
เอสเอ็มอีเจ๊งแล้วพิษค่าจ้างขึ้นเม.ย.
ผลกระทบขึ้นค่าจ้างยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง เอสเอ็มอีสินค้าไลฟ์สไตล์ ทยอยเจ๊ง 100 ราย ฉุดปี 2555 ส่งออกลด
ผลกระทบขึ้นค่าจ้างยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง เอสเอ็มอีสินค้าไลฟ์สไตล์ ทยอยเจ๊ง 100 ราย ฉุดปี 2555 ส่งออกลด
นายจิรบูลย์ วิทยสิงห์ เลขาธิการสมาพันธ์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ไทย เปิดเผยว่า นโยบายขึ้นค่าจ้างวันละ 300 บาท ที่มีผลวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา ทำให้ผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกของสมาพันธ์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเอสเอ็มอีสัดส่วน 90% ได้แจ้งกับทางกลุ่มว่าได้ปิดโรงงาน หรือกำลังจะปิดมากถึง 100 รายแล้ว เนื่องจากปรับตัวไม่ทันค่าจ้างที่ขึ้น
ผลดังกล่าวทำให้การส่งออกสินค้ากลุ่มไลฟ์สไตล์ปี 2555ลดลง หรือขยายตัว 6-8% มูลค่า 9.549.72 หมื่นล้านบาท จากคาดว่าจะขยายตัว 12-15% มูลค่า 1-1.03 แสนล้านบาท หรือมูลค่าส่งออกหายไป 7,000-8,000 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนผลิตเพิ่มขึ้น 15% ทำให้ขีดความสามารถแข่งขันลดลง
การส่งออกไตรมาส 2 ปีนี้ ทางผู้ประกอบการได้แจ้งลูกค้าต่างประเทศ เพื่อขอปรับราคาสินค้าตามต้นทุนค่าจ้างที่เพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้ยอดการส่งออกลดลง ดังนั้นจึงต้องการให้รัฐบาลเร่งเข้ามาช่วยแก้ปัญหาด่วน ทั้งการหาแหล่งเงินทุนให้กับผู้ประกอบการ ประสานธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อในการจัดหาเครื่องจักร และหาแหล่งวัตถุดิบต่างประเทศราคาถูกเข้ามาช่วยเหลือ ในส่วนของภาคเอกชนจะเร่งปรับตัว สร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าขึ้น เพื่อหลีกหนีการแข่งขันขายสินค้าราคาต่ำร่วมด้วยอีกทาง
ด้านนายภูมิ สาระผล รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงยังคงยืนยันเป้าหมายการส่งออกภาพรวมของไทยปี 2555 โต 15% แม้ผู้ประกอบการจะกระทบจากค่าจ้างขึ้น แต่เชื่อว่ามาตรการรัฐที่ช่วยและการสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าไทย จะทำให้การส่งออกทั้งปีเป็นไปตามเป้าหมาย







