posttoday
6 จังหวัดอันดามันโกลาหล...ก่อนลอดพ้นสึนามิ

6 จังหวัดอันดามันโกลาหล...ก่อนลอดพ้นสึนามิ

12 เมษายน 2555

เมื่อเวลา 15.00 น. เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 8.9 ริกเตอร์ เหนือของเกาะสุมาตรา ใต้ทะเลนอก จังหวัดอาเจะห์ อินโดนีเซีย แรงสั่นสะเทือนสามารถรับรู้ถึงไทยได้ในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ประชาชนเกิดความแตกตื่นขึ้น โดยเฉพาะใน 6 จังหวัดชายฝั่งอันดามัน ได้แก่ จ.พังงา ภูเก็ต กระบี่ ระนอง สตูล และตรัง

เมื่อเวลา 15.00 น. เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 8.9 ริกเตอร์ เหนือของเกาะสุมาตรา ใต้ทะเลนอก จังหวัดอาเจะห์ อินโดนีเซีย แรงสั่นสะเทือนสามารถรับรู้ถึงไทยได้ในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ประชาชนเกิดความแตกตื่นขึ้น โดยเฉพาะใน 6 จังหวัดชายฝั่งอันดามัน ได้แก่ จ.พังงา ภูเก็ต กระบี่ ระนอง สตูล และตรัง

สำหรับความโกลาหลที่เกิดขึ้น อาทิ ที่บ้านน้ำเค็ม อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ชาวบ้านเกิดความแตกตื่นแห่อพยพหนีตายท่ามกลางเสียงสัญญาณเตือนที่ดังขึ้นติดต่อกันหลายครั้ง ทำให้การจราจรติดขัดในหลายจุด

จ.ภูเก็ต ชาวบ้าน และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติกว่า 1,000 คน ที่กำลังเล่นน้ำอยู่บริเวณหาดป่าตองต่างพากันหนีขึ้นสู่ที่สูง เนื่องจากพบความผิดปกติ ภายหลังน้ำทะเลได้ลดลงอย่างผิดปกติและทะเลค่อนข้างนิ่งกว่าทุกวัน

เช่นเดียวกับ จ.กระบี่ ซึ่งได้มีการประกาศอพยพประชาชน 100% ให้ไปรวมกันที่หน้าศาลากลางจังหวัด ท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย โดยเฉพาะบริเวณชายหาดทั้งหลาย

ด้าน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา แม้จะไม่ได้อยู่ริมทะเล แต่ระหว่างการแถลงข่าวความพร้อมเพื่อเปิดให้บริการโรงแรมลี การ์เดนส์ พลาซ่า อีกครั้งในวันที่ 12 เม.ย.นี้ จากที่ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 31 มี.ค. ได้เกิดเหตุคาร์บอมบ์จนทำให้เกิดความเสียหายและมีผู้เสียชีวิต 3 คน ก็ได้เกิดแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง จนผู้เข้าร่วมงานวิ่งหนีออกจากอาคารอย่างโกลาหลเช่นกัน

ทันทีที่เกิดเหตุมีการประเมินจาก เลิดสิน รักษาสกุลวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อมและธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี (ทธ.) ว่า ภายใน 1 ชั่วโมงครึ่ง มีโอกาสที่สึนามิจะมาถึงประเทศไทย

ระหว่างนั้นทำให้ประชาชนที่ติดตามข่าวสารอยู่ในอาการอกสั่นขวัญผวา ว่าประเทศไทยจะเกิดมหันตภัยใหญ่ขึ้นอีกแล้วหรือ หลายคนได้โทรศัพท์หาญาติพี่น้อง หลายคนยอมยกเลิกการเดินทางไปจังหวัดฝั่งอันดามันกะทันหัน ขณะที่หน่วยงานภาครัฐก็ได้ประกาศเตรียมความพร้อมรับมือคลื่นยักษ์กันจ้าละหวั่น

เป็นเหตุให้ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) สั่งการไปยังทุกจังหวัดแนวชายฝั่งอันดามันให้อพยพประชาชนในทันที ซึ่งในความเป็นจริงบางจังหวัดที่สัญญาณเตือนภัยยังทำงานได้ตามปกติ ก็ได้ประกาศเตือนให้ประชาชนอพยพขึ้นที่สูงไปก่อนหน้านี้แล้ว

ระหว่างนั้น ดำรงค์ พิเดช อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็ได้ตั้งศูนย์ประสานงานเตรียมรับสถานการณ์ภัยสึนามิ เป็นศูนย์เฉพาะกิจเพื่อเฝ้าระวังและติดตามข่าวแจ้งการเตือนภัย รวมทั้งประเมินแต่ละพื้นที่ว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร ก่อนและหลังเกิดเหตุสึนามิ

ขณะเดียวกันทุกอุทยานฯ ทางทะเล ในจังหวัดเสี่ยงภัยทั้งหมดได้สั่งอพยพนักท่องเที่ยวซึ่งมีราว 7,000 คน ในอุทยานแห่งชาติของ 6 จังหวัด ออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยทั้งหมด โดยเบื้องต้นให้อพยพไปอยู่บนภูเขาที่ใกล้ที่สุด พร้อมกับเจ้าหน้าที่อุทยานและประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง โดยเจ้าหน้าที่ได้เตรียมเสบียงสำหรับดำรงชีพเอาไว้ส่วนหนึ่งในการอพยพครั้งนี้ด้วย เพราะก่อนหน้านี้ได้มีการเตรียมการหากจะเกิดคลื่นสึนามิไว้ตลอด

นอกจากนี้ ยังได้สั่งการเรือทุกลำของอุทยานทางทะเลออกจากฝั่งให้หมด รวมทั้งขนครุภัณฑ์จำเป็นที่พอจะเคลื่อนย้ายได้ หลังจากอพยพทุกคนไปที่ปลอดภัยแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเครื่องอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ พร้อมกับสั่งการให้พื้นที่ใกล้เคียงชายฝั่งอันดามัน ได้แก่ จ.นครศรีธรรมราช สงขลา และสุราษฎ์ธานี ได้ตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อเตรียมการรับมือ เพื่อให้พร้อมกับการเข้าไปช่วยเหลือกรณีที่เกิดเหตุสึนามิด้วย

ด้าน เป็นหนึ่ง วานิชชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหว หัวหน้าโครงการลดภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวในประเทศไทย สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (เอไอที) อธิบายถึงสาเหตุการเกิดแผ่นดินไหวว่า เกิดจากแนวรอยต่อระหว่างเปลือกโลกขยับตัว ซึ่งเป็นแนวเดิมกับที่เคยเกิดเมื่อปี 2547 แต่ในครั้งนี้เป็นรอยเลื่อนตามแนวมุดตัวหรือแนวระดับ (StrikeSlip Fault) หรือลอยเลื่อนเหลื่อมข้าง (Transcurrent Fault) ซึ่งแตกต่างกับเมื่อปี 2547 ที่เป็นรอยเลื่อนย้อน (Reverse Fault) หรือรอยเลื่อนย้อนมุมต่ำ (Thrust Fault)

นักวิชาการรายนี้ ยอมรับว่า แผ่นดินไหวในลักษณะนี้เป็นเรื่องใหม่ในแวดวงวิชาการ โดยประเทศไทยยังมีองค์ความรู้เพื่ออธิบายปรากฏการณ์ค่อนข้างจำกัด

ธนวัตร จารุพงศ์สกุล ภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้เคยเกิดแผ่นดินไหวขนาดเพียง 1.5 ริกเตอร์ เหนือเกาะสุมาตรามาแล้ว พลังงานจึงถูกปล่อยไปแล้วส่วนหนึ่ง และบริเวณใกล้เคียงนี้เคยเกิดแผ่นดินไหวแล้วเมื่อปี 2547 ดังนั้นโอกาสเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ๆ ซ้อนๆ กันจึงมีน้อย อย่างไรก็ตาม กลับยังเกิดแผ่นดินไหวความรุนแรงถึง 8.7 ริกเตอร์

“ปรากฏการณ์ท้าทายทฤษฎีมีอยู่เสมอ เช่นครั้งหนึ่งที่ญี่ปุ่น เคยเกิดแผ่นดินไหว 7.3 ริกเตอร์ และต่อมาก็เกิดซ้ำอีก 9 ริกเตอร์ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเฝ้าระวังต่อไปในอีก 12 วัน” อาจารย์ธนวัตร ระบุ

ทั้งนี้ เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในพื้นที่เดิมถือว่าเป็นความผิดปกติอย่างมาก เนื่องจากโดยปกติแล้วแผ่นดินไหวจะเกิดในที่เดิมต้องใช้เวลา 200-600 ปี ในการขยับของจุดโลก และจากความรู้ที่มีอยู่คาดว่าอย่างแย่ที่สุดจะเกิดสึนามิขนาดใหญ่ ดังนั้นประชาชนอย่าตื่นตระหนก และให้ติดตามดูสถานการณ์อีก 12 วัน อย่าไว้วางใจเพราะอาจเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมา

“หากเกิดแผ่นดินไหวอีกครั้งซึ่งถ้าเข้าใกล้เกาะนิโคบาร์ จะยิ่งน่ากลัวอย่างมาก จากการขยับของโลกในจุดเดิม ซึ่งแน่นอนจะเกิดสึนามิขนาดใหญ่” อาจารย์จุฬาฯ ระบุ

อย่างไรก็ตาม แม้สึนามิจะยังไม่เกิดแต่หน่วยงานราชการได้เตรียมความพร้อมรับอย่างเต็มที่ วิทยา บุรณศิริ รมว.สาธารณสุข (สธ.) สั่งการด่วนให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและโรงพยาบาลใน 6 จังหวัดชายฝั่งอันดามัน เตรียมกำลังแพทย์ พยาบาล เวชภัณฑ์ คลังเลือด ห้องผ่าตัด เพื่อรองรับผู้บาดเจ็บ

ขณะที่ นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัด สธ. สั่งการให้สถานพยาบาลทุกระดับจำนวน 40 แห่ง ในพื้นที่ 6 จังหวัดที่อยู่ใกล้ชายทะเล เตรียมอพยพผู้ป่วยไปอยู่ในจุดที่ปลอดภัย

กระทั่งเวลา 20.45 น. รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้ออกแถลงย้ำว่า เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศอินโดนีเซียได้ผ่านพ้นและสงบลงแล้ว ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติจึงขอประกาศยกเลิกการเฝ้าระวังเหตุคลื่นสึนามิ

ขณะเดียวกันศูนย์เฝ้าระวังสึนามิแปซิฟิก ก็ได้ออกประกาศฉบับที่ 5 ลดจำนวนประเทศเตือนภัยสึนามิ รวมทั้งประเทศไทยที่ได้หลุดจากสถานะของกลุ่มประเทศเฝ้าระวังด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท