
SMEs จะรับมืออย่างไรกับเศรษฐกิจไทยวันนี้
โดย...ประสาร ไตรรัตน์วรกุล
โดย...ประสาร ไตรรัตน์วรกุล
ผมเชื่อมั่นว่าความกระตือรือร้น ช่างสังเกต ลงมือทำ ใช้เครื่องมือที่เหมาะกับความเสี่ยงที่รับได้ การมีพันธมิตรที่ดี จะช่วยให้ท่าน “โต้คลื่น” ในการทำธุรกิจได้อย่างราบรื่นครับ
เรื่องที่ 3 : บทบาทของแบงก์ชาติที่เอื้อต่อการปรับตัวและการดำเนินธุรกิจของ SMEs โดยตรง
การดำเนินนโยบายของแบงก์ชาตินอกจากจะมุ่งหวังที่จะรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจแล้ว ยังมีเป้าหมายเพื่อเอื้อต่อการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการ ซึ่งรวมถึง SMEs ด้วย ที่ผ่านมาแบงก์ชาติได้ผ่อนคลายกฎระเบียบการแลกเปลี่ยนเงิน เช่น อนุญาตให้ผู้นำเข้าและผู้ส่งออกสามารถทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงค่าสินค้าและบริการจากประมาณการค่าสินค้าและบริการภายใน 1 ปีได้ จากเดิม ที่ต้องมีหลักฐานการซื้อขายประกอบการทาสัญญา รวมทั้งการพิจารณารายละเอียดของการจัดให้มี Currency Futures กับ TFEX เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงการบริการทางการเงินมากขึ้นในการบริหารความเสี่ยงให้แก่ธุรกิจโดยเฉพาะธุรกิจขนาดย่อมที่เข้าถึงบริการได้น้อยกว่าธุรกิจขนาดอื่น
สำหรับกรณีอุทกภัยในปีที่แล้ว แบงก์ชาติได้ประสานงานกับสถาบันการเงินเพื่อให้การให้บริการด้านการเงินดำเนินไปได้อย่างเป็นปกติมากที่สุด และได้ออกมาตรการเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน
โดยล่าสุดได้ออกประกาศการให้ความช่วยเหลือทางการเงินอัตราดอกเบี้ยต่ำ หรือ Soft Loans แก่ผู้ประสบอุทกภัยปี 2554 ซึ่งผู้ที่เข้าข่ายจะขอสินเชื่อนี้ได้คือผู้ประกอบการ SMEs และบุคคลธรรมดาที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยที่เกิดขึ้นในปี 2554 และอยู่ในเขตพื้นที่ที่มีการประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินตามระเบียบกระทรวงการคลังเกี่ยวกับเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินที่สถาบันการเงินได้ตรวจสอบแล้วและรับรองว่าเป็นผู้ที่ได้รับความเสียหายจริงโดยจะได้วงเงินรายละไม่เกิน 30 ล้านบาทและ 1 ล้านบาทตามลาดับ ซึ่งท่านที่สนใจสามารถติดต่อกับธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐได้โดยตรง หรือดูรายละเอียดได้ที่ website ของแบงก์ชาติครับ
บริการทางการเงินอีกอย่างหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับ SMEs อยู่ไม่น้อย คือ บริการด้านระบบการชำระเงิน ในเรื่องการใช้เงินสดและเช็ค ซึ่งอาจจะดูว่าฟรีหรือมีค่าธรรมเนียม แต่จริงๆ มีต้นทุนแฝงสูง เช่น ความเสี่ยงเรื่องเงินสดหาย เสียเวลาไปสาขาธนาคารเพื่อฝากถอนเงิน นอกจากนี้ ในปีที่แล้วแบงก์ชาติได้ทำการสำรวจผู้ประกอบการเกี่ยวกับความรู้ความเข้าใจของผู้ประกอบการในการใช้บริการ ชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ผลการสำรวจพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ยังไม่ทราบว่ามีบริการอะไรและจะช่วยให้ธุรกิจสะดวกขึ้นได้อย่างไรบ้าง และไม่คุ้นเคยและไม่มั่นใจในบริการ ซึ่งผมขอเรียนว่า การให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ของสถาบันการเงินมีการรักษาความปลอดภัยที่มีมาตรฐาน และแบงก์ชาติก็กำกับดูแลอยู่อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม แบงก์ชาติจะทำการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับประโยชน์ ข้อควรรู้ในการใช้บริการ และดำเนินการอื่นๆ เพื่อเพิ่มความสะดวกและความมั่นใจในการใช้บริการของท่านอย่างต่อเนื่อง
เรื่องที่ 4 : บทบาทของแบงก์ชาติด้านการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน
มาตรการอีกด้านหนึ่งที่แบงก์ชาติเห็นว่ามีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าสิ่งที่ผมได้กล่าวไป และจะเป็นส่วนช่วยในการส่งเสริมความมั่นคงของเศรษฐกิจไทยในวันนี้และวันหน้า คือ การคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ทั้งในฐานะที่ท่านเป็นผู้ประกอบการ และเมื่อท่านสวมหมวกอีกใบหนึ่งในฐานะประชาชนทั่วไปซึ่งต้องจัดการการเงินส่วนบุคคล หรือใช้บริการทางการเงินต่างๆ
การดำเนินการในเรื่องนี้ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่เลย ที่ผ่านมาหน่วยงานต่างๆ ได้มีการดำเนินการและร่วมมือกันในด้านการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงินอย่างต่อเนื่อง
ผมขอยกตัวอย่างหน่วยงาน 2 แห่ง ซึ่งได้จัดทำและเผยแพร่ความรู้ทางการเงินผ่านสื่อต่างๆ เช่น Website วิทยุ โทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ แก่นักลงทุนและผู้สนใจทั่วไป เพื่อประโยชน์ในการตัดสินใจลงทุนและการจัดการการเงินส่วนบุคคล คือ (1) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งมีบทบาทสำคัญในด้านการส่งเสริมความรู้ทางการเงินมาอย่างต่อเนื่องโดยมีหน่วยงานย่อยเพื่อทำหน้าที่ในด้านนี้โดยเฉพาะ เช่น ศูนย์ส่งเสริมการพัฒนาความรู้ตลาดทุน หรือ TSI และ (2) สำนักงาน ก.ล.ต.
นอกจากการให้ความรู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว สำนักงาน ก.ล.ต. ก็ได้มีการสุ่มตรวจการขายหน่วยลงทุนของธนาคารพาณิชย์ และอยู่ในระหว่างพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการขายหน่วยลงทุน เช่น ความเพียงพอของจำนวนเจ้าหน้าที่ที่ติดต่อกับลูกค้า และความรู้ของผู้ขายเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ตนรับผิดชอบ
ทั้งนี้ สำนักงาน ก.ล.ต. ได้ประสานไปยังสมาคมธนาคารไทยและบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว ซึ่งเป็นตัวอย่างหนึ่งของการดำเนินการให้มีการร่วมกันดูแลผลประโยชน์ของประชาชนโดยหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน
ในส่วนของแบงก์ชาติเองก็เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่ได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคเช่นกัน โดยเน้นการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงินซึ่งเป็นเรื่องที่แบงก์ชาติมีจุดแข็ง เพื่อให้สามารถสอดประสานกับหน่วยงานพันธมิตรอื่นๆ ที่ทำหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยที่ผ่านมาแบงก์ชาติได้ดำเนินการผ่าน 3 ช่องทาง ได้แก่ การกำกับดูแลสถาบันการเงิน และการรับข้อร้องเรียนที่เกิดจากการใช้บริการสถาบันการเงินและหน่วยงานที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของแบงก์ชาติ
จากการติดตามดูความเป็นไปของสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจการเงินมาโดยตลอด ทำให้เห็นได้ว่าในปัจจุบันบริการทางการเงินมีความหลากหลายและซับซ้อนขึ้น ประกอบกับมีการแข่งขันที่รุนแรง แต่ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังมีความรู้ความเข้าใจด้านการเงินไม่เพียงพอ ทำให้เกิดเข้าใจผิด ตัดสินใจพลาด จนนำไปสู่ความเสียหายต่างๆ
ดังนั้น ความสามารถในการจัดการเงินทองของตนเอง การมีข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน ชัดเจน ทันเวลา และเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ เพื่อที่จะเลือกใช้บริการทางการเงินที่เหมาะสมและตรงกับความต้องการ รวมถึงการรู้เท่าทันกลโกงต่างๆ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็น แบงก์ชาติจึงได้จัดตั้งศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน หรือ ศคง. ขึ้นเพื่อให้ปรับกระบวนการทำงานให้เป็นระบบและเพิ่มประสิทธิภาพให้มากยิ่งขึ้น ซึ่ง ศคง.จะทำหน้าที่คุ้มครองท่านทั้งทางตรงและทางอ้อมคือ
(1) ทางตรง คือ การตอบค้าถาม รับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับบริการทางการเงิน และประสานงานไปยังสถาบันการเงินหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงบริการของแบงก์ชาติเอง เช่น ธนบัตร พันธบัตร ผ่านหมายเลข 1213 รวมทั้งช่องทางอื่น ๆ เช่น จดหมาย โทรสาร และ email ([email protected]) หรือจะมาติดต่อกับเจ้าหน้าที่โดยตรงที่สานักงานใหญ่ และสานักงานภาคที่เชียงใหม่ ขอนแก่น และหาดใหญ่ ก็ได้เช่นกัน
(2) ทางอ้อม คือ การให้ความรู้ทางการเงิน เพื่อให้ท่านสามารถดูแลคุ้มครองตัวเองได้ด้วย การส่งเสริมความรู้เป็นการติดอาวุธทางปัญญา ให้ภูมิคุ้มกันทางการเงินให้แก่ท่าน โดยการเผยแพร่ความรู้และข้อมูลผ่านสื่อรูปแบบต่าง ๆ เช่น internet การบรรยาย แผ่นพับ สื่อมวลชน เพื่อให้เข้าถึงประชาชนได้มากที่สุด ซึ่งรวมทั้งการจัดงานใน 3 วันนี้ด้วยครับ







