posttoday
จะเกิดสึนามิขนาดใหญ่(อีก)...แต่เมื่อไหร่ไม่รู้

จะเกิดสึนามิขนาดใหญ่(อีก)...แต่เมื่อไหร่ไม่รู้

13 เมษายน 2555

โดย...ธเนศน์ นุ่นมัน

โดย...ธเนศน์ นุ่นมัน

“แม้เราจะโชคดีมาก ที่หลังเกิดแผ่นดินไหวใต้ทะเลนอกจังหวัดอาเจะห์ ครั้งนี้ไม่มีสึนามิตามมา แต่สิ่งที่น่ากังวลคือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบอะไรตามมา โดยเฉพาะต้องจับตารอยต่อของแผ่นเปลือกโลกและมีเทือกเขาอยู่ที่ก้นสมุทร ระหว่างหมู่เกาะอันดามันและหมู่เกาะนิโคบาร์ ประเทศอินเดีย ซึ่งหากมีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นบริเวณนี้ตามมา ตำแหน่งซึ่งอยู่ใกล้ชายฝั่งทะเลระนองไปทางตะวันตกเพียง 400-600 กิโลเมตร จะทำให้ 6 จังหวัดชายฝั่งอันดามัน

ได้แก่ พังงา ภูเก็ต กระบี่ ระนอง สตูล และตรัง สุ่มเสี่ยงคลื่นสึนามิที่เข้าปะทะชายฝั่งได้ในเวลาเพียงครึ่งชั่วโมง”

นั่นเป็นการประเมินสถานการณ์จาก ธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล หัวหน้าหน่วยศึกษาพิบัติภัยและข้อสนเทศเชิงพื้นที่ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหา วิทยาลัย และยังแสดงข้อกังวลอีกว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้อาจจะไปกระตุ้นให้เกิดการสั่นไหวรุนแรงในพื้นที่อื่นๆ บริเวณใกล้เคียง และอาจจะตามมาด้วยแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ (MainShock) และอาฟเตอร์ช็อก

โดยอาจกล่าวได้ว่า แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 เม.ย. คือการเตือนเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม กรณีแผ่นดินไหวทั่วโลก นักวิชาการที่เชี่ยวชาญเรื่องนี้ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ข้อมูลทางวิชาการที่มียังเต็มไปด้วยข้อจำกัดในการใช้คาดการณ์เหตุการณ์ล่วงหน้า

“แผ่นดินไหวเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ แม้แต่ในญี่ปุ่นเอง ส่วนใหญ่ก็ใช้สถิติที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เพราะว่าการเคลื่อนที่มักจะไม่ค่อยต่างกันเท่าไหร่ อย่างเช่นที่เมืองเซนไดในจังหวัดมิยางินี่เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อร้อยกว่าปีก่อน และมันก็เกิดขึ้นอีกทีสักประมาณ 100-150 ปี

อย่างอันดามันก็เหมือนกัน เขาก็ใช้คำนวณเอาจากสถิติ มีการทำนายแผ่นดินไหวล่วงหน้าถูกอยู่ครั้งเดียวที่ประเทศจีน และครั้งนั้นอาจจะฟลุกก็ได้ เพราะทำนายจากเรื่องของความร้อนในดินที่เพิ่มขึ้น และบอกล่วงหน้าได้แค่ 1-2 วันเท่านั้น

ญี่ปุ่นเองซึ่งเป็นต้นตำรับวิชาการด้านนี้ก็ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ แค่คาดว่าเกิดภายในช่วง 30 ปีได้ก็ถือว่าแม่นแล้ว นักวิชาการแผ่นดินไหวจะสรุปตรงกันว่า ที่สุดแล้วแผ่นดินไหวนั้นขึ้นอยู่กับพระเจ้า” เขาระบุ

ธนวัฒน์ อธิบายด้วยว่า เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นที่อินโดนีเซียครั้งนี้อยู่ห่างจุดที่เคยเกิดเมื่อปี 2547 ประมาณ 100 กิโลเมตร (กม.) เป็นการเคลื่อนไหวแบบรอยเลื่อนซ้ายขวาอยู่ในเปลือกโลกเปลือกเดียวกันใต้ทะเล จุดศูนย์กลางออกไป 500 กม. จากเกาะสุมาตรา ซึ่งการเกิดแผ่นดินไหวดังกล่าวอยู่ในระดับความลึกที่ 22 กม. และเกิดลึกลงไปในชั้นเนื้อโลก ไม่ใช่เปลือกโลก

ทั้งนี้ ชั้นโลกแบ่งออกเป็นชั้นเปลือกโลก (Crust) คือ ส่วนชั้นนอกสุดของโลก ประกอบด้วยเปลือกโลกภาคพื้นทวีปและใต้มหาสมุทรหินแข็งที่เย็นตัว มีความหนาประมาณ 735 กม. ชั้นที่สองเรียกกันว่า เนื้อโลก หรือชั้นแมนเทิล (Mantle) มีสภาพส่วนใหญ่เป็นหินหลอมเหลว

เนื่องจากได้รับความร้อนจากแก่นโลกที่มีอุณหภูมิสูงมาก หินหลอมเหลวที่อยู่ในชั้นนี้ คือ แมกมา (Magma) เมื่อแมกมาปะทุขึ้นมาบนเปลือกโลกจากปรากฏการณ์ภูเขาไฟระเบิดจะเรียกว่า ลาวา (Lava)

“สาเหตุแผ่นดินไหวในชั้นแมนเทิล ซึ่งเป็นชั้นโครงสร้างของโลกที่อยู่ระหว่างเปลือกโลกกับแก่นโลก กรณีดังกล่าวถือว่ามีความผิดปกติอย่างมาก เนื่องจากปกติแล้วแผ่นดินไหวจะเกิดในที่เดิมต้องใช้เวลา 200600 ปีในการขยับของจุดโลก แต่ครั้งนี้เกิดขึ้นห่างจากเหตุการณ์สึนามิปี 2547 เพียง 8 ปี จากความรู้ที่มีอยู่คาดว่าอย่างแย่ที่สุดจะเกิดสึนามิขนาดใหญ่ แต่ปัญหาเช่นที่กล่าวไปแล้ว คือ ไม่รู้ว่าจะเกิดตอนไหน” ธนวัฒน์ กล่าว

ธนวัฒน์ กล่าวอีกว่า ที่ไม่น่าไว้วางใจ และไม่ควรประมาท เพราะการเกิดสึนามิในญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2554 ขนาด 9 ริกเตอร์นั้น ก่อนหน้านั้น 2 วัน ในวันที่ 9 มี.ค. ได้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.3 ริกเตอร์ ซึ่งถือว่ามีขนาดใหญ่และไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ตามมาอีกจนเกิดโศกนาฏกรรมตามมา

ด้าน เป็นหนึ่ง วานิชชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหว หัวหน้าโครงการลดภัยพิบัติแผ่นดินไหวในประเทศไทย สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (เอไอที) ระบุว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้เดิมผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าจุดศูนย์กลางที่เกิดแผ่นดินไหวเป็นไปตามแนวมุดตัวในตำแหน่งเดิมที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2547

อย่างไรก็ตาม หลังจากตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมพบว่าไม่ได้ไหวตามแนวมุดตัวในพื้นที่เดิม แต่พื้นที่เกิดเหตุอยู่ห่างจากจุดเดิมไปทางทิศตะวันตกไปประมาณ 100 กิโลเมตร เป็นแนวรอยต่อระหว่างแผ่นเปลือกโลก ซึ่งเคลื่อนไหวในแนวราบ คือ เปลือกโลกเคลื่อนที่ไปทางตะวันออกและตะวันตก ตั้งฉากกับแนวมุดตัว

“ถ้าหากว่าจุดศูนย์กลางของการเกิดแผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดในจุดเดิมด้วยความรุนแรงมากถึง 8.9 ริกเตอร์ จะเป็นเรื่องที่แปลกมาก เป็นความรู้ใหม่ที่ยังไม่สามารถอธิบายอย่างชัดเจนได้ เพราะการเกิดแผ่นดินไหวแต่ละครั้งนั้นแผ่นหินสะสมพลังงานเอาไว้นานจนเกิดความเครียดสูง น่าจะต้องใช้เวลานานกว่านี้มากไม่ใช่แค่ 7-8 ปีแน่นอน แต่เมื่อไม่ใช่จุดเดิมก็พอจะเข้าใจได้ แต่ก็ต้องหาคำอธิบายเรื่องนี้ต่อไป” นักวิชาการเอไอที กล่าว

เป็นหนึ่ง กล่าวอีกว่า ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นต้องตั้งคำถามไปถึงระบบเตือนภัยในการรับมือกับเหตุการณ์ เพราะหลายพื้นที่เกิดความฉุกละหุกในการอพยพผู้คนไปยังที่ปลอดภัย

จึงต้องทบทวนเรื่องนี้อย่างหนัก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท