
อย่าเลิกคว่ำบาตร
นับตั้งแต่ อองซานซูจี เลขาธิการพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย
นับตั้งแต่ อองซานซูจี เลขาธิการพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ชนะการเลือกตั้งซ่อมครั้งประวัติศาสตร์เมื่อวันที่ 2 เม.ย. เปิดทางให้ ซูจี สามารถเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองเป็นครั้งแรก หลัง ซูจีเดินหน้าเรียกร้องประชาธิปไตยในพม่ากว่าทศวรรษ ประกอบกับที่รัฐบาลพม่าประกาศปล่อยตัวนักโทษการเมืองจำนวนมาก และเข้าร่วมเจรจาหารือกับผู้นำชนกลุ่มน้อยในประเทศ เพื่อยุติปัญหาความขัดแย้งที่ยืดเยื้อเป็นเวลานาน
ความเคลื่อนไหวต่างๆ เหล่านี้ ถือเป็นความคืบหน้าล่าสุดของการปฏิรูปประเทศเพื่อไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยของรัฐบาลทหารพม่า ที่หลายฝ่ายมองว่า อาจเปิดทางให้สหรัฐและนานาชาติประกาศยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่อพม่าในเร็ววันนี้
อย่างไรก็ตาม บทบรรณาธิการของเว็บไซต์วอชิงตันโพสต์ ซึ่งเขียนโดย ทอม แอนดรูวส์ อดีตผู้แทนพรรคเดโมแครตจากรัฐเมน ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นประธานสหภาพเรียกร้องยุติการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ มองว่า หากสหรัฐประกาศยกเลิกคว่ำบาตรต่อพม่าในขณะนี้ จะถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง
แอนดรูวส์ ให้เหตุผลว่า การปฏิรูปประเทศต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้น เป็นสิ่งที่รัฐบาลทหารพม่าต้องปฏิบัติ เพราะถูกสหรัฐและประชาคมโลกกดดันและบังคับให้ปฏิบัติ ไม่ใช่เพราะรัฐบาลทหารพม่าสำนึก หรือรู้สึกว่าเป็นการกระทำที่ผิดจึงต้องเลิกปฏิบัติแต่อย่างใด
นอกจากนี้ แอนดรูวส์ ซึ่งได้มีโอกาสเข้าไปเห็นสภาพการใช้ชีวิตของชนกลุ่มน้อยชาวคะฉิ่นในพม่าหลายพันคน ที่ถูกกองทัพของพม่าขับไล่ออกจากพื้นที่ และต้องย้ายไปอยู่ค่ายผู้ลี้ภัยที่แออัดและไม่ถูกสุขอนามัยและถูกบังคับใช้แรงงานอย่างทารุณ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลทหารพม่ายังคงใช้ความรุนแรงในการรับมือกับชนกลุ่มน้อยเหล่านี้ ดังนั้นการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร ก็เท่ากับว่าสหรัฐเป็นผู้เปิดโอกาสให้รัฐบาลทหารพม่าทำลายชีวิตผู้บริสุทธิ์เหล่านี้ อย่างทารุณกรรมต่อไป







