
หาเงินเติมกองทุนจ้องรีดเบนซิน1บ.
ถก กบง.ขยับเก็บเพิ่มกองทุนน้ำมันฯ กลุ่มเบนซินลิตรละ 1 บาท แก๊สโซฮอล์ ดีเซล รอด
ถก กบง.ขยับเก็บเพิ่มกองทุนน้ำมันฯ กลุ่มเบนซินลิตรละ 1 บาท แก๊สโซฮอล์ ดีเซล รอด
แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่มีนายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ รมว.พลังงาน เป็นประธาน วันที่ 10 เม.ย. สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) จะเสนอแนวทางปรับอัตราเพิ่มเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของน้ำมันเบนซิน 95 และเบนซิน 91 อีกลิตรละ 1 บาท รวมเป็น 4 บาทต่อลิตร ยกเว้นแก๊สโซฮอล์ไม่เปลี่ยนเช่นเดียวกับดีเซล
สาเหตุสำคัญที่ยังต้องเพิ่มอัตราการจัดเก็บเงินเข้ากลุ่มเบนซิน เพื่อสะสมรายได้เข้ากองทุนน้ำมันฯ เนื่องจากสถานะกองทุนน้ำมันฯ ล่าสุดติดลบ 2.28 หมื่นล้านบาท และต้องการเพิ่มส่วนต่างราคาของกลุ่มแก๊สโซฮอล์ จูงใจให้เกิดการใช้มากขึ้น ซึ่งจะทำให้ราคาแก๊สโซฮอล์ถูกกว่าเบนซินลิตรละ 36 บาทต่อลิตร
สำหรับการปรับราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ภาคขนส่ง จะปรับขึ้นตามแผนเดิม กิโลกรัมละ 75 บาท ส่งผลให้ราคาแอลพีจีขนส่งปรับเพิ่มจาก 20.38 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 21.13 บาทต่อกิโลกรัม ด้านราคาเอ็นจีวีปรับขึ้น 50 สตางค์ต่อกิโลกรัม เป็น 10.50 บาทต่อกิโลกรัม
นอกจากนี้ จะเสนอมาตรการช่วยเหลือแก้ปัญหาราคามันสำปะหลังตกต่ำและมีปริมาณล้นสต๊อก โดยจะขอให้ ปตท.และบางจากเข้าไปช่วยรับซื้อหัวมันสด เพื่อนำไปผลิตเป็นเอทานอล โดยกระทรวงพาณิชย์แจ้งว่ามีมันสดเหลือในดินที่ยังไม่ได้ขุดอีก 4 ล้านตัน
นายวิฑูรย์ แนวพานิช ประธานกรรมการสหกรณ์แท็กซี่สยาม กล่าวว่า การปรับ“คณะทำงานชุดนี้มีผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาเป็นประธานซึ่งผมเป็นกรรมการและที่ผ่านมาคัดค้านต้นทุนที่นำตัวเลขมาจากปตท.เกือบ 90% และยืนยันตัวเลขเดิมที่จะปรับขึ้น 14.50 บาทจึงลาออกมาก่อนจึงไม่ทราบว่าสุดท้ายราคามาเคาะที่ 13 บาท/ก.ก.แต่ก็ถือว่าได้ลดลงมาแล้วซึ่งคงต้องดูรายละเอียด”นายวิฑูรย์กล่าว
สำหรับขึ้นราคาเอ็นจีวีเป็น 10.50 บาทต่อกิโลกรัม มีผลวันที่ 16 เม.ย.นั้น ผู้ขับแท็กซี่ยังรับภาระที่ 8.50 บาทต่อกิโลกรัม เพราะรัฐมีบัตรส่วนลดให้ 2 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งจะครบพอดี แต่เมื่อถึงวันที่ 16 พ.ค.ที่ต้องปรับอีก 50 สตางค์ต่อกิโลกรัม ต่อไปแท็กซี่จะต้องแบกรับส่วนนี้ แต่ท้ายที่สุดก็จะต้องมาพิจารณาว่ารัฐจะให้ปรับขึ้นเท่าใดแน่กับส่วนที่เหลือ เพราะตามติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เดิมกำหนดเดือนละ 50 สตางค์ จนครบ 1 ปี หรือปรับ 6 บาทต่อกิโลกรัม และล่าสุด ปตท.ได้ยืนยันว่าจะยืนราคาดังกล่าวไป 3 ปีแล้ว จึงมาพิจารณาอีกครั้ง
กรณีคณะทำงานศึกษาต้นทุนเอ็นจีวีสรุปราคาสุดท้ายที่ 13 บาทต่อกิโลกรัม จาก 14.50 บาท ส่วนตัวมองว่าราคาควรจะ12 บาท โดยจะทำหนังสือไปยังนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ที่เคยดูแลเรื่องนี้ ให้ช่วยพิจารณาอีกทางหนึ่ง







