูไส้หมูจากตลาดข้างนอกขึ้นไปกินบนห้องซะด้วย
ข้อนี้ชาวโรงแรมก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะรู้จักพวกเราเจ้าบ้านดีว่า ไม่ค่อยชินกับการมีค่าเซอร์วิสชาร์จ อีกทั้งคนไทยจะเป็นแขกที่มาเข้าพักในวันหยุดสุดสัปดาห์เป็นหลัก และอยู่ไม่นานเกิน 2 คืนก็เช็กเอาต์กันหมด
ค่าใช้จ่ายในด้านการท่องเที่ยวในไทยนั้น ก้อนใหญ่สุดมักจะเป็นค่าเดินทาง รองลงมา คือ ค่าที่พัก ส่วนค่าอาหารตามมาเป็นอันดับ 3 แต่ที่ไล่เลี่ยกับค่าอาหาร คือ ค่าของฝาก ของที่ระลึก ซึ่งบางครั้งก็แซงค่าอาหารได้ แล้วแต่ว่าการเดินทางท่องเที่ยวครั้งนั้นมีผู้หญิงเยอะไหม
อันนี้เป็นแนวโน้มท่องเที่ยวโลกเหมือนกันว่าผู้หญิงเดินทางเยอะขึ้นกว่าสมัยก่อนมาก
เรารู้กันดีว่านักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศคุ้นเคยกับภาพจำของกิจกรรมท่องเที่ยวในไทยสองสามเรื่อง (เอาด้านดีๆ นะครับ) อย่างแรก คือ หาดทรายชายทะเล แต่ปัจจุบันภาพจำด้านนี้กำลังถูกอินโดนีเซียและอินเดียเบียดภาพไปได้มากขึ้นเรื่อยๆ ภาพจำอย่างที่ 2 คือ เรื่องการกินและการช็อปในเมืองไทย ซึ่งปัจจุบันมาเลเซีย ฮ่องกง และสิงคโปร์ รวมทั้งจีน ญี่ปุ่น ก็มีภาพพจน์ด้านความสนุกในการจับจ่าย และมีตลาดอาหารที่มีสีสันมาแข่งขันเป็นภาพจำเช่นกัน
ส่วนภาพจำที่ 3 คือ สนามกอล์ฟนั้น แม้จะเป็นรองญี่ปุ่นและจีน แต่ด้วยราคาค่าเล่นและบริการที่สนามไทยจัดให้ก็ถือว่าคุ้มค่าสุดๆ ดังนั้นภาพจำเรื่องกอล์ฟยังถือว่าเด่นชัดทีเดียว
ภาพจำด้านที่ต้องเร่งปรับปรุง คือ ความเสื่อมโทรมของแหล่งท่องเที่ยว การหลอกลวงเอาเปรียบนักท่องเที่ยว และเรื่องความมีมาตรฐานด้านต่างๆ เช่น สุขภาพอนามัยของอาหารที่เสิร์ฟ น้ำแข็ง และระบบการให้ข้อมูลที่เพียงพอในการวางแผนเที่ยวตามความสนใจของตนเอง ซึ่งกำลังเป็นกระแสที่มาแรงของนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่เกือบทุกเพศทุกวัยทั่วโลก
ภารกิจนี้มีรายละเอียดจุกจิกเกินกว่ารัฐบาลกลางจะทำได้เองจนหมด การเร่งแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาการท่องเที่ยวของ 8 กลุ่มพื้นที่ตามแผนแม่บทการท่องเที่ยวแห่งชาติ
อันได้แก่ กลุ่มพื้นที่ล้านนา กลุ่มพื้นที่มรดกโลก กลุ่มพื้นที่ลุ่มน้ำโขง กลุ่มพื้นที่อารยธรรมอีสานใต้ กลุ่มพื้นที่ลุ่มน้ำภาคกลาง กลุ่มพื้นที่ Active Beach ฝั่งชายทะเลตะวันออก กลุ่มพื้นที่ Royal Coast ฝั่งทะเลอ่าวไทย และกลุ่มพื้นที่ท่องเที่ยวฝั่งทะเลภาคใต้ จึงเป็นก้าวย่างที่สำคัญในการกระจายอำนาจรัฐออกไปให้แต่ละพื้นที่มีอำนาจดูแลและจัดการโอกาสและประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวของตนเอง







