
ชาวอยุธยาร้องตลิ่งริมเจ้าพระยาพังกว่า5กม.
ชาวบางบาลอยุธยาร้องพบแนวตลิ่งริมเจ้าพระยาพังต่อเนื่องยาวกว่า 5 กม. วอนภาครัฐเร่งตรวจสอบแก้ไข
ชาวบางบาลอยุธยาร้องพบแนวตลิ่งริมเจ้าพระยาพังต่อเนื่องยาวกว่า 5 กม. วอนภาครัฐเร่งตรวจสอบแก้ไข
เมื่อวันที่ 17 เม.ย.ชาวบ้านจาก ม.9 ต.บ้านกุ่ม อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ร้องเรียนว่าพบแนวตลิ่งพังเพิ่มในเขต ม.9 เป็นทางยาวกว่า 400 เมตร ซึ่งจากเดิมจุดดังกล่าวเป็นจุดที่เป็นดอนทรายของหมู่บ้าน แต่ระยะ 1-2 วันที่ผ่านมาเกิดการพังของตลิ่งลงเป็นทางยาวโดยตลิ่งเริ่มพังทรุดเพิ่มขึ้นทุกวันจนต้นมะขามขนาดใหญ่ล้มลงสู่แม่น้ำแล้ว ส่วนบ้านเรือนประชาชนพบว่าเริ่มเสี่ยงที่จะพังลงสู่แม่น้ำด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตามพบว่าหลังน้ำท่วมใหญ่ปลายปี 2554 ก็พบว่า ตลิ่งในเขต ต.บ้านกุ่ม พังลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ ม.1- ม.9 ระยะทางกว่า 5 กม.ซึ่งชาวบ้านเดือนร้อนแสนสาหัสเพราะส่วนใหญ่ตั้งถิ่นฐานชุมชนปลูกบ้านเรือนติดแม่น้ำมาแต่โบราณ
นอกจาก ต.บ้านกุ่ม แล้วในฝั่งตรงข้างที่เป็น ต.ไทรน้อย และต.บางชะนี เขต อ.บางบาล พบว่ามีสภาพของตลิ่งพังเช่นกันโดยเฉพาะที่ปากประตูน้ำไทรน้อยที่เป็นคลองขุดของกรมชลประทานที่ใช้ลำเลียงน้ำเข้าออกทุ่งนา ต.ไทรน้อย ซึ่งก่อนหน้านี้กรมชลประทานได้ทำแนวเขื่อนไว้แต่เขื่อนได้พังลงมาเกือบหมดแล้วเช่นกัน
ทั้งนี้ที่ผ่านมา หน่วยงานของรัฐเข้ามาศึกษาและพบว่าสาเหตุของการพังตลิ่งอย่างต่อเนื่องมาจาก 1.การเพิ่มและลดระดับของแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะในช่วงภาวะน้ำท่วมนานและหลังน้ำลดทำให้ดินอุ้มน้ำไว้มากและเมื่อน้ำในแม่น้ำลดลงดินได้ไหลตัวตามระดับน้ำที่ลดต่ำและสาเหตุที่ 2ที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการพังทลายเร็วคือการเดินเรือสินค้าโดยเฉพาะเรือบรรทุกดินและทราย ที่เดินเรือนกันจำนวนมากทุกวันและตลอด 24 ชม.ทำให้เกิดคลื่นและน้ำวนพัดเอาฐานแผ่ของตลิ่งออกไปและดินด้านบนได้พังลงแม่น้ำเช่นกัน
นางไสว ข้าวขาวแขก อายุ 45 ปี บ้านเลขที่ 13 ม.9 ต.บ้านกุ่ม กล่าวว่า อยากให้มีโครงการถาวรมาทำแนวกันตลิ่งพัง ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าสาเหตุของตลิ่งพังมาจากการเดินเรือสินค้าหากจะมีการเดินเรือแบบนี้ต่อไป รัฐบาลก็ต้องดูแลจดหาโครงการมาเพื่อให้การเดินเรือส่งผลกระทบสภาพแวดล้อมทรัพย์สินและวิถีชีวิตของประชาชนริมน้ำ







