
'ทักษิณ'วอนเหยือแดง เลิกอาฆาต เดินหน้าน้รโทษ
พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า วันนี้ประชาชนได้ให้การสนับสนุนและเรียกร้องให้กลับบ้าน ทำให้ผู้ชายอกสามศอกต้องร้องไห้
พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า วันนี้ประชาชนได้ให้การสนับสนุนและเรียกร้องให้กลับบ้าน ทำให้ผู้ชายอกสามศอกต้องร้องไห้
เพราะมันหาไม่ได้ที่ชาวบ้านจะให้ความรักและเมตตาขนาดนี้ จึงต้องหาโอกาสตอบแทนบุญคุณทุกวิถีทาง ถ้าถามว่าอยากจะกลับเมืองไทยตอนไหน ก็อยากจะกลับตั้งแต่วันที่ 14 เม.ย.แล้ว แต่หากจะกลับต้องให้ทุกอย่างดีและลงตัวกว่านี้ ครั้งที่กลับไทยเมื่อพรรคพลังประชาชนชนะเลือกตั้งและเป็นรัฐบาล ผู้นำบางประเทศที่เป็นเพื่อนบอกว่าอย่าคิดว่าเป็นรัฐบาลแล้วกลับไปจะปลอดภัย ขอให้ระวังเขาอาจจะลอบฆ่าอยู่ จึงอยากให้อยู่ในสถานการณ์ที่เดินถนนไปกินก๋วยเตี๋ยวข้างทางได้
มั่นใจหรือไม่ว่าปีนี้จะได้กลับบ้าน
พ.ต.ท.ทักษิณ – เราเป็นคนไทย เป็นคนพุทธ จะนึกถึงสิ่งที่เป็นมงคล และปีนี้เป็นปีมหามงคล คิดว่าในเมื่อทุกอย่างเป็นมงคล ก็ควรทำให้ประเทศเราดีขึ้น การทะเลาะเบาะแว้งแบ่งฝ่ายกันทำให้สังคมเกิดความแตกแยกควรจะจบได้แล้ว เพราะจะเป็นมงคลกับประเทศด้วย
เป็นปีที่ดีและเป็นมหามงคลแล้วจะได้กลับบ้าน หมายความว่าอย่างไร
พ.ต.ท.ทักษิณ – ถือว่าเป็นปีมหามงคลที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเจริญพระชนมพรรษา 60 พรรษา ซึ่งเราถือว่าเป็นรอบที่สำคัญ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา ซึ่งเทียบเท่ากับพระชนมายุของพระพุทธเจ้า จึงรู้สึกว่าเป็นปีที่ดี ไม่ได้มีความหมายเชื่อมโยง
มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการรัฐ ประหารตามที่มีกระแสข่าวออกมา
พ.ต.ท.ทักษิณ – คิดได้แต่ทำยาก เพราะขนาด พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ยังออกมาบอกว่าไม่เกิดประโยชน์อะไร ใครที่คิดเรื่องนี้อยู่ก็คงจะสวนทางกับโลก เชื่อว่าจะไม่เหมือนเดิม จะไม่มีคนเอาดอกไม้มาให้อีกแล้ว อุดมการณ์ประชาธิปไตยตอนนี้มันฝังลึกในคนไทย ทหารมีหน้าที่ปกป้องราชบัลลังก์ ถ้านักสู้ถวายความจงรักภักดี ไม่มีอะไรทำให้กระทบกระเทือนหน้าที่ทหารก็คงไม่มีอะไร
คิดอย่างไรกับการแก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มาตรา 112
พ.ต.ท.ทักษิณ – ช่วง 50 ปีที่ผ่านมา มาตรา 112 ไม่เคยมีปัญหา เพราะเขามีหลักในการดำเนินคดี แต่ในช่วงหลังปฏิวัติ 19 ก.ย. 2549 เรื่องนี้เป็นเรื่องการเมืองมาก แม้แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ไม่ทรงโปรดที่จะให้ใช้มาตรา 112 พร่ำเพรื่อ ซึ่งที่ผ่านมาเคยถวายงาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยที่จะมาทำแบบนี้ และไม่ได้ทรงระคายอะไร การใช้บางครั้งเป็นเครื่องมือทางการเมืองมากไป เพื่อแสดงให้เห็นว่าจงรักภักดีเพียงคนเดียว ทำให้มีปัญหาขึ้น
หากต้องกลับไปเคลื่อนไหวภายใต้กฎหมายไทย กับการเคลื่อนไหวนอกประเทศที่สะดวกกว่า แบบไหนดีกว่ากัน
พ.ต.ท.ทักษิณ – เหมือนกัน เพราะทุกประเทศมีกฎกติกา การเคลื่อนไหวเขาไม่ได้เรียกว่าการเคลื่อนไหว แต่เรียกว่าใจผูกใจ ประชาชนผูกใจกับผม ผมก็อยากจะเดินทางมาให้ใกล้ เพื่อเขาจะได้เดินทางมาสะดวก
มีการตั้งข้อสังเกตว่ากลับมาเมืองไทยแล้วจะต้องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย
พ.ต.ท.ทักษิณ – อย่างที่บอกไปแล้วว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง ในทุกๆ ที่ ผู้นำหลายประเทศยังมาพบผมด้วยตัวเอง หลายประเทศส่งผู้บริหารระดับสูง ระดับรัฐมนตรี ระดับกรรมการพรรคการเมืองใหญ่มาพบเพื่อแลกเปลี่ยนกัน เพราะเขาอยากเห็นเสถียรภาพในภูมิภาคอาเซียน เพราะไทยเป็นประเทศหลักของอาเซียน ถ้าไทยอ่อนแอ อาเซียนจะอ่อนแอไปด้วย เพราะ 6 ปีที่อาเซียนเคยเข้มแข็ง แต่ตอนนี้กลับอ่อนแอไปเยอะ ดังนั้นในฐานะผู้นำอาเซียนก็อยากเห็นบ้านเมืองเราอยู่ในความปรองดอง ในฐานะที่เราชนะเลือกตั้งและถูกกระทำมากที่สุด ก็ยื่นเรื่องที่จะให้อภัยกันขึ้นมาก่อน ถ้าไม่ทำก็เป็นไปไม่ได้ที่บ้านเมืองจะยุติปัญหา
เหตุผลที่ผมยังไม่เดินทางกลับบ้าน ไม่ใช่เพราะการเมืองไม่นิ่ง หรือสถานการณ์น่าเป็นห่วง แต่มีสิ่งเดียว คือ รัฐบาลต้องทำงานให้ประชาชนได้เห็นว่าทุ่มเทเพื่อเขา
จะเสียสละเดินทางกลับไปรับโทษเพื่อให้เกิดการปรองดองหรือไม่
พ.ต.ท.ทักษิณ – ถ้ายุติธรรมจะเข้า แต่ตอนนี้มันยังไม่ยุติธรรม ถ้าเริ่มต้นใหม่ไม่กลัว และยินดีต้อนรับ
ฝ่ายค้านยังเชื่อว่าการออกกฎหมายเป็นไปเพื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ เท่านั้น
พ.ต.ท.ทักษิณ – วันนี้ต้องก้าวข้ามให้ได้ ถ้าก้าวข้ามไม่ได้ก็ลำบาก การเมืองก็ไปไม่ได้ พรรคประชาธิปัตย์ก็เป็นที่ชื่นชอบของประชาชนไม่ได้ เพราะก้าวไม่ข้ามสักที เขย่งอีกนิดเดียวก็ถึงแล้ว
หากกลับประเทศไทยจะยิ่งทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กดดันมากขึ้นในการเดินหน้าแนวทางปรองดองหรือไม่
พ.ต.ท.ทักษิณ – ไม่เกี่ยว เพราะไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล เป็นเรื่องของรัฐสภา นายกฯ ไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรค แต่เป็น สส.แค่ 1 เสียง วันนี้เป็นเรื่องของสภาก็ต้องปล่อยสภา การเมืองในสภาไม่นิ่งก็เป็นเรื่องธรรมดา ที่ไหนมีพรรคประชาธิปัตย์เป็นปกติที่จะเป็นเช่นนี้ เพราะเขาเป็นฝ่ายค้านเก่ง
ขณะนี้ฝ่ายค้านยังไม่เห็นด้วยกับแนวทางปรองดอง จะทำอย่างไร
พ.ต.ท.ทักษิณ – ฝ่ายค้านก็คือตัวแทนประชาชน ฉะนั้นต้องทำในสิ่งที่ประชาชนอยากเห็น ถ้าคนส่วนใหญ่อยากเห็นปรองดอง ฝ่ายค้านก็ต้องคล้อยตามประชาชน ถ้าไม่คล้อยตามก็จะถูกโดดเดี่ยว แต่ไม่มีอะไร 100% แม้แต่แม่ของ น.ส.กมลเกด อัคฮาด พยาบาลอาสาที่เสียชีวิตระหว่างสลายการชุมนุมที่ราชประสงค์ แม้ยังไม่หายโกรธที่ลูกถูกทหารยิง และไม่อยากให้นิรโทษกรรมเป็นเรื่องธรรมดา แต่เราต้องฟังประโยชน์ส่วนใหญ่ และให้ส่วนน้อยยอมเสียสละ เชื่อว่าเรื่องปรองดองจะเกิดขึ้นได้ภายในปีนี้ แต่ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น เพราะนั่งทางในไม่เป็น แต่อยู่ในการเมืองมานาน มีสิ่งบอกเหตุก็พอจะเดาได้
คิดอย่างไรกับเรื่องนิรโทษกรรมที่จะไปมีผลครอบคลุมถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้รับประโยชน์ด้วย
พ.ต.ท.ทักษิณ – ทุกฝ่ายต้องคิดว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง แต่คำว่านิรโทษกรรมยังไม่คิดใช้ แต่ใช้ว่าทำอย่างไรให้คนหันมาปรองดองกัน
คิดว่าตัวเองควรจะได้รับการนิรโทษกรรมหรือไม่
พ.ต.ท.ทักษิณ – ผมไม่ได้ทำอะไรผิด ถ้ากระบวนการยุติธรรมเป็นไปอย่างยุติธรรมใครก็รับได้ ไม่มีใครกลัวถ้าไม่ได้ทำผิด
การแก้รัฐธรรมนูญสำเร็จและผลักดันเรื่องปรองดองไปได้ แล้วจะเดินทางกลับประเทศไทยง่ายขึ้นหรือไม่
พ.ต.ท.ทักษิณ – ทุกอย่างต้องกลับไปสู่หลักความเป็นธรรม เห็นได้จากที่พระสงฆ์มาสนับสนุนเรา เพราะเห็นถึงความไม่เป็นธรรมและรับไม่ได้ ดังนั้นต้องกลับไปสู่จุดเริ่มต้น คือ ความเป็นธรรม และผู้ที่ทำหน้าที่รักษาความยุติธรรมต้องมีความเป็นธรรมด้วย
ที่บอกว่าให้ทุกอย่างกลับไปสู่จุดเริ่มต้น โดยเฉพาะกระบวนการยุติธรรม พร้อมที่จะกลับไปต่อสู้คดีหรือไม่
พ.ต.ท.ทักษิณ – แน่นอน ไม่ผิด ไม่เคยกลัว แต่ขอให้กระบวนการยุติธรรมมันยุติธรรมจริงๆ ซึ่งหลังจากที่อดีตกรรมการบริหารพรรคพ้นโทษทาง การเมืองในเดือน พ.ค.นี้ คิดว่าคงจะไม่กลับเข้าไปใหม่แล้ว เพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่เป็นน้องได้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว หมดรุ่นแล้ว แต่จะคอยเป็นผู้ให้คำปรึกษาและความคิดดีๆ เพื่อให้บ้านเมืองไปได้ดี ตอนนี้เหลืออีก 37 ปีจะครบร้อยแล้ว คอยเป็นฝ่ายวิชาการได้ และรวบรวมข้อมูลเป็นสารานุกรม ใครอยากจะเปิดดูก็เปิดได้ ใครไม่อยากเปิดก็ไม่ต้องเปิด







