
ต้องประหยัดทุกวัน
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานจัดกิจกรรมรณรงค์ “10 เมษา ปฏิบัติการช่วยชาติ งดใช้พลังงาน 1 ชั่วโมง” เวลา 13.00-14.00 น. ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ทั่วประเทศ ปิดไฟที่ไม่ได้ใช้และปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศไปที่ 26 องศาเซลเซียส
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานจัดกิจกรรมรณรงค์ “10 เมษา ปฏิบัติการช่วยชาติ งดใช้พลังงาน 1 ชั่วโมง” เวลา 13.00-14.00 น. ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ทั่วประเทศ ปิดไฟที่ไม่ได้ใช้และปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศไปที่ 26 องศาเซลเซียส
นอกจากนี้ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสภาหอการค้าไทย ได้ขอความร่วมมือภาคเอกชนลดการใช้ไฟฟ้าลง 20% ในช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดเป็นเวลา 2 ชั่วโมง ระหว่างเวลา 13.30-15.30 น. ในช่วงวันที่ 9-11 และวันที่ 17 เม.ย. ตั้งเป้าหมายลดการใช้ไฟฟ้าให้ได้จำนวน 1,000 เมกะวัตต์ต่อวัน
โครงการเหล่านี้นับเป็นเรื่องที่ดี แต่ยังไม่เพียงพอ ต้องสร้างจิตสำนึกและนิสัยการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า
ประเทศไทยจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับเรื่องการประหยัดพลังงาน และถือเป็นวาระเร่งด่วนแห่งชาติอย่างจริงจังเสียที ไม่ใช่นับหนึ่งทุกครั้งเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ที่ผ่านมาไม่ว่าแกนนำรัฐบาลจะชื่ออะไร ก็มักจะมีโครงการรณรงค์ประหยัดพลังงาน และเริ่มต้นด้วยการขอเชิญชวนคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถอดสูทนั่งประชุม
รัฐบาลเพื่อไทย โดย “อารักษ์ ชลธาร์นนท์” รมว.พลังงาน ก็เพิ่งเชิญชวน ครม.ทุกคนร่วมกันถอดสูทนั่งประชุม แต่ทำไมยังคงเห็นท่านผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลายใส่สูทเข้าทำเนียบเหมือนที่ผ่านมา
นอกจากนี้ หน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการรณรงค์ อาทิ กระทรวงพลังงาน ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มอบหลอดผอมเบอร์ 5 ให้กับหน่วยงานต่างๆ ทั่วประเทศ จะต้องติดตามผลงานว่ามีการนำไปเปลี่ยนหลอดปกติหรือไม่ รวมถึงการออกสินค้าฉลากเบอร์ 5 หลายผลิตภัณฑ์ ทั้งหม้อหุงข้าว เครื่องปรับอากาศและพัดลม ได้รับความสนใจจากประชาชนมากน้อยแค่ไหน
ส่วนการให้บริการต่างๆ ทั้งของหน่วยงานรัฐ และเอกชน ก็ต้องมีการทบทวนเวลาเปิด-ปิด ว่าเหมาะสมและมีความจำเป็นหรือไม่ เช่น ห้องสมุด ไม่ใช่สั่งให้ขยายเวลาเปิดไปจนถึงเวลา 24.00 น. ดึกขนาดนั้นจะมีผู้ใช้บริการสักกี่คน และควรคำนึงถึงความปลอดภัยในการเดินทางกลับที่พักอาศัยของเจ้าหน้าที่ด้วย
ภาครัฐอย่าปล่อยเรื่องประหยัดพลังงานให้ลอยตามลมไปเรื่อยๆ แต่ที่สำคัญนโยบายที่ประกาศไว้จะสามารถบรรลุเป้าหมายได้ ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกัน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ เอกชน รวมถึงคนรวยหรือคนจน
เลิกเสียทีพฤติกรรมชอบขับรถแรงๆ เผาน้ำมันทิ้งสูญเปล่าไปวันๆ อย่าอ้างเหตุผลว่ามีเงินแล้วจะทำอะไรได้ตามอำเภอใจ ประเทศชาติสูญเสียเงินตราต่างประเทศไปซื้อพลังงานจากต่างประเทศ ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ควรลดปัญหาภาวะโลกร้อนอย่างยั่งยืน
ถึงเวลาแล้ว คนไทยทุกคนควรต้องช่วยกันประหยัดพลังงาน ควรลดการใช้ลงทุกวัน อย่ามัวรอให้ประเทศชาติเผชิญภาวะขาดแคลนก่อนแล้วถึงจะปรับตัว ถึงตอนนั้นจะเดือดร้อนกันถ้วนหน้า







