
เฉลิมสั่งบูรณาการข่าวสตช.แนวใหม่
เฉลิมโวพรุ่งนี้บูรณาการการข่าวที่สตช.เเนวใหม่ อ้างตำรวจล้าเหมือนคนเล่นหมากรุกที่มองตัวเองไม่ออก เตรียมเชิญนายตำรวจหลายคนมาร่วมวางเเนวเเก้ไข
เฉลิมโวพรุ่งนี้บูรณาการการข่าวที่สตช.เเนวใหม่ อ้างตำรวจล้าเหมือนคนเล่นหมากรุกที่มองตัวเองไม่ออก เตรียมเชิญนายตำรวจหลายคนมาร่วมวางเเนวเเก้ไข
เวลา12.00น.ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวก่อนเข้าประชุมครม.กรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ระบุว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เจรจาและถ่ายภาพกับแกนนำกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า วันนั้นพรรคประชาธิปัตย์โชว์ภาพพ.ต.ท.ทักษิณ กอดกับแกนนำกลุ่มพูโลกลมกิ๊ก ตนบอกว่าไม่มีก็ไม่เชื่อ และบอกว่าตนปกป้อง แล้วในจริงหรือไม่ หากเป็นเรื่องจริงฝ่ายค้านก็นำออกมาสิ ตัวเองเวลาเป็นรัฐบาลกลับค่อยไม่ทำอะไรและกล่าวหาว่าตนไม่ดูแลเว็บไซต์หมิ่นสถาบัน ตนทำดีที่สุดและดีกว่าสมัยพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ เพียงแต่ตนไม่แถลงข่าว ตนไปประชุมด้านการข่าวด้วยทุกเดือนและผลดำเนินการดีมาก
รองนายกฯกล่าวว่า ส่วนการแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ตนรับผิดชอบด้านการข่าวก็มีวิธีใหม่ วันที่11เมย.ตนจะเรียกประชุมที่สตช.ชั้นที่ยี่สิบ โดใช้ศูนย์ปฏิบัติการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ โดยตนจะเป็นผู้ดูแลเพราะประชุมหน่วยข่าวทกสัปดาห์อยู่แล้ว และแทนที่จะประชุมหน่วยข่าวแบบธรรมดา ก็มาประชุมที่นี่ เพื่อเป็มนกองบัญชาการส่วนหลัง โดยนำหน่วยข่าวทั้งหมดมาประชุมและเสนอด้านการข่าวเพื่อแก้ปัญหา เพื่อคุยกับผบภ.9 ผบก.ห้าจังหวัดชายแดนภาคใต้ และผกก.ทุกสภ.แลกเปลี่ยนข่าวสาร
“วันที่21มีค.ที่ผ่านมาพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว รักษาการเลขาธิการปปส.และเคยทำงานในพื้นที่นี้มาแจ้งเตือนปปส.มาแล้วว่าจะมีคาร์บอมบ์ในพื้นที่ แต่ปปส.ไม่ได้เชื่อมกับตำรวจส่วนอื่นจึงเกิดเหตุ ฉะนั้นตนจึงบูรณาการการข่าวกับตำรวจเท่านั้น โดยเชิญกรมประมวลช่าวกรอง สำนักข่าวกรองแห่งชาติและสมช.มาร่วมประชุมกัน เพื่อกำหนดว่าควรมีเบอร์โทรศัพท์แลกเปลี่ยนกัน และหากพื้นที่ใดทราบความเคลื่อนไหวของฝ่ายต่างๆต้องแจ้งเตือน ตนสบายใจไปแล้วว่าวันอีสเตอร์ของอิสราเอล ที่ผ่านมาไม่มีเหตุ และตนยังคุมเข้มต่อไปในช่วงสงกรานต์ ส่วนการจัดการของหน่วยงานอื่นๆนั้นตนไม่เกี่ยวข้อง เหมือนว่าตำรวจในภาคใต้วันนี้เล่นหมากรุกแต่มองกระดานไม่ออกแต่ตนอยู่ข้างนอกกระดานจึงมองเห็น ตนจึงสั่งไปว่ารถยนต์และจักรยานยนต์ที่สูญหายไปกี่คัน ในพื้นที่ใดนั้นควรไปตรวจสอบและไล่บี้ แจ้งเตือนประชาชนให้รับทราบ การตั้งด่านตรวจสอบแบบคึกคักวันนี้เพราะตนสั่งการและตำรวจตั้งใจทำงาน ตนพูดแค่ส่วนของตำรวจเท่านั้น หน่วยงานอื่นตนไม่เกี่ยว”รองนายกฯกล่าว
เมื่อถามว่า ในภาพรวมด้านเจรจากับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบนั้นมีประโยชน์หรือจะทำให้ปัญหาบานปลาย รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่แสดงความเห็นเพราะตนไม่ได้รับผิดชอบโดยตรง วันใดที่นส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯมอบหมายหน้าที่นี้เมื่อใด ตนจะแสดงความเห็น
เมื่อถามว่าด้านการข่าวนั้นมีข้อมูลว่ามีการนำสารตั้งต้นของระเบิดมาลงในพื้นที่ โดยมีการพัฒนามาเรื่อยๆ รองนายกฯกล่าวว่า การเกิดเหตุระเบิดที่อ.หาดใหญ่จ.สงขลานั้น คนร้ายนำรถคันดังกล่าวมาจากจ.ปัตตานีแต่ตำรวจตรวจสอบเพียงกระโปงหลังไม่ได้ตรวจสอบในรถเพราะคนร้ายนำระเบิดไว้ในเบาะหลังรถและไมม่ตรวจสอบในรถฉะนั้น ตนพัฒนาใหม่หมดคือเปิดค้นทุกประตู หากต้องสงสัยเชิญคนขับรถลง หากไม่ลงก็นั่งคู่กัน เพราะคนร้ายพัฒนาไปเยอะแต่ตำรวจวันนี้ฟิตแล้วเพราะเริ่มได้เเนวคิดใหม่ๆ เมื่อถามว่าตำรวจในพื้นที่มีหนอนบ่อนไส้หรือไม่ และเป็นการลงมือของกลุ่มผลประโยชน์ในพื้นที่หรือไม่ รองนายกฯกล่าวว่าไม่มี มันเป็นความคิดของกลุ่มแบ่งแยกดินแดนเป็นส่วนใหญ่ ที่กำลังแย่งการนำ ส่วนกลุ่มผลประโยชน์ที่ลงมือนั้นอาจมีบ้างแต่ไม่มาก
เมื่อถามว่านักการเมืองในพื้นที่ไม่ทำประโยชน์ให้ประชาชนบ้าง กล่าวว่าเมื่อตั้งบก.ส่วนหลังเรียบร้อยจะเชิญส.ส.ในพื้นที่มาร่วมประชุมด้วยเพราะส.ส.รู้ดีกว่าตน เช่นนายถาวร เสนเนียม ส.สสงขลาและนายสุรเชษฐ์ แวแอแซ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ก็คุ้นเคยกับตน โดยจะเชิญมาในรอบหน้า และคงให้ความร่วมมือเพราะส.ส.เป็นเจ้าของพื้นที่ ส.ส.ไม่อยากให้บ้านเมืองสงบหรือ นายถาวรกับตนนั้นรักกันจะตายไป และในใจของตนนั้นหากตนลงพื้นที่ เจ้าหน้าที่กว่าห้าร้อยนายมาดูแลตน ตั้งแต่รถนำขบวน รถติดตาม รถประกอบข้าง การตัดสัญญาณ
“นายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกานั่งอยู่ที่เพนตากอนยังสั่งถล่มนายโอซามา บิน ลาเดนที่ปากีสถานแหลกคามือเลย แล้วทำไมตนต้องลงไปเอง”รองนายกฯกล่าว
เมื่อถามว่าอดีตนักการเมืองในพื้นที่ค้ายาเสพติด รองนายกฯกล่าวว่าอะไรที่กระทบใจกันนั้นตนขอไม่พูด เพราะพูดไปจะทะเลาะกัน และไม่มีหลักฐาน หากมีหลักฐานก็จับ เมื่อถามว่า นายสะแปอิง บาซอ ยังเป็นแกนนำผู้ก่อการร้ายในพื้นที่หรือไม่และมองไปหรือไม่ว่าใครเป็นแกนนำลงมือ รองนายกฯกล่าวว่า หน่วยข่าวต้องรู้และมีรายชื่อหมดแล้ว แต่ตนไม่ขอพูดเราะเร็วเกินไป เดี๋ยวนสพ.ระบุว่าตนรู้ทุกเรื่อง จากนี้ไปตนจะนำนายตำรวจหลายคนเช่น พล.ต.อ .อดุลย์ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา พล.ต.ท.สมพงษ์ คงเพชรศักดิ์ พล.ต.ต.คำนวณวิทย์ ธูปกระจ่าง โดยนายตำรวจเหล่านี้เคยอยู่ในพื้นที่ ต้องมาถ่ายทอดกรรมวิธีให้ตำรวจรู้ และหน่วยข่าวอื่นๆต้องบอกพื้นที่เพื่อให้ทำงานได้ ที่ผ่านมามันไม่บูรณาการกัน เรื่องนี้ตนไม่ลงลึกในรายละเอียด แต่กำลังศึกษาเพราะนายกฯมอบให้ตนรับผิดชอบการข่าวบูรณาการร่วมกับตำรวจในพื้นที่ ไม่อย่างนั้นตำรวจจะรู้แต่ข่าวในพื้นที่และลำบากด้านวงนอก รวมทั้งอยู่ไปนานๆจะเครียด เหมือนคนเล่นหมากรุกที่ไม่รู้ข้อบกพร่องตัวเอง แต่กำลังหลักนั้นเป็นเรื่องของกองทัพที่ตนไม่เกี่ยวข้อง







