posttoday
รณรงค์ 7 วัน ตาย 320 ปฏิบัติการลูบหน้าปะจมูก

รณรงค์ 7 วัน ตาย 320 ปฏิบัติการลูบหน้าปะจมูก

19 เมษายน 2555

โดย...สุภชาติ เล็บนาค

โดย...สุภชาติ เล็บนาค

จบลงแล้วสำหรับการรณรงค์ลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรือ “สงกรานต์ปลอดภัย ตายเป็นศูนย์” ที่ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) รณรงค์เป็นประจำทุกช่วงเทศกาล โดยในปีนี้ยอดผู้เสียชีวิตตั้งแต่วันที่ 11-17 เม.ย. พุ่งพรวดไปอยู่ที่ 320 คน ผู้บาดเจ็บรวม 3,320 คน ส่วนจังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตมีเพียงแค่ 6 จังหวัดเท่านั้น ได้แก่ ตรัง ตราด นครพนม ปัตตานี ระนอง และสตูล

หากนำเอาสถิติปีที่แล้วมาเทียบเคียง จะพบว่าปีนี้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นถึง 49 คน หรือคิดเป็น 18% แม้ว่าตัวเลขอุบัติเหตุจะลดลงจาก 3,215 ครั้ง เหลือ 3,129 ครั้ง โดยสาเหตุใหญ่ยังคงมาจากการขับรถด้วยความเร็วสูง การไม่สวมหมวกนิรภัย เมาแล้วขับ หลับใน และไม่คาดเข็มขัดนิรภัย

นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ กล่าวว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิต 320 คน ถือว่าลดลงมามากแล้วจากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาที่เคยมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 700 คน และในช่วง 4-5 ปีให้หลังที่ผ่านมา ตัวเลขก็วิ่งอยู่ที่บวกลบ 300 เท่านั้น อาจจะขึ้นบ้างหรือลดบ้าง ซึ่งอาจเป็นสัญญาณให้เห็นว่า ตัวเลข 300 ศพช่วงเทศกาล เป็นเพดานต่ำสุดแล้วที่ทุกฝ่ายจะสามารถลดได้

“ถามว่าพอใจไหม ผมไม่พอใจ เพราะทุกปีเราเห็นชัดเลยว่า ทุกฝ่ายสนใจกับเรื่องความปลอดภัยทางท้องถนนแค่ปีละ 14 วัน คือ ช่วงเทศกาลปีใหม่ และเทศกาลสงกรานต์เท่านั้น เหมือนกับการลูบหน้าปะจมูก สาเหตุการเสียชีวิตส่วนใหญ่ก็ยังคงวนอยู่กับการดื่มสุรา การไม่สวมหมวกนิรภัย หรือการหลับใน สิ่งที่ผมอยากถามไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือ ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ต้องมีงบประมาณ กำลังคน และการตรวจตราที่มากขึ้นกว่านี้ ไม่ใช่แค่ปีละ 14 วัน แต่เป็น 365 วัน” นพ.แท้จริง กล่าว

เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ ยกตัวอย่างการรณรงค์เรื่องการเมาแล้วขับ และการตั้งด่านตรวจแอลกอฮอล์ ที่ทุกคนรู้กันดีว่าการดื่มสุราแล้วขับรถนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แต่ทุกวันนี้ก็ยังมีคนเมาแล้วขับเป็นปกติ ซ้ำยังไม่กลัวด่านตรวจแอลกอฮอล์ด้วยซ้ำ เนื่องจากรู้ว่ามีโอกาสที่จะเจอด่านตรวจน้อย หรือหากเจอด่านตรวจก็สามารถเจรจาไกล่เกลี่ยได้ เช่นเดียวกับด่านตรวจหมวกกันน็อก ทั้งที่ทุกปีมีคนตายจากสาเหตุเหล่านี้ แต่คนไทยกลับเฉยชากับการเสียชีวิตของคนเหล่านี้มาก

ด้าน นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) กล่าวว่า ในปีนี้พบว่าดัชนีความรุนแรงจากการเกิดเหตุเพิ่มขึ้นสูงมาก โดยวัดจากการที่มีอุบัติเหตุน้อยลง แต่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มมากขึ้น โดยสาเหตุใหญ่มาจากการที่คนขับใช้ความเร็วสูงมากขึ้น การไม่ใช่อุปกรณ์ป้องกัน และการหลับใน สังเกตได้ชัดในกรณี “เทกระจาด” ที่เสียชีวิตทั้งคันรถที่มีประมาณ 7 ครั้ง

ทั้งนี้ นพ.ธนะพงศ์ เสนอแนะวิธีการแก้ไขอุบัติเหตุใน 3 ประเด็น ได้แก่ 1.เพิ่มระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากรถยนต์ส่วนตัว เนื่องจากทุกวันนี้อุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมส่วนตัว เช่น ดื่มสุรา หรือหลับในแทบทั้งสิ้น 2.ปรับปรุงรูปแบบถนนในประเทศไทย ให้มีไหล่ทาง มีจุดพักรถที่ชัดเจน ลดจุดกลับรถ และที่สำคัญคือ รถแต่ละคันที่ใช้ทางพิเศษมีความเร็วใกล้เคียงกัน ให้คล้ายกับทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 กรุงเทพฯชลบุรี (มอเตอร์เวย์) ซึ่งจะลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุกะทันหันได้มากขึ้น และ 3.ปรับทัศนคติและรณรงค์เรื่องการเฉลิมฉลองช่วงเทศกาลสงกรานต์มากขึ้น เพราะขณะนี้ไม่ว่าจะฉลองในจุดใด แม้แต่ในจุดโซนนิงก็ดื่มสุรากันถ้วนหน้า และเจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถจัดการได้ เนื่องจากคนดื่มมีมาก ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากท้องถิ่นในการกวดขันมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ