
พท.ปัดขยายเวลาประชุมสภาฯหวังแก้รธน.
เพื่อไทยโต้ฝ่ายค้านย้ำไม่ถกปัญหาใต้หวั่นกลุ่มประสงค์ร้ายขยายผลต่อจนกระทบปชช.-ศก.-ท่องเที่ยวในพื้นที่ ปัดขยายเวลาประชุมสภาฯหวังแก้รธน.
เพื่อไทยโต้ฝ่ายค้านย้ำไม่ถกปัญหาใต้หวั่นกลุ่มประสงค์ร้ายขยายผลต่อจนกระทบปชช.-ศก.-ท่องเที่ยวในพื้นที่ ปัดขยายเวลาประชุมสภาฯหวังแก้รธน.
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฎ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ระบุว่า รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยไม่ให้ความสำคัญในการประชุมครั้งนี้ ในการนำปัญหาเหตุการณ์ระเบิดที่จ.ชายแดนภาคใต้มาหารือนั้น เพราะเชื่อว่าการเปิดประชุมร่วมของฝ่ายค้าน จะยิ่งเข้าทางผู้ก่อเหตุที่ต้องการจะขยายผล ดังนั้น การที่พรรคประชาธิปัตย์ยื่นขอเปิดประชุมร่วมนั้น เรื่องนี้จะเกิดผลเสียกับประชาชนในภาคใต้ กลายเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อการลงทุนและท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์
อย่างไรก็ดี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคพรรคประชาธิปัตย์ สามารถเสนอแนะผ่านรัฐบาลได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับประชาชนมากกว่า ไม่ใช่รัฐบาลไม่ใจกว้าง แต่เกรงว่าจะเป็นผลเสียมากกว่าผลดี ส่วนกรณีที่นายจุรินทร์กล่าวพาดพิงคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติขยายเวลาประชุมออกไปไม่มีกำหนด น่ามีผลทางการเมือง ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง
ทั้งนี้ รัฐบาลและพรรคเพื่อไทย ต้องการนำกฎหมายที่ยังค้างอยู่ 32ร่าง มาพิจารณา ฝ่ายค้านโจมตีลักษณะที่มองว่าการขยายเวลาการประชุมสภาฯออกไปเพื่อประโยชน์ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือการออกกฎหมายนิรโทษกรรมถือเป็นการมองโลกในแง่ร้าย
ส่วนประเด็นที่พรรคประชาธิปัตย์โจมตีว่า การประชุมร่วมรัฐสภาฯเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ2 เพียง2 วันถือว่าน้อยเกินไป กรณีนี้เป็นการดำเนินการของรัฐสภาฯ ไม่ใช่รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยที่ไปมัดมือชกว่าต้อง 2 วัน ถือว่าเป็นการจ้องทำลายทางการเมืองมากกว่า
ส่วนที่กล่าวหาน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หนีการตอบกระทู้ในสภาฯ แต่เลือกไปงานตัดริบบิ้นเท่านั้น ถือเป็นการพูดแบบไม่รับผิดชอบ นายกฯยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย รับฟังเสียงส่วนใหญ่ ต่างจากพรรคประชาธิปัตย์ที่อ้างว่ายึดมั่นในระบอบรัฐสภาฯ แต่กลับไม่ฟังเสียงประชาชน ดังนั้น หยุดกล่าวหานส.ยิ่งลักษณ์ เพราะไม่เป็นสุภาพบุรุษ
สำหรับรายงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญศึกษาพิจารณาแนวทางเพื่อสร้างความปรองดองแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎร ที่ผ่านการพิจารณาจากสภาฯไปแล้ว โดยหน้าที่ของรัฐบาลที่จะนำไปทำเป็นรูปธรรม ซึ่งมีความชอบธรรมอย่างเต็มที่หากจะออกพรบ.ปรองดอง หรือกฎหมายอะไรก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องไปศึกษาเสวนาอะไรเพิ่มเติม ตามที่ฝ่ายค้านพยายามตั้งแง่ ยื้อเวลา คิดว่าในสมัยประชุมหน้า น่าจะลงมือทำได้เลย และกรณีที่ส.ส.พรรคเพื่อไทย จะรวบรวมรายชื่อเพื่อเสนอร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมต่อสภาฯ ถือเป็นสิทธิที่ทำได้ ส่วนตัวเห็นด้วยและพร้อมลงชื่อ
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า สำหรับการประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 10-11 เม.ย.นี้ เพื่อพิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 2 พรรคได้ย้ำกับสส.ช่วงสงกรานต์ อาจติดภารกิจในพื้นที่ แต่เรื่ององค์ประชุมถือเป็นเรื่องสำคัญของรัฐบาล การประชุมมีผู้ยื่นแปรญัตติถึง 172 คน ดังนั้น ขอความร่วมมือสส.หากคนใดอภิปราย ในเนื้อหาที่สอดคล้องกันให้ใช้เวลาอภิปรายให้น้อยที่สุด ขอให้ใช้เหตุผลในการอภิปราย ไม่ให้เกิดการประท้วงจนถึงขั้นตีรวนของฝ่ายค้าน







