posttoday
ความท้าทายของสถาที่ปรึกษา

ความท้าทายของสถาที่ปรึกษา

11 เมษายน 2555

สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รัฐธรรมนูญ ปี 2550 ระบุในมาตรา 258 มีหน้าที่ให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรี

โดย...วรรณธรรม กาญจนสุวรรณ

สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รัฐธรรมนูญ ปี 2550 ระบุในมาตรา 258 มีหน้าที่ให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ฯลฯ ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา คนไทยคงได้รู้จักไม่มากก็น้อย ในนาม ของ “สป.” ที่มีโครงข่ายเชื่อมโยงไปในทุกภาคส่วนและทุกพื้นที่

บทความนี้มีความน่าสนใจคือ หนึ่ง อะไรคือปัจจัยแห่งความสำเร็จของการให้คำปรึกษาและข้อเสนอต่อ ครม. สอง แนวทางการดำเนินการของสภาที่ปรึกษาฯ และ สาม ความท้าทายของการมีสภาที่ปรึกษาฯ ในอนาคต

10 ปีที่ผ่านมา ผลการวิจัยปี 2545 ของผมพบว่า สภาที่ปรึกษาฯ ควรจะเป็นองค์กรแห่งศรัทธามหาชน โดยเฉพาะการสร้างผลงานร่วมกับภาคประชาชนอย่างต่อเนื่องและเป็นที่ประจักษ์ เน้นกระบวนการทำงานในเชิงรุก บนพื้นฐานผลประโยชน์ของชาติ และเป็นองค์กรที่ลดความขัดแย้งในสังคม เฝ้ารอว่าวันใดวันหนึ่งไม่ไกลนี้น่าจะเป็นองค์กรเจ้าภาพเรื่องปรองดองแห่งชาติ อันเป็นปัญหาสำคัญอยู่ในขณะนี้

การให้คำปรึกษานั้น จะต้องมาจากฐานความรู้ในสภาพข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในสังคม และมีความสามารถในการคาดการณ์ในสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ดังนั้นจำเป็นต้องเป็นการให้คำปรึกษาที่มีการวิเคราะห์ มีเหตุผลเชิงคุณภาพ

นอกจากนี้ พบว่า ปัจจัยแห่งความสำเร็จของการให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะต่อ ครม.นั้น ได้แก่ ปัจจัยภายใน ประกอบด้วย กระบวนการต้นน้ำ คือ ข้อเท็จจริงที่สะท้อนปัญหาจากประชาสู่รัฐมีความน่าเชื่อถือ ความแม่นยำ

ที่สำคัญคือ กระบวนการวิเคราะห์ของสมาชิก สป.ที่มีคุณภาพ ว่าอะไรเป็นปัญหาเร่งด่วนที่แท้จริงของชาติ อยู่ระดับใด? จุดอ่อนที่พบคือ บางเรื่องเป็นเพียงความสนใจของสมาชิกสภาที่ปรึกษาฯหาใช่ความต้องการของประชาชนที่แท้จริง

กระบวนการให้คำปรึกษาที่ผ่านมา ใช้ในลักษณะแบบไปรษณีย์ กล่าวคือ สภาที่ปรึกษาฯส่งต่อไปที่ ครม. โดยผ่านเลขาธิการ ครม.ในรูปแบบเอกสาร รายงานแต่ละเรื่องบางครั้งอาจไม่ทันการ หรือไม่อาจทำให้อยู่ในความสนใจของประชาชน ทำให้สังคมไม่เข้าใจบทบาทของการให้คำปรึกษาแก่ ครม. จำเป็นต้องยกระดับการให้คำปรึกษาขึ้นมาให้มีคุณค่า

ประการที่สอง แนวทางการดำเนินการของสภาที่ปรึกษาฯ ต้องยอมรับว่า สังคมไทยใช้ประโยชน์จากสภาแห่งนี้ได้น้อย โดยเฉพาะรัฐบาลทำเป็นสนใจบ้างไม่สนใจบ้าง ความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้คือ สภาที่ปรึกษาฯ ในอีกมิติหนึ่งคือการเมืองภาคประชาสังคมที่มีตัวตนชัดเจนที่สุด สมาชิก 99 คน ล้วนแต่มีที่มาจากกลุ่มผลประโยชน์สนับสนุนทั้งสิ้น

การมีโครงข่ายที่ชัดเจนอยู่แล้ว หากหยิบขึ้นมาใช้เพื่อการประชาพิจารณ์นี้ จะทำให้ประเทศไทยเปลี่ยนไป การมีส่วนร่วมของประชาชนจะมีระเบียบมากขึ้นและเป็นแหล่งข้อมูล ข้อเท็จจริงที่ดีที่สุดที่มาจากกลุ่มองค์กรต่างๆ ทั้งนี้หากรัฐบาลใช้บริการนี้จากสภาที่ปรึกษาฯ จะประหยัดงบประมาณที่ให้แต่ละหน่วยงานไปทำกันเองแบบตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ เพราะทุกวันนี้แต่ละหน่วยงานมักอ้างการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนที่ต่างก็ทำกันมา หลักการประชาพิจารณ์นั้นต้องมีผู้จัดการที่มีความเห็นเป็นกลาง ให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายมีโอกาสชี้แจงเท่าเทียมกันและมีศักยภาพในการรวบรวมข้อเท็จจริง

ประการสุดท้าย ความท้าทายของการมีสภาที่ปรึกษาฯ ในอนาคต อันเนื่องจากหลักการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนได้ขยายตัวไปในแนวคิดในรัฐธรรมนูญ ทำให้เกิดองค์กรแนวเดียวกัน ไม่ว่าสภาองค์กรชุมชนท้องถิ่น สภาพัฒนาการเมือง หรือองค์กรอิสระต่างๆ ทำให้งานเกิดความซ้ำซ้อนกัน โดยเฉพาะกลุ่มพลังมวลชนต่างๆ ที่เข้ามาในเวทีของแต่ละองค์กรนั้น บางครั้งก็ได้ข้อสรุปเรื่องเดียวกัน เสียทั้งเวลาและงบประมาณ จำเป็นต้องคิดทบทวนกระบวนการจัดการใหม่ว่า จะทำอย่างไรที่กลุ่มเป้าหมายเดียวกัน โดยเฉพาะการเน้นเครือข่ายเชิงพื้นที่ ไม่เป็นภาระของใครคนใดคนหนึ่งมากเกินไป สภาที่ปรึกษาฯ เป็นรุ่นพี่ ควรจัดระบบการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างองค์กร และอาจมีการจัดเป็นเจ้าภาพร่วมกันในโอกาสสำคัญๆ อาทิ “การปรองดองเพื่อชาติ” ดูแล้วเป็นกลางดี เกี่ยวเนื่องกับภาคประชาชนโดยตรง ความท้าทายนี้ไม่เพียงแต่ทำให้เกิดการยกระดับความเป็นสภาที่ปรึกษาฯ หากแต่ทำให้เกิดการจัดระเบียบสังคมใหม่ที่ทำให้เกิดนิติรัฐ ว่าด้วยสภาที่ปรึกษาฯ เป็นองค์กรที่มีกระบวนการทำงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ ยกระดับการเป็นที่ปรึกษา นอกจากนี้เพื่อเตรียมการรองรับการเข้าสู่เวทีอาเซียน ด้วยการมีสถานีโทรทัศน์และวิทยุช่องสภาที่ปรึกษาฯ (NESAC CH) ที่เป็นช่องแห่งการสะท้อนปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากรากหญ้าสู่รัฐ เร่งเร้าให้เกิดกระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชนในวงกว้าง รวดเร็ว ไร้พรมแดน

โดยสรุป สภาที่ปรึกษาฯ หรือสภากระจก ได้เกิดขึ้นแล้ว ใช้คุ้มค่าแล้วหรือยัง การให้คำปรึกษาเป็นเรื่องใหญ่ สำคัญกับบ้านเมือง หากแต่องค์กรต้องมีศักยภาพทำให้ผู้รับคำปรึกษาฯ น้อมรับให้ได้ เอาคำปรึกษาไปปฏิบัติ ลดช่องว่างของปัญหาต่างๆ ได้อย่างแท้จริง ปัญหาต่างๆ ไม่มีวันหมดฉันใดการให้คำปรึกษาของสภาที่ปรึกษาฯ ย่อมมีความสำคัญทุกครั้ง ทุกสมัย ในเบื้องต้น...ในท่ามกลาง...และในที่สุด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท