
วันผู้สูงอายุ...คนแก่เมืองย่าโมไม่เคยว้าเหว่
วันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา นอกจากจะเป็นวันสงกรานต์หรือวันขึ้นปีใหม่ของไทยแล้ว ยังเป็นวันผู้สูงอายุแห่งชาติ
โดย...ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ
วันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา นอกจากจะเป็นวันสงกรานต์หรือวันขึ้นปีใหม่ของไทยแล้ว ยังเป็นวันผู้สูงอายุแห่งชาติ วันที่ลูกหลานคนรุ่นใหม่ทุกคนกลับภูมิลำเนาไปรดน้ำดำหัว ขอพรคนเฒ่า คนแก่ แต่หลังจากผ่านพ้นเทศกาลสงกรานต์ หลายครอบครัวปล่อยให้ผู้สูงวัยอยู่เฝ้าบ้านเผชิญกับชะตากรรมเอง เพราะต้องกลับไปกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัด ไปทำงานหาเงินจุนเจือครอบครัว ทำให้ผู้เฒ่าผู้แก่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว
แต่สำหรับกลุ่มผู้สูงวัย ต.ดอนชมพู อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา แล้วแม้ว่าจะแก่เฒ่าแล้ว...ใช่ว่าจะแก่เลย กลับมีความสุขตามอัตถภาพผู้แก่ชราและไม่เหงาว้าเหว่ใจ เพราะได้รวมกลุ่มเป็นจิตอาสาผู้สูงวัยปฏิบัติออกตระเวนเยี่ยมเยือนดูแลผู้สูงวัยด้วยกัน สอบถามสารทุกข์สุกดิบตลอดทั้งดูแลรักษาอาการป่วยของผู้สูงอายุ โดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพื่อให้กำลังใจกลุ่มผู้สูงอายุที่อยู่บ้านด้วยความสุข ซึ่งปัจจุบันตำบลแห่งนี้ มีทั้งหมด 13 หมู่บ้าน จำนวน 1,800 ครอบครัว มีประชากรอาศัยทั้งสิ้น 7,990 คน
อย่างไรก็ตาม ในจำนวนนี้มีผู้สูงอายุมากถึง 970 คน ล้มป่วยเป็นโรคต่างๆ ที่ต้องได้รับการดูแลพิเศษ 33 คน และไม่สามารถดูแลตัวเองได้มากถึง 13 คน แต่เนื่องจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ต.ดอนชมพู มีบุคลากรจำกัดแค่ 8 คน จึงมีแนวคิดจัดตั้งกลุ่มจิตอาสาสมัครผู้สูงวัยขึ้นมาเมื่อปี 2553 ที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีผู้สูงวัยสมัครเข้าร่วมกลุ่มเป็นสมาชิกจำนวนมากถึง 79 คน โดยไม่หวังผลตอบแทน
คุณยายทองอยู่ กล่อมกลาง อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18/3 หมู่ 1 ต.ดอนชมพู อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา เป็นอีกหนึ่งในกลุ่มจิตอาสาผู้สูงอายุ เล่าว่า ตัดสินใจสมัครมาทำหน้าที่จิตอาสาผู้สูงอายุ เนื่องจากเห็นว่าปัจจุบันจำนวนผู้สูงอายุในพื้นที่ ต.ดอนชมพู เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่วนใหญ่แล้วผู้สูงอายุจะมีสุขภาพที่ไม่ดีนัก มีหลายรายป่วยเป็นโรคต่างๆ ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ ส่วนญาติพี่น้องและบุตรหลานก็มีความจำเป็นต้องทำมาหากินเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว ยิ่งช่วงเศรษฐกิจย่ำแย่เช่นปัจจุบันนี้ ทำให้ไม่มีเวลาว่างมาดูแลคนแก่
“เมื่อร่างกายยังแข็งแรง และมีเวลาว่างก็อยากเข้ามาดูแลเพื่อนๆ ในวัยเดียวกันที่ร่างกายไม่แข็งแรง นอกจากตัวเองจะหายเหงาแล้ว ยังได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ซึ่งข้อดีอีกอย่างของคนรุ่นเดียวกัน คือทำให้สามารถเข้าถึงง่ายกว่าคนต่างวัย เข้าใจผู้สูงอายุรุ่นราวคราวเดียวกันได้ ทำให้รู้ถึงความต้องการจิตใจของผู้ป่วยสูงอายุและจะช่วยให้การปรับสภาพจิตใจทำได้ง่ายขึ้น”
คุณยายทองอยู่ เล่าต่อว่า หน้าที่ของกลุ่มจิตอาสาผู้สูงวัย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคนวัยใกล้เคียงกันอีก 3 คน ดูแลรับผิดชอบในพื้นที่หมู่ 9 และ 10 ต.ดอนชมพู จะต้องทำเป็นประจำทุกวัน ก็คือออกตระเวนไปดูแลเพื่อนบ้านที่มีผู้ป่วยสูงอายุอยู่ภายในบ้าน หรือที่เรียกว่าผู้ป่วยติดเตียง เช่น ไปดูแลเยี่ยมเยือน คุณยายเพชร ปัญญาวงศ์รักษา อายุ 82 ปี อยู่บ้านเลขที่ 171 หมู่ 9 ต.ดอนชมพู ที่ป่วยด้วยโรคกระดูกกดทับเส้นประสาทไขสันหลัง ทำให้แขนขาอ่อนแรงมากว่า 2 เดือนแล้ว ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ปกติจะมีเพียงสามีคู่ชีวิตวัย 85 ปี ที่คอยดูแลคุณยายเพียงลำพังในช่วงกลางวัน
เนื่องจากบุตรหลานจำเป็นต้องออกไปทำงานเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว ทำให้ทุกคนไม่เวลาดูแลผู้ป่วย คุณยายทองอยู่และเพื่อนๆ กลุ่มจิตอาสาสูงอายุ ก็จะทำหน้าที่ในการตรวจวัดความดันชีพจร เพื่อสังเกตอาการในเบื้องต้น จากนั้นก็จะทำรายงานส่งไปยังโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ต.ดอนชมพู เพื่อประเมินอาการอีกทอดหนึ่ง
นอกจากนี้ ยังช่วยกันทำกายภาพบำบัดแขนและขาทั้งสองข้าง เพื่อให้มีเรี่ยวแรงและขยับตัวได้มากขึ้น ควบคู่ไปกับการพูดคุยหยอกล้อซักถามสาระทุกข์สุกดิบของผู้ป่วย เพื่อให้ผู้ป่วยได้พูดคุยปลดปล่อยอารมณ์อึดอัดใจ ตลอดทั้งให้กำลังใจเพื่อให้ผู้ป่วยได้รู้สึกว่าไม่เหงา มีกำลังใจที่จะต้อสู้กับโรคร้ายต่อไป
“ยายขอยืนยันว่า จะขอทำหน้าที่นี้ต่อไปจนกว่าจะสิ้นแรง เพราะด้วยหัวใจที่อยากจะช่วยเหลือผู้ป่วยสูงอายุด้วยกัน ถึงแม้ว่าจะไม่มีค่าตอบแทนใดๆ ก็ตาม แต่สิ่งที่ได้รับก็คือความภาคภูมิใจและบุญกุศล” คุณยายทองอยู่ กล่าวด้วยความภาคภูมิใจ
คุณยายอ่วม ใจดีพิมาย อายุ 74 ปี บ้านเลขที่ 180 หมู่ 10 ต.ดอนชมพู ซึ่งป่วยด้วยโรคอัมพาตซีกซ้าย แขนขาด้านซ้ายขยับไม่ได้ คุณยายทองอยู่และเพื่อนจิตอาสาผู้สูงอายุ ต้องมาดูแลเป็นประจำทุกวัน บอกว่า แม้ว่าจะไม่สามารถทุเลาอาการป่วยมากนัก แต่รู้สึกว่ามีกำลังใจมากขึ้น เนื่องจากมีเพื่อนที่เข้าใจและรู้ใจมาพูดคุยให้กำลังใจ
ด้าน สมฉวี แบ่งกุศลจิต ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ต.ดอนชมพู บอกว่า โครงการจิตอาสาจัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2553 ที่ผ่านมาเนื่องจากผู้สูงอายุของ ต.ดอนชมพู เพิ่มมากขึ้น ทำให้อัตราผู้ป่วยผู้สูงอายุที่จำเป็นจะต้องเข้าไปให้ความดูแลเป็นพิเศษเพิ่มสูงขึ้นตามมาด้วย จึงมองว่าจำเป็นที่จะต้องหาอาสาสมัครที่มีความเข้าใจผู้สูงอายุเป็นอย่างดีและให้การดูแลเป็นพิเศษ จึงได้จัดตั้งกลุ่มจิตอาสาผู้สูงอายุขึ้นมา ซึ่งก็ได้รับการตอบสนองอย่างล้นหลาม
“โครงการจิตอาสาผู้สูงอายุของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ต.ดอนชมพู ยังมีการขับเคลื่อนเดินหน้าไปอย่างต่อเนื่อง มีจำนวนสมาชิกเพิ่มมากขึ้นทุกวัน เพราะมีบุคคลแบบอย่างอย่างตัวคุณยายทองอยู่และเพื่อนสมาชิกผู้สูงวัย ที่ไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย ทั้งที่อายุมากแล้ว ยังต้องตระเวนเดินทางไปดูแลผู้อื่น ซึ่งไม่ใช่ญาติพี่น้องของตัวเองอย่างไม่เคยบ่น ต่างก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบและสัมฤทธิผล” สมฉลี กล่าว
ทุกวันนี้กลุ่มจิตอาสาผู้สูงวัย ต.ดอนชมพู แห่งนี้ นอกจากจะตระเวนออกไปดูแลกลุ่มผู้สูงวัยด้วยกันแล้ว ยังช่วยกระตุ้นจิตสำนึกให้ลูกหลานและบุตรหลานในชุมชนได้หันมาเล็งเห็นถึงความสำคัญในการดูแลบุพการีผู้มีอุปการคุณของตัวเองมากขึ้น เพราะความกตัญญูกตเวทีรู้คุณของผู้มีพระคุณในสังคมไทย กำลังจะเสื่อมถอยน้อยลงไปทุกที







