posttoday
ปฏิรูประบบยูเอ็นเอสซี

ปฏิรูประบบยูเอ็นเอสซี

18 เมษายน 2555

บทบรรณาธิการสำนักข่าวบลูมเบิร์กของสหรัฐ แสดงความเห็นต่อระบบการแก้ไขปัญหาด้านการเมืองและความขัดแย้งในเวทีระหว่างประเทศของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ในปัจจุบัน ที่ต้องอาศัยการผ่านมติต่างๆ จากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ซึ่งในระบบดังกล่าวที่กำหนดให้การผ่านมติใดๆ ออกมาจะต้องไม่ถูกคัดค้าน (วีโต) จากสมาชิกถาวร 5 ประเทศในยูเอ็นเอสซีนั้น เป็นระบบที่ควรจะได้รับการปฏิรูปแก้ไขได้แล้ว

บทบรรณาธิการสำนักข่าวบลูมเบิร์กของสหรัฐ แสดงความเห็นต่อระบบการแก้ไขปัญหาด้านการเมืองและความขัดแย้งในเวทีระหว่างประเทศของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ในปัจจุบัน ที่ต้องอาศัยการผ่านมติต่างๆ จากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ซึ่งในระบบดังกล่าวที่กำหนดให้การผ่านมติใดๆ ออกมาจะต้องไม่ถูกคัดค้าน (วีโต) จากสมาชิกถาวร 5 ประเทศในยูเอ็นเอสซีนั้น เป็นระบบที่ควรจะได้รับการปฏิรูปแก้ไขได้แล้ว

สำนักข่าวชื่อดังให้เหตุผลว่า การให้เอกสิทธิ์แก่ 5 ประเทศสมาชิกถาวรซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งยูเอ็น (สหรัฐ อังกฤษ ฝรั่งเศส จีน รัสเซีย) สามารถใช้อำนาจคัดค้านมติแบบวีโตได้นั้น ที่ผ่านมาในอดีตแสดงให้เห็นชัดแล้วว่า บ่อยครั้งการใช้เอกสิทธิ์พิเศษในการวีโต มักเป็นไปเพื่อการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศนั้นๆ เสียเอง มากกว่าผลประโยชน์ของส่วนรวม

ทั้งนี้ เห็นได้จากสถิติการใช้อำนาจวีโตของ 5 ชาติสมาชิกนับตั้งแต่ก่อตั้งยูเอ็นเป็นต้นมา ที่มีมากกว่า 200 ครั้งนั้น ดูเฉพาะแค่สหรัฐเพียงประเทศเดียวก็ใช้ไปถึง 57 ครั้งแล้ว และส่วนใหญ่มักเป็นไปเพื่อการปกป้องอิสราเอลเกือบทั้งหมด ขณะที่รัสเซีย หรือโซเวียตในอดีตใช้ไปถึง 42 ครั้ง โดยทุกครั้งที่ใช้มักเป็นเหตุผลทางการเมืองมากกว่า

และที่ชัดกว่านั้นก็คือ ในปัจจุบันนี้ที่จีนและรัสเซียมักใช้สิทธิวีโตมาเป็นเครื่องมือเพื่อการปกป้องกลุ่มประเทศเผด็จการที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง อาทิ ซีเรีย พม่า ซิมบับเว

ฉะนั้น สำนักข่าวชื่อดังจึงเสนอว่า ถึงเวลาแล้วที่ทุกฝ่ายควรจะหันมาทบทวนว่า เอกสิทธิ์การมีมติวีโตที่มีเฉพาะแค่ 5 ชาตินั้น ยังมีความเหมาะสมต่อสภาวการณ์ในทุกวันนี้อยู่อีกหรือไม่ และบ่อยครั้งมติเหล่านี้เองก็เป็นตัวการที่ไปฉุดรั้งการแก้ไขวิกฤตการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอีกด้วยดังเช่นที่ซีเรีย

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี