posttoday
ฝันไกลไปให้ถึง ธนาคารสตรี

ฝันไกลไปให้ถึง ธนาคารสตรี

14 เมษายน 2555

กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เปรียบเหมือนแบรนด์ดังประจำตัวนายกรัฐมนตรี

กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เปรียบเหมือนแบรนด์ดังประจำตัวนายกรัฐมนตรี

เพราะทุกครั้งของการพบปะประชาชน กิจกรรมที่ขาดไม่ได้นั่นคือการปราศรัยเชิญชวนพี่น้องสตรีร่วมสมัครสมาชิก

กว่าแบรนด์จะนี้ติดหูติดตา ต้องได้รับการวางแผนเตรียมการผ่านทีมงานขมองอิ่ม และผู้มีบทบาทโดยตรงอยู่เบื้องหน้าและเบื้องหลังหนีไม่พ้นรัฐมนตรีน้องใหม่ “นลินี ทวีสิน” รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

“เราได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม เพราะเป็นสิ่งที่ผู้หญิงรอคอยกันมานาน”

คำกล่าวอย่างพึงพอใจ หลังเปิดตัวกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ.ผ่านมาถึงเทศกาลสงกรานต์ มีสตรีมาสมัครเป็นสมาชิกต่อเนื่องเกินสิบล้านคน

ฝันไกลไปให้ถึง ธนาคารสตรี

 

นลินี บอกว่า จากการลงพื้นที่ทำให้รับรู้พลังของสตรีในการแสดงความคิดเห็นในการนำเงินกองทุนไปพัฒนาด้านต่างๆ

“ความเห็นผู้หญิงทั้ง 4 ภาค พบว่ามีปัญหาคล้ายๆ กัน คือสตรีที่ด้อยโอกาสส่วนใหญ่ต้องการมีอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ หรือต้องการแก้ไขปัญหาการกดขี่ข่มเหงสตรี เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว เราจะนำความคิดเห็นแต่ละเรื่องมาจัดหมวดหมู่ เพื่อนำไปสู่การดูแลแก้ไขต่อไป”

ยกตัวอย่าง กรณีกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีภาคใต้ ต้องการนำเงินจากกองทุนฯ ไปสนับสนุนการพัฒนาอาชีพและรายได้ แต่ก็ยังต้องการให้มีการต่อยอดการจัดหาตลาดให้กับสินค้าในท้องถิ่น

นลินีมองไกลไปกว่านั้น ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เช่น บทบาทสตรีในพื้นที่ภาคใต้ย่อมมีความสำคัญอย่างมาก ทั้งด้านศาสนา วัฒนธรรม และมีความสำคัญด้านที่เป็นสถานที่ใช้ในการผลิตอาหารฮาลาลส่งออกไปต่างประเทศ เพราะสตรีในพื้นที่ต้องการพัฒนาสินค้าพื้นเมืองส่งออก หรือการต่อยอดการบรรจุหีบห่อ เป็นต้น

ถามว่าถึงขั้นออกแบบโลโก้เลยไหม นลินียอมรับว่าเป็นไปได้ เราจะมีการออกแบบตราสัญลักษณ์นำมาใช้เป็นตราสินค้า เพื่อให้เป็นที่รู้จักรับรู้ให้ออกไปทั่วโลก ขอให้รออีกสักระยะ

พร้อมกันนี้ รัฐบาลวางแนวทางกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีเอาไว้ ด้วยการสนับสนุนกิจกรรมเด็กผู้หญิงอายุ 15 ปีขึ้นไป ที่เป็นการสนับสนุนกิจกรรมยุวชน หรือการทำอาชีพ รวมถึงกิจกรรมที่ส่งเสริมสนับสนุนและดูแลสิทธิสตรีที่จะเน้นเป็นพิเศษ โดยจะนำนักกฎหมายสตรีเข้ามาช่วยทำงาน รวมถึงกลุ่มสตรีพิการเปิดโอกาสเข้ามาร่วมงาน

“กองทุนฯ เปิดกว้างให้โครงการต่างๆ เช่น การรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์ หรือการให้ความรู้การขายบริการ โดยกรรมการระดับตำบล สามารถตัดสินใจอนุมัติจัดสรรงบประมาณได้”

ไอเดียกองทุนสตรีรัฐบาลชุดนี้ นอกจากสร้างชื่อติดหูติดตาภายในประเทศแล้ว ยังรับรู้ถึงระดับสากล อย่างเลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ให้ความสนใจ เมื่อครั้งที่มีโอกาสพบนายกรัฐมนตรี ได้บอกว่า จะส่งผู้เชี่ยวชาญมาให้การอบรม เพราะในระดับโลกมีกองทุนสหประชาชาติเพื่อการพัฒนาสตรี หรือยูนิเฟม (The United Nations Development Fund for Women) หรือ (UNIFEM) ก็ให้การสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล

แค่ 8 เดือนรัฐบาล แต่นลินีมองพัฒนาการกองทุนพัฒนาสตรีถึงขั้น “ธนาคารสตรี”

เธอวางเป้าหมายกองทุนสตรี ว่าจะให้สตรีทุกคนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง ทั้งเป็นกรรมการหรือสมาชิกที่จะกำหนดบทบาทของตัวเอง แม้ว่าในแต่ละพื้นที่บางภาคอาจจะมีความแตกต่างด้านความคิด ความต้องการ หรือบางภาคมีความเป็นผู้นำสูงอยู่แล้วที่คาดหวัง อยากให้กองทุนฯ นี้เป็นสถาบันการเงินของสตรี

“อนาคตจะนำไปสู่การจัดตั้งธนาคารสตรี ลักษณะคล้ายกับกรามีนแบงก์ หรือธนาคารกรามีน ที่ก่อตั้งโดย มูฮัมหมัด ยูนูส นายธนาคารและนักเศรษฐศาสตร์ ชาวบังกลาเทศ ผู้ริเริ่มและพัฒนาแนวคิดไมโครเครดิต หรือการให้กู้เงินโดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยจะให้กู้แก่ผู้ประกอบการ หรือชาวบ้าน ซึ่งยากจนเกินกว่าจะมีคุณสมบัติพอ เพียงที่จะกู้เงินจากธนาคารทั่วไป”

นี่คือเป้าหมายของ “นลินี” ส่วนจะสำเร็จหรือไม่ต้องติดตามต่อไป

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท