
ขึ้นค่าจ้างดันคดีฟ้องพุ่ง
อธิบดีศาลแรงงานกลาง เผยปรับค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มส่งผลคดีพุ่งสูงแน่
อธิบดีศาลแรงงานกลาง เผยปรับค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มส่งผลคดีพุ่งสูงแน่
นายสมจิตร์ ทองศรี อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลาง เปิดเผยว่า การปรับค่าจ้าง ขั้นต่ำเป็น 300 บาทใน 7 จังหวัด จะทำให้ผู้ประกอบการฉวยโอกาสเลิกจ้างแรงงาน ปรับลดสวัสดิการ รวมถึงนำสวัสดิการต่างๆ มาคิดรวมเป็นค่าจ้างให้สูงเท่าหรือสูงกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ซึ่งจะส่งผลให้ลูกจ้างมีการฟ้องร้องจนมีคดีข้อพิพาทให้ศาลตัดสินเพิ่มขึ้นจำนวนมากแน่นอน
ทั้งนี้ เพราะตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ลูกจ้างสามารถใช้สิทธิโต้แย้งสิทธิ หากการเลิกจ้างไม่สมเหตุสมผล หรือแม้กระทั่งนายจ้างยินดีจะจ่ายเงินชดเชยตามอายุงานและสิทธิอื่นๆ เพื่อบอกเลิกจ้างตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ลูกจ้างอาจนำเรื่องฟ้องต่อศาลแรงงาน หากเห็นว่าการเลิกจ้างนั้นเป็นการเลิกจ้างไม่ธรรม
“หากผู้พิพากษาศาลแรงงานพิจารณาแล้วเห็นว่า การเลิกจ้างนั้นไม่มีเหตุผลเพียงพอถือว่าการเลิกจ้างนั้นไม่เป็นธรรม จะมีคำสั่งให้นายจ้างรับลูกจ้างกลับเข้าทำงาน แต่หากเห็นว่าทั้งสองฝ่ายอยู่กันไม่ได้ ศาลแรงงานจะใช้ดุลพินิจสั่งให้นายจ้างจ่ายค่าเสียหายให้กับลูกจ้าง” นายสมจิตร์ กล่าว
นายสมจิตร์ กล่าวอีกว่า เพื่อรองรับสถานการณ์ดังกล่าวได้เตรียมแบ่งคดีออก 2 กลุ่ม คือ คดีที่จบยาก และคดีที่จบง่าย ในคดีจบง่ายจะใช้วิธีการไกล่เกลี่ยก่อนจะนำคดีเข้าสู่ระบบ โดยมีผู้พิพากษาศาลแรงงานและผู้ประนอมของศาลแรงงานเป็นผู้ดำเนินการไกล่เกลี่ย สำหรับคดีที่จบยากจะใช้เวลาพิจารณา 8-10 เดือน







