
สถิตในหัวใจราษฎร์
พสกนิกรหลั่งไหลไปเข้าเฝ้าฯ รับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
พสกนิกรหลั่งไหลไปเข้าเฝ้าฯ รับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ที่ท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 9 เม.ย.
ทั้งสองพระองค์พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ได้เสด็จพระราชดำเนินขึ้นพระเมรุพระราชทานเพลิงพระศพสองรอบ รอบแรกในช่วงเย็น และช่วงถวายพระเพลิงจริงในเวลา 22.00 น.
เป็นที่สังเกตว่า แม้ตลอดวันจะมีพายุฝนตกในเขตกทม. ชั้นใน แต่ปรากฏว่าในมณฑลพิธีนั้นไม่มีฝนตกเลยแม้แต่นิด จนกระทั่งเสร็จพระราชพิธีในช่วงเย็น และสองพระองค์ได้เสด็จฯ กลับแล้วฝนจึงเทลงมาอย่างหนัก แต่ในช่วงดึกนั้นไม่มีฝนอีกเลย
งานพระราชพิธีครั้งนี้ผ่านพ้นไปอย่างสมพระเกียรติ เจ้าพนักงานเชิญพระโกศทองใหญ่ทรงพระศพด้วยพระยานมาศสามลำคานออกจากพระบรมมหาราชวัง โดยขบวนพระอิสริยยศไปยังพระมหาพิชัยราช ขบวนแห่เชิญพระโกศได้ยาตราไปยังสนามหลวง โดย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ในริ้วขบวนด้วย
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จฯ ตามพระโกศทองใหญ่ทรงพระศพ เวียนพระเมรุครบ 3 รอบ ก่อนเชิญพระโกศทองใหญ่ทรงพระศพโดยเกรินขึ้นสู่พระเมรุ ประดิษฐาน ณ พระจิตกาธาน
อนึ่ง หลังจากงานพระราชทานเพลิงพระศพแล้ว ในวันที่ 10 เม.ย.นี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร จะเสด็จฯ มาทรงเก็บพระอัฐิ โดยจะแบ่งบรรจุลงพระโกศทองคำ 2 องค์ องค์ใหญ่จะอัญเชิญไปประดิษฐานบนพระวิมาน ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง พระโกศองค์น้อยจะอัญเชิญไปประดิษฐาน ณ วังรื่นฤดี สุขุมวิท 38
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระสรีรางคารหรือเถ้ากระดูก ไปบรรจุไว้ ณ พระอนุสรณ์ “เสาวภาประดิษฐาน” ในสุสานหลวง วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ซึ่งเป็นที่บรรจุพระราชสรีรางคารของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว กับพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี พระราชบิดาและพระชนนี







