posttoday
ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป

ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป

10 เมษายน 2555

ผมรู้สึกว่าคำทำนายวันสงกรานต์ 2555 ค่อนข้างจะน่ากลัว เพราะขนาดยังไม่ถึงวันมหาสงกรานต์

โดย...สมชาย สกุลสุรรัตน์

ผมรู้สึกว่าคำทำนายวันสงกรานต์ 2555 ค่อนข้างจะน่ากลัว เพราะขนาดยังไม่ถึงวันมหาสงกรานต์ ยังเกิดเหตุการณ์หลายอย่างที่ตรงกับคำทำนาย ไหนๆ เขียนถึงเรื่องสงกรานต์แล้ว ขอเก็บตำนานเรื่องพระพรหมมาเล่าแก้เซ็ง

พระพรหมองค์ที่ผมกำลังพูดถึงนี้ เป็นพระพรหมองค์ที่เป็น 1 ใน 3 มหาเทพสูงสุดของฮินดู หรือที่เราเรียกว่า ศาสนาพราหมณ์

พระพรหมองค์นี้เป็นเทพเจ้าใจดี มีเมตตามาก ใครสวดมนต์ภาวนาขอพรจากท่าน (โอม พรหมะ เทวา นะมะธะ) ท่านก็ทรงให้ง่ายกว่ามหาเทพองค์อื่น และไม่ปรากฏว่าท่านเคยใช้อำนาจรบราฆ่าฟันกับใครเหมือนพระวิษณุหรือพระศิวะ คือท่านเป็นผู้เป็นกลางที่มีบารมีจริงๆ เข้าสเปกผู้ที่สามารถสร้างความปรองดองของ ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี ที่อภิปรายเรื่องการปรองดองในสภาไทย น่าจะอัญเชิญท่านลงมาทำหน้าที่นี้อย่างยิ่ง รับรองว่า สำเร็จแน่นอน

ความที่ท่านทรงใจดี บรรดายักษ์และอสูรทั้งหลายจึงนิยมบำเพ็ญภาวนาขอพรจากท่านให้มีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ ปราบได้ทั้งสามโลก คือ ทั้งโลกสวรรค์ โลกมนุษย์ และโลกบาดาล

ตำนานกล่าวว่า มีอสูรตนหนึ่ง ชื่อ (Mahishasura) หรือผมเดาว่าน่าจะชื่อ มหิงสาสูร หรืออะไรทำนองนั้นในภาษาไทย เพราะอสูรตนนี้มีพ่อเป็นยักษ์ แต่มีแม่เป็นมหิงส์ หรือควาย และมีเขาที่หัวเวลาแปลงร่างเป็นมนุษย์

ที่ต้องวงเล็บภาษาอังกฤษเอาไว้ เพราะยังไม่ได้ค้นคว้าชื่อที่ถูกต้องตามรากศัพท์ ใครอยากทราบลองติดต่ออาจารย์ลิขิต ธีรเวคิน ดู เพราะเป็นพหูสูตทุกเรื่อง

มหิงสาสูรที่ว่านี้ อยากครองสวรรค์และโลก เพราะเบื่อที่จะเป็นแค่จอมเผด็จการแห่งเมืองบาดาลที่มืดมิดอยู่ใต้ดิน

สมัยนั้นวิธีขยายอำนาจสร้างอาณานิคมไม่ได้ทำด้วยการส่งโค้กหรือแฮมเบอร์เกอร์เข้าไปขาย หรือเข้าไปซื้อกิจการหรือทรัพย์สินในประเทศอื่น แต่ต้องส่งกองทัพไปรุกราน มีแม่ทัพเป็นผู้นำ ไม่ได้อยู่ข้างหลังเหมือนสมัยนี้

ดังนั้น มหิงสาสูร จึงจำเป็นต้องเสริมสร้างพลานุภาพให้ตัวเอง ด้วยวิธีการปกติที่ยักษ์สมัยนั้นใช้กัน คือ การทรมานตัวเอง บำเพ็ญเพียรภาวนาอย่างหนัก เพื่อขอพรจากพระพรหมให้ตัวเองเป็นอมตะ แต่ได้รับการปฏิเสธจากพระพรหม เพราะความตายเป็นกฎแห่งธรรม ไม่มีใครหลีกเลี่ยงหรือทำให้เป็นอย่างอื่นได้

ความจริงข้อนี้น่าสนใจ ใครที่ดิ้นรนไม่รู้จบ กระวนกระวายอยากได้นั่นได้นี่ อยากเป็นนั่นเป็นนี่ อยากเป็นอธิบดี เป็นรัฐมนตรี หรือนายกรัฐมนตรี น่าจะพึงสังวรไว้บ้าง ขนาดพระพรหมยังไม่อาจให้พรให้ใครไม่ตายได้

แต่ด้วยความมีเมตตา ท่านจึงเปิดโอกาสให้มหิงสาสูรขอพรใหม่ ซึ่งถ้าเป็นผมคงขอพรให้มีอายุยืนแค่หมื่นปีเท่าฮ่องเต้จีนก็เหลือพอแล้ว แต่ด้วยความอหังการ มหิงสาสูร ขอพรอย่าให้ตัวเองรู้จักพ่ายแพ้ด้วยน้ำมือมนุษย์เพศชายและเหล่าเทวดาทั้งหลาย แกคงดูหมิ่นผู้หญิงและนางฟ้าเป็นเพศอ่อนแอ เหมาะแก่การเดินแคตวอล์กบนเวทีเท่านั้น

ที่แกขอพรอย่างนั้น เพราะแกเกิดก่อนผู้หญิงอย่างพระนางอลิซาเบธที่ 1 พระนางวิกตอเรีย พระนางบูเช็คเทียน หรือพระนางซูสีไทเฮา ไม่อย่างนั้นแกคงไม่ขอพรอย่างนั้นแน่

เมื่อแกขอพรว่า ให้มีสิทธิตายด้วยมือผู้หญิงเท่านั้น พระพรหมท่านก็ประทานพรให้ตามขอ

พอแกได้พรแล้ว แกก็ยกทัพไปรบกับพระอินทร์จนชนะได้ครองเมืองสวรรค์ หลังจากนั้นก็เข้ายึดครองโลกมนุษย์ ซึ่งน่าจะง่ายกว่า เพราะตอนนั้นยังไม่มีรถถัง ปืนใหญ่ หรือเรือบรรทุกเครื่องบิน ไม่มีทหารหญิงถือเอ็ม 16 ไว้ต่อสู้กับแก ส่วนนางฟ้าคงไม่สะดวกที่จะออกรบ เพราะส่วนใหญ่แต่งองค์ทรงเครื่องชุดเปลือยอก ไม่แต่งกายสวยสมาร์ตเหมือนคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเมืองไทยตอนนี้

ทีนี้ก็เดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า เพราะเมื่อสวรรค์ถูกยึดครอง พระอินทร์และเทวดาทั้งหลายต่างก็กลายเป็นเทวดาไม่มีศาล เพราะตอนนั้น อัมรินทร์ พลาซ่า ยังไม่ได้สร้าง พระอินทร์กับพวกจึงวิ่งหาพระฤาษีของพวกเทวดา หรือเทวะฤาษีชื่อ นารัด เพื่อปรึกษาว่าจะปรองดองกับพวกอสูรได้อย่างไร

พระฤาษีนารัดจึงพาพวกเทวดาไปเข้าเฝ้าพระพรหมให้ช่วยแก้ไขปัญหาในฐานะที่ให้พรแก่อสูรส่งเดช ทั้งพระพรหม พระวิษณุ และพระศิวะ ต่างไม่สามารถช่วยเหลือพวกเทวดากำจัดอสูรได้ ส่วนพวกเทวดายิ่งทำอะไรไม่ได้ เพราะไม่ค่อยช่วยตัวเอง ถนัดแต่ให้คนอื่นช่วย

เผอิญคงมีนักกฎหมายสักคนหนึ่งศึกษาพรของพระพรหมแล้ว คงหาจุดโหว่ได้เหมือนนักกฎหมายของไทยสมัยนี้ เลยตีความว่าเมื่อพรพระพรหมมีสาระให้อสูรไม่พ่ายแพ้มนุษย์เพศชายและเทวดาฝ่ายชาย ย่อมหมายความว่า มหิงสาสูรย่อมพ่ายแพ้และตายด้วยน้ำมือของมนุษย์เพศหญิงและเทวดาฝ่ายหญิงได้

เมื่อหาช่องโหว่ของกฎหมายได้แล้ว ตรีเทพทั้งสาม คือ พระพรหม พระวิษณุ และพระศิวะ จึงอัญเชิญพระนางปาวตรี ให้แบ่งภาคมาเป็นพระนางฑุรกา หรือที่คนไทยเรียกเจ้าแม่กาลี ลงมาปราบอสูร ซึ่งพระนางได้ฆ่ามหิงสาสูรสำเร็จและคืนสวรรค์ให้พระอินทร์ ส่วนพระนางคืนโลกให้ใคร ไม่ได้ระบุไว้ในตำนาน

มีข้อคิดในตำนานว่า ก่อนที่พระพรหมจะประทานพรให้มหิงสาสูร เหล่าเทวดาได้พากันไปเข้าเฝ้าเพื่อขอให้งดการประทานพรแก่มหิงสาสูรผู้กำลังบำเพ็ญเพียรอย่างหนัก โดยอ้างว่า หากอสูรตนนี้ได้พรแล้ว จะไปสร้างความเดือดร้อนให้มนุษย์และเทวดา

เรื่องนี้พระพรหมท่านไม่ยอม ท่านบอกว่า ตราบใดที่มหิงสาสูรยังไม่ทำความชั่วร้ายให้ปรากฏ แต่กระทำกรรมดีโดยบำเพ็ญเพียรสร้างบุญบารมีอยู่ ท่านมีหน้าที่ต้องให้พรตามที่ขอ ตรงนี้เป็นหน้าที่ที่ท่านปฏิเสธไม่ได้

จะเห็นว่าในปรัชญาฮินดูนั้น หน้าที่มีความสำคัญเพียงใด แม้แต่พระพรหมก็ยังต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด

เพราะฉะนั้น ใครที่ไปทำหน้าที่หรือบิดเบือนการทำหน้าที่ ถือว่าเป็นบาปอย่างยิ่ง เป็นบาปยิ่งกว่าการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต เพราะในคำสอนของพระกฤษณะ ยังระบุว่า หากการฆ่าเป็นการทำตามหน้าที่ โดยไม่มีเจตนาอื่นแอบแฝง ถือว่าไม่บาป

ส่วนอีกข้อคิดหนึ่งคือ ทำไมเทพเจ้าสูงสุดทั้งสามถึงไม่รีบกำจัดมหิงสาสูรก่อนที่จะบุกสวรรค์และโลก ทำไมต้องรอให้มหิงสาสูรทำการสำเร็จและสร้างความชั่วร้ายก่อน จึงจะอัญเชิญพระนางปาวตรีมาจัดการสังหาร

คำตอบเรื่องนี้คือ ตราบใดที่ผลบุญอันเกิดจากการกระทำกรรมดีของมหิงสาสูรยังถูกใช้ไปไม่หมด ตราบนั้นมหิงสาสูรก็ยังมีสิทธิเสวยสุขจากบุญที่ทำไว้ แต่เมื่อไรที่บุญหมดเพราะทำความชั่วด้วยความอหังการ เมื่อนั้นก็ต้องรับผลจากการกระทำความชั่วอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ว่ามาถึงแค่นี้ ใครที่ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมีคำกล่าวว่า คนทำดีได้ดีมีที่ไหน คนทำชั่วได้ดีมีถมไป ก็น่าจะหายสงสัยได้

ส่วนถ้าใครยังสงสัยอยู่ คงต้องไปหาทางเข้าเฝ้าพระพรหม พระวิษณุ หรือพระศิวะเอาเอง หรือถ้าไม่สะดวกจะลองเข้าวัดที่ไม่เน้นวัตถุนิยม ถามพระสงฆ์ก็คงไม่ผิดกติกา

แต่สำหรับผมเชื่อว่าจริงครับ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ