
IMF เตือน...ศก.โลกยังเปราะบาง
ไม่รู้ว่าเพราะปีนี้เป็นปีแห่งการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐหรือไม่ โลกจึงได้เห็นบรรยากาศการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจนำโดยฝั่งสหรัฐ
โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ
ไม่รู้ว่าเพราะปีนี้เป็นปีแห่งการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐหรือไม่ โลกจึงได้เห็นบรรยากาศการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจนำโดยฝั่งสหรัฐ ที่ดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตาเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยเฉพาะการกลับมาดีดตัวอย่างคึกคักของตลาดหุ้นจากเมื่อกว่า 3 ปีที่แล้ว ดาวโจนส์ พุ่งทะลุระดับ 1.3 หมื่นจุดไปได้สำเร็จ ขณะที่ตัวเลขการว่างงานของสหรัฐก็ทรงตัวในระดับที่น่าพอใจ
ทว่าทั้งหมดนี้อาจเป็นเพียงแค่ภาพลวงตาที่ไม่สามารถไว้ใจได้ เหมือนช่วงที่ลมสงบก่อนพายุกำลังจะพัดเข้ามา
ดังที่ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) กล่าวเตือนระหว่างเตรียมเข้าร่วมประชุมสำคัญทางการเงินที่สหรัฐ ในสัปดาห์นี้ว่า ภาวะเศรษฐกิจของแต่ละทวีปทั่วโลกในปีนี้ ดูจะย่ำแย่ตามกันไปหมด การเติบโตของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่กำลังชะลอตัวลง และการฟื้นตัวของสหรัฐก็อาจต้องสะดุดลงเช่นเดียวกัน โดยเป็นผลสะเทือนมาจากการที่ผู้นำกลุ่มประเทศยุโรป ยังแก้ปัญหาหนี้ยุโรปได้ไม่เบ็ดเสร็จ
“ความเสี่ยงยังมีอยู่สูงมาก และสถานการณ์ก็ยังคงเปราะบาง” คริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟ กล่าวที่กรุงวอชิงตัน
หากลองประมวลภาพเศรษฐกิจโลกในปีนี้จะพอมองเห็นได้ว่า นอกจากสหรัฐแล้ว แทบไม่มีประเทศใดเลยที่จะเกิดข่าวดีการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริงในปีนี้
จีนเองซึ่งเคยเป็นที่พึ่งมาตลอดนั้น ก็กำลังเผชิญกับการเติบโตที่ลดลงจนรัฐบาลต้องประกาศลดเป้าการเติบโตในปี 2012 ลงมาอยู่ที่ 7.5% และทำเอานักลงทุนทั่วโลกเพิ่งหวาดวิตกกันมาหมาดๆ ว่าเศรษฐกิจจีนจะดิ่งลงแรงเหมือนฮาร์ด แลนดิง
แต่ที่หลายฝ่ายกังวลมากยิ่งกว่าก็คือ ยุโรป ซึ่งบอกได้คำเดียวว่าวิกฤตนี้ยังไม่จบ
สิ่งที่นักลงทุนวิตกก็คือ บรรดาผู้นำรัฐบาลยุโรปต่างเข้มงวดลงดาบให้ประเทศสมาชิกต่างๆ ตัดลดงบประมาณขาดดุลเร็วเกินไป จนส่งผลให้การเติบโตทางเศรษฐกิจต้องชะงัก และยังไม่มีการออกมาตรการอะไรมาทำให้มั่นใจว่า เศรษฐกิจของกลุ่มประเทศยุโรปจะโตได้อย่างเข้มแข็งในอนาคต
จนถึงปัจจุบัน บรรดาผู้นำชาติยุโรปได้วางแนวทางแก้ปัญหาหลักๆ เอาไว้เพียง 2 ข้อด้วยกัน คือข้อตกลงในกรอบงบประมาณใหม่สำหรับประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) และตั้งกองทุนวงเงิน 9.3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อรับมือในกรณีที่อาจเกิดปัญหาหนี้สาธารณะขึ้นมาอีกในอนาคต
ทว่าบรรดานายแบงก์และไอเอ็มเอฟต่างเห็นตรงกันว่า หากต้องการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบโดยสมบูรณ์ ผู้นำของกลุ่มประเทศยุโรปก็จำเป็นต้องออกโรดแมปที่ชัดเจนไปสู่การรวมกลุ่มทางการคลังสำหรับกลุ่มประเทศยูโรโซนในระยะกลาง ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ก็จำเป็นต้องส่งสัญญาณให้ชัดเจนว่าจะตรึงดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับต่ำในช่วงระยะสั้นนี้
สัญญาณอันตรายล่าสุดเกิดขึ้นที่สเปน กับการประมูลพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งอัตราผลตอบแทนพุ่งสูงไปแตะถึงระดับ 6% หลังจากที่ไม่ได้สูงถึงระดับนี้มานานในช่วงที่วิกฤตการณ์หนี้ยุโรปยังระอุอยู่เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งอัตราผลตอบแทนที่สูงเช่นนี้ บ่งชี้ได้ดีถึงความเปราะบางของยุโรปว่า ยังมีความเสี่ยงที่สูงอยู่
ขณะที่อิตาลีนั้น เริ่มมีข่าวอัตราการฆ่าตัวตายที่พุ่งสูง อันเป็นผลมาจากปัญหาเศรษฐกิจในประเทศ ท่ามกลางอัตราการว่างงานที่พุ่งสูงขึ้นจนแตะระดับ 9.3% หนึ่งในข่าวที่น่าสะเทือนใจที่เกิดขึ้นก็คือ ช่างก่อสร้างวัย 58 ปีรายหนึ่ง จุดไฟเผาตัวตายเนื่องจากไม่มีเงินจ่ายภาษี เช่นเดียวกับที่ชาวนาวัย 53 ปีรายหนึ่งทางตอนเหนือของประเทศ แขวนคอตายโดยทิ้งภรรยาและลูก 4 คนเอาไว้ เพื่อหนีปัญหาธุรกิจที่กำลังจะล้มละลาย
ไม่เพียงแต่ประเทศในยุโรปจะเกิดปัญหา และเสี่ยงต่อการระเบิดหนี้สาธารณะตามมาเหมือนกับกรีซ ไอร์แลนด์ และโปรตุเกสเท่านั้น แต่กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาและกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ที่น่าจะเอาตัวรอดในปัญหาเศรษฐกิจโลกได้มากที่สุด ก็ดูท่าจะหนีผลกระทบไม่ได้เช่นกัน
ล่าสุดรัฐบาลเกาหลีใต้ กลายเป็นอีกชาติหนึ่งที่ออกมาประกาศลดเป้าการเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2012 นี้ลงแล้ว โดยลดลงมาอยู่ที่ 3.5% จากเป้าหมายเดิม 3.7% ที่กำหนดไว้ตั้งแต่เดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา ทางธนาคารกลางเกาหลีใต้ให้เหตุผลไว้ว่า เป็นเพราะความเสี่ยงจากปัญหาหนี้ยุโรปเป็นสำคัญ
ขณะที่บราซิล ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในเขตเศรษฐกิจที่เติบโตเร็วที่สุดประเทศหนึ่งจนได้รับการจับตามอง กลับมีการเติบโตของจีดีพีได้เพียง 2.7% ในปีที่แล้ว หรือไม่ถึงครึ่งหนึ่งของเมื่อปี 2010 ด้วยซ้ำ จนทางการต้องออกมาตรการมากดค่าเงินเอาไว้ พร้อมหั่นอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ
สถานการณ์ทั่วโลกในวันนี้จึงเรียกว่า ยังไม่น่าวางใจว่าจะเกิดการฟื้นตัวขึ้นได้จริง หนำซ้ำยังอาจเกิดปัญหาที่คาดไม่ถึงปะทุขึ้นมาได้อีก
รัฐบาลไหนที่ยังคิดก่อหนี้เพิ่มโดยไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศอย่างแท้จริง จึงควรต้องพึงตระหนักไว้ให้ดี







