
ถึงเวลาเปลี่ยนแปลง
บทบรรณาธิการในหนังสือพิมพ์ นิวยอร์ก ไทมส์ ของสหรัฐ แสดงความเห็นต่อศึกชิงตำแหน่งประธานธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ว่า สหรัฐควรเปิดทางให้ผู้สมัครรายอื่นที่ไม่ได้มีสัญชาติอเมริกันเข้านั่งตำแหน่งประธานธนาคารโลกบ้าง เพื่อประโยชน์ของการทำหน้าที่ของธนาคารโลกเอง
บทบรรณาธิการในหนังสือพิมพ์ นิวยอร์ก ไทมส์ ของสหรัฐ แสดงความเห็นต่อศึกชิงตำแหน่งประธานธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ว่า สหรัฐควรเปิดทางให้ผู้สมัครรายอื่นที่ไม่ได้มีสัญชาติอเมริกันเข้านั่งตำแหน่งประธานธนาคารโลกบ้าง เพื่อประโยชน์ของการทำหน้าที่ของธนาคารโลกเอง
รายงานระบุว่า ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่สหรัฐถูกท้าทายอย่างจริงจังในประเด็นดังกล่าว เพราะนับตั้งแต่ธนาคารโลกก่อตั้งขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ตำแหน่งผู้นำธนาคารโลกก็ถูกผูกขาดโดยสหรัฐมาโดยตลอด
ทั้งนี้ ในอดีตนั้นการที่ชาติมหาอำนาจของโลกจะเข้ามานั่งตำแหน่งผู้นำธนาคารโลกนั้นถือว่าไม่ใช่เรื่องที่แปลกเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพิจารณาแหล่งรายได้หลักของธนาคารโลกซึ่งมาจากวอลสตรีตนั่นเอง
ทว่า ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ได้ส่งผลให้ข้ออ้างดังกล่าวเริ่มจะฟังไม่ขึ้นเสียแล้ว
ทั้งนี้ เพราะปัจจุบันชาติที่เคยถูกมองว่าด้อยหรือกำลังพัฒนานั้นเผชิญกับการเติบโตแบบก้าวกระโดด และมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก
ดังนั้น ก็สมควรที่จะได้มีบทบาทและมีสิทธิมีเสียงมากขึ้นในองค์กรระดับโลกเช่นนี้
ขณะเดียวกัน การผูกขาดตำแหน่งดังกล่าวของสหรัฐก็กำลังฉุดรั้งธนาคารโลกจากการบรรลุเป้าหมายที่แท้จริง ซึ่งก็คือการบรรเทาความยากจนในโลก
เพราะการมีผู้นำเป็นชาวอเมริกันมาโดยตลอดนั้น ก็เท่ากับว่าระบบการทำงานต่างๆ ก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ขณะที่โลกได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนที่กว้างมากขึ้น หรือปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมโลก
ดังนั้น แม้ตัวแทนจากสหรัฐอย่าง ดร.จิมยองคิม จะมีคุณสมบัติที่เหมาะสม ทว่า สหรัฐก็ไม่ควรทิ้งโอกาสอันดีที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับโลกครั้งสำคัญเช่นนี้







