
ซัดเนวินใช้เรือนร่างหญิงเป็นจุดขายสงกรานต์
องค์กรสตรี จวกสงกรานต์บุรีรัมย์ ใช้เรือนร่างเพศแม่เป็นจุดขาย เน้นเซ็กซี่หวือหวา หวั่นสร้างค่านิยมผิดๆให้เยาวชน
องค์กรสตรี จวกสงกรานต์บุรีรัมย์ ใช้เรือนร่างเพศแม่เป็นจุดขาย เน้นเซ็กซี่หวือหวา หวั่นสร้างค่านิยมผิดๆให้เยาวชน
วันนี้ (11 เม.ย.55) นายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เตรียมเดินหน้าจัดงานสงกรานต์บุรีรัมย์ โดยมีวงดนตรีที่นำเหล่านางเอกเอวี ประเทศญี่ปุ่น มาแสดงและรวมตัวกันเล่นสงกรานต์เพื่อเป็นจุดขายว่า การจัดงานของแบบนี้เป็นการตลาดที่เอาเนื้อตัวร่างกายของผู้หญิงเข้ามาสร้างความหวือหวา เพื่อกระตุ้นให้คนอยากไปร่วมงาน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ชาย ซึ่งตนรู้สึกว่าการกระทำลักษณะนี้ไม่ให้เกียรติผู้หญิง แทนที่จะโชว์วัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามและทรงคุณค่าของชาวบุรีรัมย์ ปลูกฝังค่านิยมที่ถูกต้องต่อคนรุ่นหลัง กลับเอาความเซ็กซี่ของผู้หญิง มาเป็นจุดขาย ซึ่งตนและองค์กรผู้หญิงไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะจะนำมาสู่การยั่วยุ ทำให้ปัญหาบานปลาย และสำคัญที่สุดคือการทำให้เด็กและเยาวชนไทยยอมรับและมองว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องทำได้ เท่าที่รู้มางานนี้มีบริษัทน้ำเมายักษ์ใหญ่เป็นสปอนเซอร์ จึงเป็นไปไม่ได้ที่งานครั้งนี้จะปลอดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จึงไม่มีทางที่จะปลอดจากการเมา ทะเลาะวิวาท ไม่มีพฤติกรรมที่ลามกอนาจารเกิดขึ้น และหากเกิดกรณีดังกล่าวขึ้นนายเนวิน จะรับผิดชอบต่อเรื่องนี้อย่างไร
“ต่อไปผู้ที่เกี่ยวข้องคงต้องพิจารณาให้มากกว่านี้หากจะมีการจัดกิจกรรมที่ใช้ผู้หญิงเป็นตัวกระตุ้นยอดขาย เพราะต้องคุ้มครองพิทักษ์สิทธิสตรีด้วย และสิ่งที่จะเตือนและหาแนวทางแก้ไขอย่างมากในช่วงสงกรานต์คือ 1.ผู้จัดงานไม่ควร ใช้เนื้อตัวร่างกายของผู้หญิงมาเป็นจุดขาย แม้ผู้หญิงจะเต็มใจ เพราะถือเป็นการละเมิดสิทธิ รวมทั้งบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มักโหมทำการตลาดเน้นความเซ็กซี่ช่วงสงกรานต์ 2.ผู้ชายที่มาเที่ยว ไม่ควรใช้โอกาสนี้ละเมิดเนื้อตัวร่างกายของผู้หญิง ควรให้เกียรติซึ่งกันและกัน เพราะอาจนำมาสู่การทะเลาะวิวาทฟ้องร้องได้ 3.ผู้จัดงานในแต่ละพื้นที่ควรมีแนวทางการป้องกันให้กับผู้หญิงเพื่อไม่ให้ถูกล่วงละเมิดทางเพศ เช่น มีพื้นที่ปลอดภัยสำหรับผู้หญิงและเด็ก และข้อที่สำคัญและอยากกระตุ้นผู้หญิง คือ 4. หากผู้หญิงที่ออกไปเที่ยวสงกรานต์ถูกลวนลามละเมิดทางเพศ ควรออกมาปกป้องสิทธิของตนเองไม่ต้องอาย โดยแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และแจ้งศูนย์ประชาบดี 1300 ทั้งนี้ ขอให้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) ออกมารณรงค์และให้ข้อมูลกับผู้หญิงในเรื่องนี้ด้วย” นายจะเด็จ กล่าว
นายจะเด็จ กล่าวด้วยว่า เป็นส่วนน้อยที่หน่วยงานต่างๆจะให้ความสำคัญออกมารณรงค์เพื่อปกป้องผู้หญิงไม่ให้เกิดปัญหาอนาจารคุกคามทางเพศในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งหากดูข้อมูลย้อนหลังของกระทรวงสาธารณสุข เกี่ยวกับสถานการณ์ที่ผู้หญิงถูกล่วงละเมิดทางเพศ ปี 2547 ทั่วประเทศมีมากกว่า 5 แสนราย ส่วนผู้ชายที่ล่วงละเมิดทางเพศ ส่วนใหญ่เมาควบคุมสติไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีผลโพลล์มากกว่า 30 % ขึ้นไปที่สะท้อนว่าผู้หญิงไม่ต้องการเที่ยวสงกรานต์ที่มีความรุนแรง มีการลวนลาม อนาจาร อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ายังมีผู้หญิงจำนวนไม่น้อยที่จะต้องตกเป็นเหยื่อ เพียงเพราะอาการเมาสุราและผู้ชายหลายคนยังคิดว่าตัวเองเหนือกว่า จึงนำมาเป็นเงื่อนไขล่วงละเมิด และหลายรายก็เลือกที่จะไม่เอาผิด







