
ทักษิณลั่นกลางพิธีแก้กรรมจะกลับไทยเร็วๆนี้
ทักษิณทำบุญสะเดาะห์แก้กรรมวัดธาตุหลวงพร้อมบายสีสู่ขวัญ ลั่นกลับไทยในเร็วๆนี้ ขอให้ทุกคนอดใจรอนิดเดียว
ทักษิณทำบุญสะเดาะห์แก้กรรมวัดธาตุหลวงพร้อมบายสีสู่ขวัญ ลั่นกลับไทยในเร็วๆนี้ ขอให้ทุกคนอดใจรอนิดเดียว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.30 น. ที่หอสภาธรรม วัดธาตุหลวง นครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ อาทิ นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำแดงอุดรฯ นายสุธรรม แสงประทุม แกนนำเสื้อแดง ได้มาทำพิธีบาสีตามคำเรียกขานชาวลาว หรือ“บายศรีสู่ขวัญ”ของไทย เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ เทศกาลสงกรานต์ไทย-ลาว ท่ามกลางคนเสื้อแดงที่เดินทางมาร่วมงานประมาณ 500 คน
ทั้งนี้ บรรยากาศภายในงานได้มีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดขั้นสูงสุด โดยสนธิกำลังระหว่างทหารและตำรวจ พร้อมอาวุธประจำกายอาก้า โดยระหว่างทางเดินสองข้างทางได้มีกลุ่มคนเสื้อแดงตั้งแถวรอต้อนรับจำนวนมาก ซึ่งหอสภาธรรมนั้น ตั้งบนพื้นที่สูงจำเป็นต้องเดินบันไดขึ้นไป
อย่างไรก็ดี ทันทีที่พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางมาถึง กลุ่มคนเสื้อแดงต่างโบกมือทักทายและโห่ร้อง พร้อมทั้งตะโกนเรียกชื่อพ.ต.ท.ทักษิณ ด้วยความดีใจ แม้จะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอารักขาอย่างแน่นหนารุมล้อมรอบตัวพ.ต.ท.ทักษิณ แต่ก็ไม่สามารถป้องกันฝูงชนได้ ทำให้มวลชนสามารถเข้าประชิดตัวพ.ต.ท.ทักษิณ
อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่พ.ต.ท.ทักษิณกำลังเดินขึ้นบันไดก่อนถึงหน้าประตูหอสภาธรรม พ.ต.ท.ทักษิณได้หันมาส่งยิ้ม พร้อมยกมือไหวและโบกมือทักทากลุ่มคนเสื้อแดงที่มาร่วมงาน ทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงที่รออยู่ด้านล่างต่างตะโกนเรียกชื่อพ.ต.ท.ทักษิณดังสนั่นวัดธาตุหลวง นอกจากนี้ ยังมีชาวลาวที่ชื่นชอบพ.ต.ท.ทักษิณยังได้เดินทางมาต้อนรับและตะโกนแข่งกับกลุ่มคนเสื้อแดงว่า “ชาวลาวก็รักทักษิณ”
นอกจากนี้ ในการประกอบพิธียังได้นิมนต์พระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ จำนวน 129 รูป จากประเทศไทย และพระสงฆ์จากสปป.ลาว ระดับเกจิอาจารย์ อีก 100 รูป เข้ามาประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ขณะที่ หอสภาธรรมโดยปกติจะไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปเข้าชม มีไว้เฉพาะแขกระดับประเทศของทางการลาวเท่านั้น แต่การจัดพิธีครั้งนี้ถือเป็นกรณีพิเศษที่ทางการสปป.ลาวได้อนุญาต
สำหรับการประกอบพิธีกรรมของพ.ต.ท.ทักษิณนั้น เริ่มจากการตีฆ้องใหญ่ 9 ครั้ง เพื่อเอาฤกษ์เอาชัย ก่อนถวายสังฆทานชุดใหม่ สวดชยันโต โดยหมอที่ทำพิธีสู่ขวัญให้ คือ อ.บุญเติม ศรีบุญเลือง จากสปป.ลาว รองผอ.วิทยาลัยสงฆ์ สถาบันการศึกษาพระสงฆ์เป็นผู้ทำพิธีบาสีสู่ขวัญ เพื่อความเป็นสิริมงคลให้เจริญรุ่งเรือง มีความสุขเพื่อรับสิ่งดีๆตลอดไป เพราะวันนี้ (12เม.ย.) ถือว่าเป็นวันปีใหม่ไทยเช่นกัน
ภายหลังจากทำพิธีเสร็จสิ้น คนสูงอายุได้มาผูกข้อต่อแขน หรือ ผูกข้อมือให้พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งการทำพิธีทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 1 ชม. ทั้งนี้ ในช่วงที่พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าไปประกอบพิธีกรรม บรรยากกาศด้านนอกได้มีการแจกขันน้ำขนาดเล็ก และพัดทรงกลมสี่สี รูปด้านหนึ่งเป็นพ.ต.ท.ทักษิณ ยกมือไหว้ประชาชนขณะลงพื้นที่หาเสียง อีกด้านเป็นภาพพ.ต.ท.ทักษิณ สวมแจ๊กเก็ตสีน้ำตาลอ่อน
โดยมีข้อความที่เขียนด้วยลายมือ มีใจความว่า “สงกรานต์ปีนี้2555 ขอให้น้ำสงกรานต์ทำความชุ่มฉ่ำมาสู่พี่น้องชาวไทย ขอให้มีน้ำใจที่มีเมตตาต่อกัน มาร่วมกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว ทำให้ไทยเข้มแข็งอีกครั้งหนึ่ง ขอให้มีความสุขทุกคนครับ ด้วยรักและปรารถดี ลงชื่อพ.ต.ท.ทักษิณ 13เม.ย.55”
อย่างไรก็ดี ภายหลังจบพิธีกรรมอย่างเป็นทางการเมือง พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ลงจากหอสภาธรรมเพื่อมาพบปะกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่รออยู่ด้านล่าง โดยปราศรัยตอนหนึ่งว่า สงกรานต์ปีนี้ เป็นสงกรานต์ที่ดีที่สุด เพราะตนได้มีโอกาสได้มาทำบุญกับพี่น้อง ที่อยู่คนละฝั่งโขง ซึ่งติดอยู่กับแผ่นดินเกิดของตน วันนี้ (12เม.ย.) ตนมาได้มาใกล้ประเทศที่สุดแล้ว และมีพี่น้องมาร่วมทำบุญร่วมกันมากมาย ขออนุโทมนาบุญ ให้ได้บุญกันทุกคน เพื่อให้บ้านเมืองเรา กลับสู่ภาวะปกติเสียที
“ผมจะได้กลับไปอยู่ใกล้ชิดพี่น้อง ไปช่วยกันเพื่อให้ชีวิตพวกเราดีขึ้น ขอให้พี่น้องมีกำลังใจ ผมทราบซึ่งจนไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว ทุกคนเป็นห่วงความปลอดภัยผม แต่ใจผมอยากไปอยู่ใกล้พี่น้อง และอยากกอดพี่น้องทุกคนเลย แต่ตามกติการักษาความปลอดภัย ต้องเข้มงวดหน่อย เอาไว้การเมืองกลับสู่ภาวะปกติก่อน พี่น้องจะเอาผมกลับบ้านหรือครับ ใจผมก็อยากกลับ รอให้บ้านเมืองดีกว่านี้อีกนิดเดียว อีกไม่นานเกินรอ ผมจะกลับไปอยู่กับพี่น้อง”พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าว
พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวต่อว่า วันนี้มีพี่น้องมาจากหลายพื้นที่หลายจังหวัด แสดงว่าอยากทำบุญร่วมกับตน เพื่อจะได้มีบุญร่วมกัน ให้บ้านเมืองกลับไปสู่ภาวะปกติ ให้ประชาชนกลับไปทำมาหากินได้ตามปกติอีกครั้งหนึ่ง ตนคิดถึงเมืองไทยอยากกลับเต็มทีแล้ว ขอพี่น้องเป็นกำลังใจให้หน่อย ตนไม่รู้สึกหวั่นไหว และขอบคุณพี่น้องที่ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบากใดๆทั้งสิ้น เป็นหนี้เป็นสิน เสียค่าใช้จ่ายมาต่อสู้ ไม่เคยมีครั้งไหนในประวัติศาสตร์ ที่พี่น้องทุ่มเทครั้งนี้ ตนจะไม่ลืมบุญคุณของพี่น้องเด็ดขาด
จากนั้น เมื่อปราศรัยจบ เวลา 11.00 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ขึ้นไปถวายเพลพระสงฆ์ ก่อนที่จะร่วมรับประทานอาหารกับระดับผู้ใหญ่ของทางการสปป.ลาว สส. และแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง







